“ทรัมป์” ปิดฉากเจรจาสี จิ้นผิง เห็นพ้องเสริมสร้างเสถียรภาพความสัมพันธ์ทางการค้า
“ทรัมป์” ปิดฉากเจรจาสี จิ้นผิง เห็นพ้องเสริมสร้างเสถียรภาพความสัมพันธ์ทางการค้า ท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลายแต่แฝงความตึงเครียด หลังจีนส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่อประเด็นไต้หวัน
วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 12.53 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เข้าสู่การหารือวันสุดท้ายกับสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง โดยพยายามชูความสำเร็จด้านเศรษฐกิจเพื่อเรียกคะแนนนิยม ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ ขณะที่จีนส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่อประเด็นไต้หวัน และย้ำว่าสงครามอิหร่านไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก
ทรัมป์กำลังอยู่ระหว่างการเยือนจีนครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐในรอบเกือบ 9 ปี และถือเป็นการเยือนคู่แข่งทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดของสหรัฐ นับตั้งแต่เขาเดินทางเยือนจีนครั้งก่อนในปี 2560
ระหว่างการพบกันที่จงหนานไห่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจของผู้นำจีน ทรัมป์ กล่าวว่า ทั้งสองประเทศทำข้อตกลงการค้าที่ยอดเยี่ยมร่วมกันและเป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่าย
ก่อนการประชุม ทั้งสองผู้นำยังเดินชมสวนและพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง โดยทรัมป์กล่าวชื่นชมดอกกุหลาบในสวน ขณะที่สี จิ้นผิง กล่าวว่าจะส่งเมล็ดพันธุ์ให้เขา ก่อนร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่มีทั้งลูกชิ้นล็อบสเตอร์ หอยเชลล์กังเปา และเกี๊ยวกุ้ง อย่างไรก็ตาม แม้บรรยากาศโดยรวมจะดูผ่อนคลาย แต่กระทรวงการต่างประเทศจีนได้ออกแถลงการณ์แข็งกร้าวเกี่ยวกับสงครามอิหร่านในวันเดียวกัน โดยระบุว่า “ความขัดแย้งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก และไม่มีเหตุผลใดที่จะปล่อยให้ดำเนินต่อไป”
จีนยังระบุว่า สนับสนุนความพยายามในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ หลังสงครามส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุปทานพลังงานและเศรษฐกิจโลก
ทรัมป์กล่าวว่า เขาและสี จิ้นผิงได้หารือเรื่องอิหร่าน และมีมุมมองคล้ายกันมาก แม้ผู้นำจีนจะไม่ได้แสดงความเห็นต่อสาธารณะโดยตรง
ก่อนหน้านี้ มีการคาดการณ์ว่า ทรัมป์จะพยายามกดดันให้จีนช่วยโน้มน้าวอิหร่านให้ยุติสงคราม ซึ่งทำให้ราคาพลังงานพุ่งและกระทบคะแนนนิยมของเขาในประเทศ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ มองว่าจีนไม่น่าจะกดดันเตหะรานอย่างหนัก หรือยุติการสนับสนุนทางทหาร เนื่องจากอิหร่านยังมีคุณค่าต่อปักกิ่งในฐานะพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ถ่วงดุลสหรัฐ
ทำเนียบขาวสรุปการหารือเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และสี จิ้นผิงแสดงความสนใจซื้อน้ำมันจากสหรัฐเพิ่ม เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐ ยังระบุว่า ทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับการซื้อสินค้าเกษตร เนื้อวัว และพลังงานจากสหรัฐ รวมถึงกำลังหารือกลไกบริหารข้อพิพาททางการค้าในอนาคต และเตรียมระบุสินค้าที่ไม่อ่อนไหวต่อความมั่นคงมูลค่าราว 30,000 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตามรายละเอียดข้อตกลงยังมีจำกัด และยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจนเกี่ยวกับการขายชิป AI ขั้นสูง H200 ของ Nvidia ให้จีน แม้ Jensen Huang จะร่วมเดินทางครั้งนี้ด้วยในนาทีสุดท้าย
ทรัมป์ยังเปิดเผยว่า จีนตกลงซื้อเครื่องบินจาก Boeing จำนวน 200 ลำ ซึ่งถือเป็นการซื้อเครื่องบินพาณิชย์จากสหรัฐครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี แต่ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ราว 500 ลำ ส่งผลให้หุ้น Boeing ปรับตัวลงกว่า 4%
นักวิเคราะห์จาก Economist Intelligence Unit มองว่า การประชุมครั้งนี้อาจช่วยสร้างความมั่นใจเชิงยุทธศาสตร์ แต่ยังต่ำกว่าความคาดหวังในเชิงเนื้อหา
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดของการประชุม คือคำเตือนของสี จิ้นผิงเกี่ยวกับไต้หวัน โดยผู้นำจีนระบุว่า หากสหรัฐจัดการประเด็นไต้หวันผิดพลาด อาจนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างสองมหาอำนาจ
ด้าน Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ยืนยันว่า นโยบายของสหรัฐต่อไต้หวันยังไม่เปลี่ยนแปลง และสหรัฐยังคงสนับสนุนไต้หวันต่อไป
นอกจากนี้รูบิโอยังเปิดเผยว่า ทรัมป์ได้หยิบยกกรณีของ Jimmy Lai เจ้าพ่อสื่อฮ่องกงและนักวิจารณ์จีนคนสำคัญ ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 20 ปีในคดีความมั่นคงแห่งชาติ ขึ้นหารือกับสี จิ้นผิงด้วย
รูบิโอ กล่าวว่า สหรัฐหวังจะเห็นการตอบสนองเชิงบวกต่อกรณีดังกล่าว ขณะที่จีนยืนยันมาตลอดว่า เรื่องฮ่องกงเป็นกิจการภายในของประเทศ
อ้างอิง : www.reuters.com