“ลุงโยชน์” กลับถึงบ้านแล้ว! ครอบครัวโผกอดร้องไห้ หลังถูกปล่อยตัวจากกัมพูชา
เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายโยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ ได้เดินทางกลับถึงบ้านพักอย่างปลอดภัย ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความยินดีของครอบครัวและญาติพี่น้อง หลังได้รับการปล่อยตัวจากราชอาณาจักรกัมพูชา
ทันทีที่เดินทางถึงบ้าน ภรรยาได้โผเข้ากอดด้วยความดีใจและโล่งใจ ก่อนหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันใจ หลังต้องเฝ้ารอการกลับมาของสามีเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ ขณะที่บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยความอบอุ่น มีทั้งญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองร่วมให้การต้อนรับและผูกข้อไม้ข้อมือรับขวัญ
ในโอกาสดังกล่าว นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และนายนิรันทร์ สุนทรศิริ นายอำเภอกาบเชิง ได้ร่วมเดินทางมาให้กำลังใจและร่วมในพิธีรับตัวกลับบ้านด้วย
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ พลจัตวา นิด นารง รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4 ราชอาณาจักรกัมพูชา ในฐานะประธานกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ฝ่ายกัมพูชา ได้ส่งมอบตัวนายโยชน์ให้กับ พลตรี กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ในฐานะประธานฝ่ายไทย ผ่านกลไกความร่วมมือคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ไทย–กัมพูชา
การส่งมอบครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกองทัพภาคที่ 2 และภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา หลังนายโยชน์เดินทางเข้าไปหาของป่าบริเวณแนวชายแดนจังหวัดสุรินทร์ และสูญหายไปตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2569 ก่อนมีการตรวจสอบพบว่าได้ข้ามแดนโดยไม่ตั้งใจ
ภายหลังจากครอบครัวแจ้งความและหน่วยงานฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหารร่วมกันค้นหาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งได้รับข้อมูลว่าถูกควบคุมตัวในฝั่งกัมพูชา และมีการดำเนินคดีฐานลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายที่ศาลชั้นต้นจังหวัดอุดรมีชัย
ต่อมา กองทัพภาคที่ 2 ได้ประสานผ่านกลไก RBC จนได้รับความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชา นำไปสู่การอนุมัติส่งตัวกลับประเทศไทยในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569
กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของกลไกความร่วมมือชายแดนระดับพื้นที่ ที่ช่วยลดความตึงเครียด เสริมสร้างความเชื่อมั่น และสะท้อนความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนและหน่วยงานความมั่นคงของทั้งสองประเทศ
ทั้งนี้ จากการตรวจสุขภาพเบื้องต้นพบว่า นายโยชน์มีสภาพร่างกายปกติ เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งตัวกลับถึงครอบครัวอย่างปลอดภัย พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลด้านสวัสดิภาพและสุขภาพต่อเนื่อง
นายโยชน์ สายน้อย กล่าวว่า ตนกำลังจะเดินกลับจากป่า ไม่คิดว่าตรงนั้นจะมีทหารเขมรอยู่ทหารเขมรกางเต๊นท์นอนอยู่ ตนคิดว่าเป็นชาวบ้านธรรมดา เขาก็เรียกตนเป็นภาษาเขมร ว่าลุงไปไหน ตนตอบไปว่าตนจะกลับบ้าน เขาถามว่าบ้านลุงอยู่ไหน บอกไปว่าบ้านอยู่กาบเชิง เขาบอกว่าเดี๋ยวอย่างพึ่งไป มานี่ก่อน จากนั้นก็มีทหารประมาณ 20 นาย อาวุธครบมือมาล้อมทางที่จะกลับ ก็เลยหยุดวางสัมภาระ เขาบอกให้มานั่งก่อน ตนตกใจด้วย กลัวด้วย ปืนก็เยอะ ทำยังไงจะได้กลับ เขาก็เลยพาไปที่สำโรง ลงจากเขาก็มีรถมารับ ทหารเขมรทำบันไดลิงขึ้นไปบนเขาเพราะเป้นหน้าผาตัด ปิดตา ตนก็เดินยาก แต่เปิดมองทางข้างล่างได้ ก็ไปนอนพักรอรถ ฝั่งนี้ก็เป็นของไทย แต่ไม่รู้ว่าฝั่งนั้นตรงไหนเป็นของเขา ที่ตนเดินไปถึงก็อาจจะเป็นพื้นที่เขา เพราะเป้นเขตทหารเขาพอดี ตนขอกราบขอบพระคุณสื่อและพี่น้องที่เป้นห่วง และนักข่าวทุกท่าน แม่ทัพทางทหาร ส่วนราชการ คุณอ้อ ไพรัช ทุกฝ่าย ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ทั้งอำเภอ ทั้งนายกรัฐมนตรี ทุกฝ่าย ขอกราบขอบพระคุณทุกๆท่าน
ด้านนางสาวกรรณิกา หอมขจร อายุ 47 ปี ภรรยา กล่าวว่า รู้สึกดีใจอย่างยิ่งที่สามีได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย หลังต้องเฝ้ารอด้วยความหวังและความกังวลมาตลอดระยะเวลาที่หายตัวไป พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และผู้เกี่ยวข้องที่ช่วยประสานงานจนสำเร็จ