‘สงครามอิหร่าน’ ฉุดธุรกิจโลก สูญต้นทุนแล้วกว่า 2.5 หมื่นล้านดอลล์
ชี้ "สงครามอิหร่าน" สร้างภาระต้นทุนให้ภาคธุรกิจทั่วโลกแล้วอย่างน้อย 25,000 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางราคาพลังงานพุ่ง ห่วงโซ่อุปทานปั่นป่วน และแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า การทำสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่าน ได้สร้างภาระต้นทุนให้กับบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกแล้วอย่างน้อย 25,000 ล้านดอลลาร์ และตัวเลขดังกล่าวยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การตรวจสอบแถลงการณ์ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐ ยุโรป และเอเชีย นับตั้งแต่เริ่มเกิดความขัดแย้ง สะท้อนให้เห็นผลกระทบที่ภาคธุรกิจกำลังเผชิญ ทั้งราคาพลังงานที่พุ่งสูง ห่วงโซ่อุปทานที่หยุดชะงัก และเส้นทางการค้าได้รับผลกระทบ จากการที่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ
ข้อมูลระบุว่า มีอย่างน้อย 279 บริษัทที่อ้างถึงสงครามดังกล่าวว่า เป็นปัจจัยที่ทำให้ต้องใช้มาตรการป้องกันผลกระทบทางการเงิน เช่น การขึ้นราคา และลดกำลังการผลิต ขณะที่บางบริษัทระงับการจ่ายเงินปันผล หรือซื้อหุ้นคืน ลดจำนวนพนักงาน เพิ่มค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง หรือขอความช่วยเหลือฉุกเฉินจากภาครัฐ
ความปั่นป่วนครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวิกฤติสำคัญต่อภาคธุรกิจโลก หลังการระบาดของโควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน กำลังกดดันแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี 2569 ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงยุติความขัดแย้ง
นายมาร์ก บิตเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเวอร์ลพูล กล่าวว่า ระดับการชะลอตัวของอุตสาหกรรมในขณะนี้ใกล้เคียงกับช่วงวิกฤติการเงินโลก และรุนแรงกว่าช่วงเศรษฐกิจถดถอยอื่น ๆ หลังบริษัทปรับลดคาดการณ์ทั้งปีลงครึ่งหนึ่ง และระงับการจ่ายเงินปันผล
อ่อนไหวต่อราคาน้ำมัน
บริษัทจำนวนมาก รวมถึง พรอคเตอร์แอนด์แกมเบิล คาเร็กซ์ และโตโยต้า ต่างออกมาเตือนถึงผลกระทบที่เพิ่มขึ้น ขณะที่สงครามเข้าสู่เดือนที่สาม
การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% จากช่วงก่อนสงคราม
สถานการณ์ดังกล่าวยังทำให้ค่าขนส่งสูงขึ้น วัตถุดิบขาดแคลน และเส้นทางการค้าหยุดชะงัก โดยสินค้าที่ได้รับผลกระทบมีทั้งปุ๋ย ฮีเลียม อะลูมิเนียม และโพลีเอทิลีน
หนึ่งในห้าของบริษัทที่ถูกสำรวจ ซึ่งครอบคลุมธุรกิจตั้งแต่เครื่องสำอาง ยางรถยนต์ ผงซักฟอก ไปจนถึงสายการบินและธุรกิจเรือสำราญ ระบุว่าได้รับผลกระทบทางการเงินจากสงครามครั้งนี้
บริษัทส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป และสหราชอาณาจักร ซึ่งต้นทุนพลังงานสูงอยู่แล้ว ขณะที่เกือบหนึ่งในสามอยู่ในเอเชีย ซึ่งพึ่งพาน้ำมัน และเชื้อเพลิงจากตะวันออกกลางอย่างมาก
รอยเตอร์ส ระบุว่า ตัวเลขความเสียหายดังกล่าว ใกล้เคียงกับผลกระทบจากมาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2568 ซึ่งเคยสร้างภาระต้นทุนให้ภาคธุรกิจกว่า 35,000 ล้านดอลลาร์
กลุ่มสายการบินได้รับผลกระทบสูงสุด คิดเป็นมูลค่าเกือบ 15,000 ล้านดอลลาร์ จากราคาน้ำมันเครื่องบินที่เกือบเพิ่มขึ้นเท่าตัว ขณะที่โตโยต้าเตือนว่า อาจได้รับผลกระทบ 4,300 ล้านดอลลาร์ ส่วน พรอคเตอร์แอนด์แกมเบิล ประเมินว่า กำไรหลังหักภาษีอาจลดลง 1,000 ล้านดอลลาร์
ด้านแมคโดนัลด์คาดว่า จะเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนในระยะยาวจากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน โดยราคาน้ำมันที่สูงกำลังกระทบกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย
ขณะเดียวกัน บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์ และวัสดุกว่า 40 แห่ง ระบุว่าจะปรับขึ้นราคาสินค้า เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวัตถุดิบปิโตรเคมีจากตะวันออกกลาง
นิวเวล แบรนด์ส เปิดเผยว่า ทุกการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะเพิ่มต้นทุนให้บริษัทประมาณ 5 ล้านดอลลาร์ ส่วนคอนติเนนทัล ผู้ผลิตยางรถยนต์จากเยอรมนี คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างน้อย 100 ล้านยูโรในไตรมาส 2 จากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน
ผลกระทบยังไม่โผล่ในรายงานผลประกอบการ
แม้ผลประกอบการของหลายบริษัทในไตรมาสแรกยังคงแข็งแกร่ง แต่ข้อมูลของแฟคท์เซต (FactSet) ระบุว่า การคาดการณ์อัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 2 ของบริษัทในดัชนีเอสแอนด์พี 500 เริ่มถูกปรับลดลงแล้ว
นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า บริษัทจดทะเบียนในยุโรปจะเริ่มเผชิญแรงกดดันด้านอัตรากำไรตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป เนื่องจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเริ่มส่งผ่านไปยังผู้บริโภคได้ยากขึ้น
ด้านนายเจอร์รี ฟาวเลอร์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์หุ้นยุโรปของยูบีเอส กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค เช่น ยานยนต์ โทรคมนาคม และสินค้าในครัวเรือน กำลังเผชิญการปรับลดคาดการณ์มากกว่า 5% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
ขณะที่ในญี่ปุ่น นักวิเคราะห์ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของกำไรไตรมาส 2 ลงเหลือ 11.8% จากช่วงปลายเดือนมี.ค.
นายรามี ซาราฟา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของคอร์โดบา แอดไวเซอรี พาร์ทเนอร์ส กล่าวว่า ผลกระทบที่แท้จริงต่อผลประกอบการของบริษัทส่วนใหญ่ยังไม่ปรากฏชัดในขณะนี้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'คาลบี' ปรับใช้ 'ซองขาวดำ' เหตุ 'สงครามอิหร่าน' ทำขาดแคลนหมึกพิมพ์
- เซ่นพิษสงครามอิหร่าน! ราคาถุงยางจ่อพุ่ง 30% เจอปัญหาขนส่ง-วัตถุดิบ ดันต้นทุนเพิ่ม
- 'ยักษ์น้ำมัน' จ่อโกยกำไรมหาศาล รับอานิสงส์ 'สงครามอิหร่าน' ดันราคาพุ่ง
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram:https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg