โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘สงครามอิหร่าน’ ฉุดธุรกิจโลก สูญต้นทุนแล้วกว่า 2.5 หมื่นล้านดอลล์

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ชี้ "สงครามอิหร่าน" สร้างภาระต้นทุนให้ภาคธุรกิจทั่วโลกแล้วอย่างน้อย 25,000 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางราคาพลังงานพุ่ง ห่วงโซ่อุปทานปั่นป่วน และแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า การทำสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่าน ได้สร้างภาระต้นทุนให้กับบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกแล้วอย่างน้อย 25,000 ล้านดอลลาร์ และตัวเลขดังกล่าวยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สงครามอิหร่าน

การตรวจสอบแถลงการณ์ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐ ยุโรป และเอเชีย นับตั้งแต่เริ่มเกิดความขัดแย้ง สะท้อนให้เห็นผลกระทบที่ภาคธุรกิจกำลังเผชิญ ทั้งราคาพลังงานที่พุ่งสูง ห่วงโซ่อุปทานที่หยุดชะงัก และเส้นทางการค้าได้รับผลกระทบ จากการที่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ

ข้อมูลระบุว่า มีอย่างน้อย 279 บริษัทที่อ้างถึงสงครามดังกล่าวว่า เป็นปัจจัยที่ทำให้ต้องใช้มาตรการป้องกันผลกระทบทางการเงิน เช่น การขึ้นราคา และลดกำลังการผลิต ขณะที่บางบริษัทระงับการจ่ายเงินปันผล หรือซื้อหุ้นคืน ลดจำนวนพนักงาน เพิ่มค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง หรือขอความช่วยเหลือฉุกเฉินจากภาครัฐ

ความปั่นป่วนครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวิกฤติสำคัญต่อภาคธุรกิจโลก หลังการระบาดของโควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน กำลังกดดันแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี 2569 ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงยุติความขัดแย้ง

นายมาร์ก บิตเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเวอร์ลพูล กล่าวว่า ระดับการชะลอตัวของอุตสาหกรรมในขณะนี้ใกล้เคียงกับช่วงวิกฤติการเงินโลก และรุนแรงกว่าช่วงเศรษฐกิจถดถอยอื่น ๆ หลังบริษัทปรับลดคาดการณ์ทั้งปีลงครึ่งหนึ่ง และระงับการจ่ายเงินปันผล

อ่อนไหวต่อราคาน้ำมัน

บริษัทจำนวนมาก รวมถึง พรอคเตอร์แอนด์แกมเบิล คาเร็กซ์ และโตโยต้า ต่างออกมาเตือนถึงผลกระทบที่เพิ่มขึ้น ขณะที่สงครามเข้าสู่เดือนที่สาม

การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% จากช่วงก่อนสงคราม

สถานการณ์ดังกล่าวยังทำให้ค่าขนส่งสูงขึ้น วัตถุดิบขาดแคลน และเส้นทางการค้าหยุดชะงัก โดยสินค้าที่ได้รับผลกระทบมีทั้งปุ๋ย ฮีเลียม อะลูมิเนียม และโพลีเอทิลีน

หนึ่งในห้าของบริษัทที่ถูกสำรวจ ซึ่งครอบคลุมธุรกิจตั้งแต่เครื่องสำอาง ยางรถยนต์ ผงซักฟอก ไปจนถึงสายการบินและธุรกิจเรือสำราญ ระบุว่าได้รับผลกระทบทางการเงินจากสงครามครั้งนี้

สงครามอิหร่าน

บริษัทส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป และสหราชอาณาจักร ซึ่งต้นทุนพลังงานสูงอยู่แล้ว ขณะที่เกือบหนึ่งในสามอยู่ในเอเชีย ซึ่งพึ่งพาน้ำมัน และเชื้อเพลิงจากตะวันออกกลางอย่างมาก

รอยเตอร์ส ระบุว่า ตัวเลขความเสียหายดังกล่าว ใกล้เคียงกับผลกระทบจากมาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2568 ซึ่งเคยสร้างภาระต้นทุนให้ภาคธุรกิจกว่า 35,000 ล้านดอลลาร์

กลุ่มสายการบินได้รับผลกระทบสูงสุด คิดเป็นมูลค่าเกือบ 15,000 ล้านดอลลาร์ จากราคาน้ำมันเครื่องบินที่เกือบเพิ่มขึ้นเท่าตัว ขณะที่โตโยต้าเตือนว่า อาจได้รับผลกระทบ 4,300 ล้านดอลลาร์ ส่วน พรอคเตอร์แอนด์แกมเบิล ประเมินว่า กำไรหลังหักภาษีอาจลดลง 1,000 ล้านดอลลาร์

ด้านแมคโดนัลด์คาดว่า จะเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนในระยะยาวจากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน โดยราคาน้ำมันที่สูงกำลังกระทบกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย

ขณะเดียวกัน บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์ และวัสดุกว่า 40 แห่ง ระบุว่าจะปรับขึ้นราคาสินค้า เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวัตถุดิบปิโตรเคมีจากตะวันออกกลาง

นิวเวล แบรนด์ส เปิดเผยว่า ทุกการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะเพิ่มต้นทุนให้บริษัทประมาณ 5 ล้านดอลลาร์ ส่วนคอนติเนนทัล ผู้ผลิตยางรถยนต์จากเยอรมนี คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างน้อย 100 ล้านยูโรในไตรมาส 2 จากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน

ผลกระทบยังไม่โผล่ในรายงานผลประกอบการ

แม้ผลประกอบการของหลายบริษัทในไตรมาสแรกยังคงแข็งแกร่ง แต่ข้อมูลของแฟคท์เซต (FactSet) ระบุว่า การคาดการณ์อัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 2 ของบริษัทในดัชนีเอสแอนด์พี 500 เริ่มถูกปรับลดลงแล้ว

นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า บริษัทจดทะเบียนในยุโรปจะเริ่มเผชิญแรงกดดันด้านอัตรากำไรตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป เนื่องจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเริ่มส่งผ่านไปยังผู้บริโภคได้ยากขึ้น

สงครามอิหร่าน

ด้านนายเจอร์รี ฟาวเลอร์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์หุ้นยุโรปของยูบีเอส กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค เช่น ยานยนต์ โทรคมนาคม และสินค้าในครัวเรือน กำลังเผชิญการปรับลดคาดการณ์มากกว่า 5% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

ขณะที่ในญี่ปุ่น นักวิเคราะห์ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของกำไรไตรมาส 2 ลงเหลือ 11.8% จากช่วงปลายเดือนมี.ค.

นายรามี ซาราฟา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของคอร์โดบา แอดไวเซอรี พาร์ทเนอร์ส กล่าวว่า ผลกระทบที่แท้จริงต่อผลประกอบการของบริษัทส่วนใหญ่ยังไม่ปรากฏชัดในขณะนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram:https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...