โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“หนุ่มบูรพา เมล่อนฟาร์ม” ที่ชลบุรี ดึงเทคนิคใช้น้ำทะเลและปุ๋ยหมักธรรมชาติ ผลิตผลไม้ ดก หวาน ปลอดภัย ไร้เคมี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 03 ส.ค. 2565 เวลา 03.39 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2565 เวลา 23.00 น.

คุณสมบัติ รัตติกาลสุขะ หรือ คุณหนุ่ม ปลูกเมล่อนด้วยเทคนิคการใช้น้ำทะเลเป็นส่วนผสมร่วมกับปุ๋ยหมักทางธรรมชาติ สร้างความแข็งแรงให้ต้น ช่วยเพิ่มจำนวนผลผลิตได้มากกว่าแนวทางเดิม ให้ผลขนาดใหญ่ มีรสหวาน พร้อมใช้แนวทางนี้กับองุ่นและมะเขือเทศกินสด เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค ถูกจับจองล่วงหน้าชนิดไม่พอขาย จนได้รับขนานนามว่า “หนุ่มบูรพา เมล่อนฟาร์ม”

คุณหนุ่มไม่ได้ตั้งใจหรือมีแรงบันดาลใจอะไรให้ทำสวนผลไม้ เพียงแต่เกิดความบังเอิญเมื่อซื้อเมล่อนมากินแล้วติดใจ จึงทดลองปลูกบริเวณริมรั้วบ้านมีผลเติบใหญ่ กินได้อร่อย นำไปแจกจ่ายคนรอบข้างที่ต่างชื่นชมว่ามีรสอร่อยเลยขยายผลปลูกอย่างจริงจัง พร้อมพัฒนาปรับปรุงวิธีปลูกและสูตรปุ๋ย กระทั่งประสบความสำเร็จสามารถปลูกเมล่อนใช้เวลาสั้น เก็บผลผลิตขายได้เร็วขึ้น แล้วอัตราการไว้ผลต่อต้นได้จำนวนมากกว่า ซึ่งแนวทางนี้ถือเป็นข้อดีเมื่อเทียบกับการปลูกเมล่อนทั่วไป

คุณหนุ่มสงสัยว่าแท้จริงแล้วเมล่อนที่มีคุณภาพทั้งขนาด รสชาติ และกลิ่น ควรปลูกแบบใด ควรใช้วัสดุปลูกอะไรที่เหมาะสม วิธีปลูกแบบใดให้ผลผลิตมากที่สุด จึงสร้างแบบทดสอบเปรียบเทียบการปลูกในภาชนะที่ต่างกัน เช่น ปลูกแบบถุงพลาสติกแนวตั้ง ถุงพลาสติกแนวนอน และปลูกในรางคอก

ส่วนวัสดุปลูกเลือกจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเอื้อประโยชน์ต่อพืช เช่น แกลบดำล้วน แบบใช้ดินล้วน แบบดินผสมแกลบดำ ดินผสมทรายกับแกลบดำ ดินล้วนผสมแกลบดำ ทราย ใบไม้ และปลูกด้วยใบไม้ล้วน

จึงสร้างโรงเรือนจำนวน 5 โรง แต่ละโรงทำรางคอกปลูกโรงละ 3-4 แถว ขนาดรางกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร ความสูงเท่ากับอิฐบล็อก 1 ก้อน กับอิฐแดง 2 ก้อน ขุดดินให้ลึกประมาณ 40-50 เซนติเมตร ใช้พลาสติกปูพื้นเพราะไม่ต้องการให้รากชอนไชหาน้ำด้านล่าง ขณะเดียวกัน ไม่ต้องการให้ไส้เดือนฝอยขึ้นมาด้านบนด้วย ผลจากการทดสอบพบว่า ปลูกเมล่อนในรางคอกให้อัตราการเจริญเติบโตและผลผลิตดีกว่าการปลูกในถุง เนื่องจากรากต้นที่ปลูกในรางคอกเจริญเติบโตกระจายไปได้ไกล จึงทำให้ได้ผลผลิตดีกว่า สำหรับวัสดุปลูกพบว่า ใบไม้หมักดีที่สุดให้อัตราการเติบโตเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

สำหรับธาตุอาหารหลักที่จำเป็นต่อพืชคือ N P K คุณหนุ่มเน้นที่มาจากธรรมชาติทุกชนิด อย่าง N ได้จากใบไม้หมัก เสริมด้วยมูลสัตว์หลายชนิด อย่างวัว หมู แพะ แกะ ไก่ เป็ด และนกกระทา ให้นำมาหมักร่วมกับรำข้าวผสมอาหารไก่รุ่น อาหารกระต่าย กากกาแฟสด แล้วนำไปเทใส่รางคอกชั้นล่างก่อนนำใบไม้หมักใส่ เพื่อสร้างธนาคารอาหารสำหรับพืชอย่างสมบูรณ์ ทำให้ลำต้นอวบ แข็งแรง เพราะมูลสัตว์ช่วยในเรื่องระบบราก ต้น กิ่ง ก้านใบให้แข็งแรง แนวคิดนี้สัมฤทธิ์ผลจริงเพราะแต่ละต้นสามารถไว้ผลได้มากกว่า 1 ผล แล้วยังช่วยทำให้ผลมีขนาดใหญ่ถึง 4-6 กิโลกรัมต่อผล จึงเก็บผลผลิตได้ถึงต้นละ 3-12 ผล

ส่วน P กับ K มาจากปลาทะเล นับว่าโชคดีที่อยู่ใกล้กับแหล่งอาหารทะเล ทำให้สะดวก รวดเร็ว แล้วลดต้นทุนได้มาก จึงผลิตน้ำหมักปลาทะเลมีคุณสมบัติทำให้เมล่อนมีใบสีเขียวเข้ม หนา ใหญ่ ช่วยให้ต้นสะสมอาหารได้มากเต็มที่สามารถส่งอาหารไปเลี้ยงผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการนำมูลสัตว์หลากชนิดมาใช้ร่วมกัน ยิ่งทำให้ลำต้นมีขนาดใหญ่ แข็งแรง มีผลต่อการเพิ่มขนาดท่อลำเลียงน้ำและอาหารให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ส่งเสบียงไปเลี้ยงทุกส่วนได้อย่างเต็มที่ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสามารถเก็บผลผลิตต่อต้นได้มาก

การดูแลความสะอาดและฆ่าเชื้อในโรงเรือนก่อนปลูก

การฆ่าเชื้อหรือการป้องกันศัตรูพืชในโรงเรือน คุณหนุ่มถือหลักป้องกันและไม่กำจัด ให้ความสำคัญกับการใช้พืชสมุนไพรหลายชนิด เพราะมองว่าการป้องกันสามารถทำได้ล่วงหน้าโดยใช้สมุนไพรหรือจุลินทรีย์ได้ แต่การกำจัดหลีกเลี่ยงการใช้เคมีไม่ได้

ในโรงเรือนคุณหนุ่มใช้ผงซักฟอกเปาเอ็มวอชนาโนสำหรับทำความสะอาดทุกซอกมุมโดยฉีดพ่นจำนวน 3 รอบเพื่อกำจัดเชื้อรา แล้วตามด้วยการพ่นน้ำส้มควันไม้เข้มข้นตามมุ้งด้านในและนอกไปจนถึงแปลงปลูกจำนวน 2 รอบติดต่อกันเพื่อกำจัดแมลงศัตรู แนวทางนี้จะพ่นให้เสร็จภายในวันเดียวกันหรือพ่นอย่างละวันก็ได้

จากนั้นใส่เชื้อบิวเวอเรียตามเพื่อจัดการแมลงที่ติดมากับใบไม้หมัก โดยใบไม้ต้องนำมาตากแดด 7 วัน แต่อาจมีแมลงหลงเหลืออยู่ จึงต้องราดด้วยเชื้อบิวเวอเรีย 2 ครั้ง ทิ้งไว้ 7 วัน แล้วตามด้วยไตรโคเดอร์ม่า

ต่อด้วยการพ่นน้ำหมักทุกสูตรลงในรางคอก ไม่ว่าจะเป็นน้ำหมักทะเล น้ำหมักเศษอาหาร น้ำหมักกากกาแฟสด น้ำหมักหน่อกล้วย น้ำหมักหัวปลี และน้ำหมักมูลสัตว์ โดยแต่ละชนิดใส่ลงในถังน้ำขนาด 500 ลิตร ให้พ่นเช้า-บ่าย รวม 1,000 ลิตร พ่นให้ครบทุกชนิดทุกวันจนกว่าจะพร้อมนำเมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการแช่เมล็ดในน้ำ 3 ชั่วโมง ก่อนนำไปอบต่ออีก 24 ชั่วโมงหยอดลงแปลงโรงเรือน

เมล่อนที่ปลูกขายมีหลายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นชิโมจิ, พอร์ตออเร้นต์, ออเร้นต์ซากุระ ฯลฯ ทั้งนี้ การเลือกพันธุ์เมล่อนที่ปลูกในแต่ละรอบต้องดูจากความต้องการของตลาดเป็นหลักก่อน อย่างตอนนี้ตลาดกำลังนิยมเมล่อนเนื้อกรอบ จึงเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม อย่างไข่มังกรเป็นพันธุ์หลัก รองลงมาเป็นไข่ทองคำ

คุณหนุ่ม ชี้ว่า แนวทางปลูกเมล่อนตามที่ทดลองมาจนได้ผลสรุปคือช่วยให้อายุการปลูกสั้นลง เก็บผลผลิตขายเร็วขึ้น แล้วอัตราการไว้ผลต่อต้นได้จำนวนมากกว่า ซึ่งแนวทางนี้ถือเป็นข้อดีเมื่อเทียบกับระยะเวลาปลูกเมล่อนที่เท่ากันโดยทั่วไป

ผลเมล่อนต่อต้นที่ปลูกแนวทางนี้สามารถไว้ได้ถึง 3-4 ผลต่อต้น ในแต่ละโรงเรือนปลูกเมล่อนจำนวน 116 ต้น เมื่อคำนวณจะได้เฉลี่ย 348-464 ผลต่อโรงเรือน หากดูจากน้ำหนักต่อผลของพันธุ์ไข่มังกรเฉลี่ย 4 กิโลกรัม และ 2 กิโลกรัมต่อผลในไข่ทองคำ ตั้งราคาขายไว้กิโลกรัมละ 100 บาท

วิธีการให้น้ำ

การปลูกที่มีประสิทธิภาพนำมาสู่ความสมบูรณ์ของพืช ซึ่งเมล่อนแต่ละต้นมีศักยภาพเพียงพอที่จะเก็บผลไว้ได้จำนวนมาก ดังนั้น ความสำคัญอีกอย่างจึงอยู่ที่การรดน้ำ โดยให้น้ำต้นละ 5-6 ลิตรต่อวัน ซึ่งปริมาณน้ำขนาดนี้ไม่ส่งผลเสียหายต่อผลผลิตเพราะพืชทุกชนิดดูดซึมแคลเซียมโบรอนจากน้ำหมักอาหารที่ผสมเครื่องปรุงรสหลายชนิดรวมกัน หรือแม้แต่น้ำหมักปลาทะเลที่มีแคลเซียมจากก้างปลาเลือดปลาทะเล ที่มีสารจิบเบอเรลลิน ช่วยบำรุงต้น ราก ช่อ ดอก ผล จึงมีความสมบูรณ์ และต้านทานโรคได้ดี ฉะนั้น จึงเป็นคำตอบที่หลายคนสงสัยว่าทำไมผลไม้ทุกชนิดที่ปลูกจึงมีขนาดใหญ่ รสชาติดี

น้ำทะเลที่ใช้รดเมล่อนจะเริ่มใช้เมื่อต้นสูงประมาณศอก โดยเริ่มจากน้ำทะเลที่มีความเข้มข้นน้อยไปจนถึงช่วงผสมเกสรโดยปรับความเข้มข้นเพิ่มขึ้นไปจนการผสมเกสรดอกสุดท้าย ใช้น้ำเปล่าผสมกับน้ำทะเลโดยใส่ถัง 250 ลิตรจำนวน 2 ใบ ผสมอัตราน้ำทะเล 1 ลิตรต่อน้ำเปล่า 100 ลิตร รดทุกวัน

แล้วพ่นด้วยน้ำหมักปลาทะเล ดังนั้น คุณหนุ่มจึงผลิตน้ำหมักปลาทะเลขายเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับเพื่อนสมาชิก อีกทั้งคุณสมบัติของน้ำหมักปลาทะเลยังช่วยเสริมสร้างคุณภาพ ช่วยบำรุงดอก ผล ลำต้นให้แข็งแรงสมบูรณ์มากขึ้น แล้วยังให้กับพืชผักอื่นอีกหลายชนิด อย่างผักสลัดที่ช่วยเพิ่มความหวานและกรอบอย่างดีมาก

น้ำหมักปลาทะเลเข้มข้น ผสมน้ำได้ 500 ลิตร ขายลิตรละ 250 บาท พร้อมกับชี้ให้เห็นว่าน้ำหมักหลายชนิดที่ทำขึ้นเองช่วยลดต้นทุนได้มาก ได้ผลผลิตมีคุณภาพ ปลอดภัยต่อสุขภาพเพราะไม่ต้องใช้สารวิทยาศาสตร์มาช่วย ผู้บริโภคนิยมมาก

แนวทางการตลาดสำหรับการขายสินค้าของคุณหนุ่มใช้วิธีการประชาสัมพันธ์ผลงานการปลูกไม้ผลผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อต้องการให้ผู้ติดตามทราบว่ากำลังปลูกอะไร ปลูกแบบไหน พร้อมสอดแทรกความรู้เรื่องแนวทางการทำเกษตรกรรมของตัวเอง เมื่อผู้ติดตามรับทราบข้อมูลเหล่านี้เกิดความสนใจสั่งจองสินค้ากันอย่างคับคั่งจนหมดทันที แม้ยังไม่เห็นผลผลิตก็ตาม

ต่อยอดปลูกมะเขือเทศกินสดและองุ่นญี่ปุ่น

ได้ผลดก ลูกใหญ่ รสหวาน ส่งขายไม่ทัน

เมื่อปลูกเมล่อนตามแนวทางที่ผ่านการทดลองได้ดีมีคุณภาพ คุณหนุ่มจึงเผยแพร่แนวทางนี้เป็นสาธารณะให้กับหลายกลุ่ม หลายองค์กร สถาบันการศึกษา ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “หนุ่มบูรพา เมล่อนฟาร์ม” พร้อมใช้แนวทางเดิมเพื่อแตกไลน์ปลูกผลไม้แนวเทรนด์ อย่างมะเขือเทศโซราลิโน่ และองุ่นของญี่ปุ่น

คุณหนุ่ม บอกว่า มะเขือเทศที่ปลูกใช้ใบไม้หมักเป็นวัสดุปลูก มีเทคนิคปลูกโดยไม่ตัดยอดเหมือนหลายสวนทำกัน เพราะไม่ต้องไปเสียเวลาเลี้ยงกิ่งแขนงให้มาแทนต้นหลักที่ตัดยอดออกไป แต่จะย่อต้นจากความสูง 2.50 เมตรให้เหลือ 1 เมตร ทำให้ออกดอกทุกวัน ได้ผลผลิตต่อเนื่อง แล้วรดด้วยน้ำทะเลที่ใช้ความเข้มข้นมากกว่าเมล่อน พบว่ามีคุณภาพดีมาก น้ำหนักต่อผล 13-15 กรัม ความหวาน 13 บริกซ์ กรอบ ผลผลิตดก แต่ละช่อมีน้ำหนักเป็นกิโล สีแดงเข้ม รสชาติไม่มีกลิ่นมะเขือเทศหลงเหลือเลย แต่กลับเป็นรสองุ่นผสมเชอร์รี่มากกว่า ความแปลกเช่นนี้ทำให้เป็นที่ต้องการของลูกค้าสั่งจองมาตั้งแต่ช่วงมีดอก โดยขายกิโลกรัมละ 300 บาท

ต่อมาปลูกองุ่นพันธุ์ไซมัสแคตโต๊ะ โดยยังใช้แนวทางการปลูกแบบเดียวกับเมล่อนเช่นกัน เพียงแต่มีความพิเศษตรงจำนวนรอบผลผลิตที่เพิ่มมากกว่าปกติจาก 2 ครั้งต่อปี เป็น 3 ครั้งต่อปี ซึ่งเกิดจากเทคนิคการตัดแต่งใบและกิ่งด้วยการบังคับน้ำ ช่วยให้มีผลผลิตได้เร็วขึ้น ได้จำนวนมากขึ้น เพราะแต่ละรอบใช้เวลาเพียง 3 เดือนหลังองุ่นแตกช่อ

จุดเด่นขององุ่นพันธุ์นี้มีความหวาน หอม กรอบ อร่อยไม่แพ้แหล่งกำเนิด โดยปกติถ้าซื้อทั่วไปราคากิโลกรัมละ 4,000 บาท แต่ที่สวนคุณหนุ่มขายเพียงกิโลกรัมละ 700 บาท ถูกด้วย อร่อยด้วย จึงเจอปัญหาผลิตไม่พอขายเนื่องจากมีพื้นที่น้อย เป็นการปลูกทดลองเพียง 4 โรงเท่านั้น

สนใจต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อคุณหนุ่มได้ที่โทรศัพท์ 081-578-5155 หรือติดตามอัพเดทกิจกรรมได้ที่ Fb : หนุ่มบูรพา เมล่อนฟาร์ม

……….

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2564

……………………………

สำหรับแฟนๆ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน หากต้องการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านรายปักษ์ ส่งตรงถึงบ้าน รวดเร็วทันใจอ่านได้ในทุกๆ 15 วัน สามารถสมัครสมาชิกได้ที่ คลิกลิงก์ https://shorturl.asia/0zJwQ

– Line: @matichonbook หรือ สำนักพิมพ์มติชน เลขที่ 12 ถนนเทศบาลนฤมาล หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ติดต่อฝ่ายขาย 02-589-0020 ต่อ 3354

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...