สปส. สรุปสิทธิทำฟันประกันสังคมใหม่ 1 มิ.ย. ได้อะไรเพิ่มบ้าง
ในมุมมองของผู้ที่วิเคราะห์ข่าวสวัสดิการแรงงานมาอย่างต่อเนื่อง การปรับโครงสร้าง สิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมของ สำนักงานประกันสังคม (สปส.)ครั้งนี้ ถือเป็นการแก้ Pain Point คลาสสิกที่มนุษย์เงินเดือนและคนทำงานบ่นกันมานาน การปลดล็อกวงเงินเหมาจ่าย 900 บาทที่ไม่เคยเพียงพอสำหรับเคสที่ต้องผ่าตัดซับซ้อน ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับคุณภาพชีวิตของ ผู้ประกันตนได้อย่างตรงจุด
รายละเอียดการอัปเดต สิทธิทำฟันประกันสังคมที่เริ่มมีผลตั้งแต่พฤษภาคม 2569 มีข้อมูลที่คนทำงานทุกคนต้องรู้เพื่อรักษาสิทธิของตัวเองดังนี้
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้มุ่งเน้นไปที่การขยายความคุ้มครองให้ครอบคลุมการรักษาที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูงมากขึ้น โดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ที่เข้าใจได้ง่ายๆ เพื่อให้ผู้ใช้สิทธิสามารถวางแผนการรักษาได้ดียิ่งขึ้น
ผ่าฟันคุด ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่?
นี่คือไฮไลต์สำคัญที่สุดของการปรับสิทธิรอบนี้ จากเดิมที่ค่า ผ่าฟันคุดต้องไปเบียดบังอยู่ในวงเงินพื้นฐาน 900 บาทต่อปี ตอนนี้ สปส. ได้แยกกระเป๋าวงเงินออกมาต่างหากแล้ว โดยมีอัตราการเบิกจ่ายดังนี้:
• กรณีผ่าไม่ซับซ้อน:สามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้สูงสุด 1,500 บาท/ซี่
• กรณีผ่าซับซ้อน (ต้องกรอกระดูก):สามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้สูงสุด 2,500 บาท/ซี่
นอกจากนี้ หาก ผู้ประกันตนเลือกเข้ารับบริการในโรงพยาบาลรัฐที่ทำข้อตกลงไว้ สิทธิจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายตามจริงทั้งหมดตามมาตรฐานทันตกรรม (ยกเว้นการใช้บริการคลินิกนอกเวลา)
สำหรับสิทธิพื้นฐานอย่างการถอนฟัน อุดฟัน และขูดหินปูน หากใช้บริการที่โรงพยาบาลเอกชนหรือคลินิกทั่วไป จะยังคงใช้วงเงิน 900 บาท/ปีเช่นเดิม
แต่ข้อดีที่เพิ่มเข้ามาคือ หากเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลรัฐ สิทธิทำฟันประกันสังคมจะให้การคุ้มครองเพิ่มเติมครอบคลุมไปถึง การเกลารากฟันและ การขลิบแต่งกระดูกอีกด้วย
รากฟันเทียม และ ฟันปลอม ประกันสังคม คุ้มครองอย่างไร?
สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการสูญเสียฟัน สปส. ได้ปรับเพิ่มสวัสดิการให้ครอบคลุมและตอบโจทย์การใช้งานจริงมากขึ้น
• ฟันปลอมถอดได้:ปรับเพิ่มงบประมาณเป็น 1,500 – 6,000 บาท (ขึ้นอยู่กับจำนวนซี่และชนิดของวัสดุ) และเพิ่มสิทธิพิเศษสำหรับการเบิก ค่าซ่อมฟันปลอมได้อีก 900 บาท/ครั้ง
• สิทธิใหม่เอี่ยม "ฝังรากฟันเทียม":ช่วยเหลือผู้ที่สูญเสียฟันทั้งปากและไม่สามารถใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ ซึ่งเดิมทีต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเอง สิทธิใหม่นี้ประกันสังคมจะจ่าย ค่าผ่าตัดฝังรากฟันเทียมให้ 17,500 บาท/ราย และช่วยจ่ายค่าชุดรากฟันเทียมอีก 3,300 บาท พร้อมทั้งครอบคลุมค่าติดตามผลการรักษา
ผู้ที่จะใช้สิทธิประโยชน์ทั้งหมดนี้ได้ จะต้องเป็น ผู้ประกันตนที่เข้าเงื่อนไขคือ มีการส่งเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนวันที่เข้ารับบริการ และที่สำคัญ หากออกจากงานหรือสิ้นสุดสภาพการเป็นลูกจ้างไปแล้ว สิทธิทำฟันนี้จะยังคงให้ความคุ้มครองต่อเนื่องไปอีกไม่เกิน 6 เดือน
ขั้นตอนการเบิกเงินคืน:
ในกรณีที่ไปทำฟันในคลินิกหรือสถานพยาบาลที่ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับประกันสังคม ผู้ใช้สิทธิจำเป็นต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน จากนั้นให้นำเอกสารสำคัญคือ "ใบเสร็จรับเงิน" และ "ใบรับรองแพทย์" ไปทำเรื่องเบิกคืนได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ หรือเพื่อความรวดเร็ว สามารถทำเรื่อง เบิกประกันสังคมออนไลน์ผ่านระบบ e-Self Serviceได้เลย
หากต้องการเช็กสิทธิ หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมสามารถต่อสายตรงสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนประกันสังคม 1506ซึ่งเปิดให้บริการดูแลผู้ประกันตนตลอด 24 ชั่วโมง