โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Nvidia ทุ่ม 6.5 พันล้านดอลลาร์ เดิมพันเทคโนโลยี Photonics แก้คอขวดพลังงานยุค AI

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 พ.ค. เวลา 13.34 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. เวลา 06.34 น.

Nvidia ทุ่ม 6.5 พันล้านดอลลาร์ เดิมพันเทคโนโลยี Photonics หรือการส่งข้อมูลด้วยแสง หลังมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาการใช้พลังงานและข้อจำกัดด้านการเชื่อมต่อของศูนย์ข้อมูล AI

วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 12.08 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า Nvidia กำลังทุ่มเงินลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ (Photonics) ซึ่งใช้แสงแทนกระแสไฟฟ้าในการส่งข้อมูล เพื่อแก้ปัญหาคอขวดสำคัญของอุตสาหกรรม AI ที่กำลังเผชิญข้อจำกัดด้านพลังงานและประสิทธิภาพของศูนย์ข้อมูลทั่วโลก

นับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Nvidia ได้ประกาศการลงทุนในบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีโฟโตนิกส์รวมมูลค่าอย่างน้อย 6.5 พันล้านดอลลาร์ โดยมองว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะเป็นกุญแจสำคัญในการรองรับการขยายตัวของ AI ในอนาคต

ปัจจุบัน การส่งข้อมูลภายในศูนย์ข้อมูลและระบบ AI ส่วนใหญ่ยังคงอาศัยสัญญาณไฟฟ้าที่วิ่งผ่านสายทองแดง ซึ่งแม้จะมีต้นทุนต่ำและมีความน่าเชื่อถือสูง แต่กลับใช้พลังงานจำนวนมาก และเริ่มกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญเมื่อความต้องการประมวลผล AI เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

โฟโตนิกส์เป็นเทคโนโลยีที่ใช้แสงในการรับส่งข้อมูลระหว่างหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) หน่วยความจำ ชิปเครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ และศูนย์ข้อมูล ซึ่งสามารถลดการใช้พลังงานและเพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูลได้อย่างมีนัยสำคัญ

อัลวิน เหงียน นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Forrester กล่าวว่า โฟโตนิกส์เป็นแนวทางที่ช่วยให้ Nvidia สามารถขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้โดยไม่ต้องเผชิญต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากการใช้ระบบไฟฟ้าและสายทองแดงแบบเดิม

“หากยังคงพึ่งพาเทคโนโลยีไฟฟ้าแบบเดิมต่อไป Nvidia อาจเผชิญกำแพงด้านประสิทธิภาพและการขยายระบบในอนาคต” เขากล่าว

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา Nvidia ได้ประกาศลงทุน 2 พันล้านดอลลาร์ในบริษัท Lumentum, Coherent และ Marvell ซึ่งต่างพัฒนาเทคโนโลยีด้านโฟโตนิกส์และระบบสื่อสารด้วยแสง

นอกจากนี้ Nvidia ยังประกาศลงทุนอีก 500 ล้านดอลลาร์ใน Corning เพื่อพัฒนาโซลูชันการเชื่อมต่อด้วยแสงสำหรับศูนย์ข้อมูลยุคใหม่ รวมถึงเข้าร่วมระดมทุนรอบ Series E ของสตาร์ทอัพด้านออปติกส์ Ayer Labs มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์

การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่า Nvidia ไม่ได้มองโฟโตนิกส์เป็นเพียงเทคโนโลยีเสริม แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน AI รุ่นถัดไป

ไบรอัน โคเลลโล นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Morningstar กล่าวว่า แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI รุ่นใหม่ของ Nvidia จะต้องใช้การเชื่อมต่อด้วยแสงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อรองรับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากโมเดล AI ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีผู้ใช้งานมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ Nvidia ได้เปิดตัวเทคโนโลยีด้านเครือข่ายที่ใช้โฟโตนิกส์ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยให้โรงงาน AI หรือ AI Factories สามารถเชื่อมต่อ GPU หลายล้านตัวข้ามศูนย์ข้อมูลได้ พร้อมลดการใช้พลังงานและต้นทุนการดำเนินงานลงอย่างมาก

เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia กล่าวในงาน GTC เมื่อเดือนมีนาคมว่า บริษัทกำลังเริ่มขยายการใช้เทคโนโลยี Silicon Photonics ในแพลตฟอร์มเครือข่าย Ethernet สำหรับเชื่อมต่อคลัสเตอร์ GPU และศูนย์ข้อมูล AI

เขายังเปิดเผยว่า Nvidia เริ่มนำโฟโตนิกส์มาใช้ในระบบเชื่อมต่อระหว่าง GPU ด้วยเช่นกัน

“ความต้องการกำลังการผลิต Silicon Photonics ของเราในอนาคตจะสูงกว่ากำลังการผลิตทั่วโลกในปัจจุบันอย่างมาก” หวงกล่าว พร้อมระบุว่าบริษัทกำลังทำงานร่วมกับซัพพลายเชนเพื่อขยายกำลังการผลิตล่วงหน้า

กระแสความสนใจต่อเทคโนโลยีนี้ส่งผลให้หุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในปีนี้ หุ้นของ Lumentum ปรับตัวขึ้นแล้ว 134% ตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ Coherent เพิ่มขึ้น 96%, Marvell พุ่งขึ้น 122% และ Corning เพิ่มขึ้น 111%

Nvidia ไม่ใช่บริษัทเดียวที่เร่งลงทุนในเทคโนโลยีดังกล่าว AMD ได้เข้าร่วมลงทุนใน Ayer Labs เช่นเดียวกัน พร้อมเข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพ Enosemi ในปี 2568 และลงทุนในบริษัทอย่าง Teramount และ Celestial AI ขณะที่กองทุนร่วมลงทุนของ Alphabet และ Microsoft ก็ร่วมสนับสนุนบริษัท nEye ในการระดมทุนรอบ Series C มูลค่า 80 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

แม้โฟโตนิกส์จะถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญของยุค AI แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการนำไปใช้งานในระดับใหญ่ยังเผชิญความท้าทายด้านการผลิต

นิค เพเชียนซ์ หัวหน้าฝ่าย AI ของ Futurum Group ระบุว่า ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยี แต่อยู่ที่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม

การประกอบระบบออปติกส์ร่วมกับชิปซิลิคอนจำเป็นต้องใช้ความแม่นยำสูงมาก และหากเกิดข้อผิดพลาดระหว่างกระบวนการผลิต มักไม่สามารถแก้ไขหรือซ่อมแซมได้ง่าย ส่งผลให้การขยายกำลังผลิตยังเป็นเรื่องท้าทาย

อย่างไรก็ตาม เขามองว่าการเปลี่ยนผ่านได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และคาดว่าการนำโฟโตนิกส์มาใช้งานในวงกว้างจะเกิดขึ้นอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป

สำหรับ Nvidia การเดิมพันครั้งใหญ่นี้สะท้อนว่า สงคราม AI ในอนาคตอาจไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านชิปประมวลผลอีกต่อไป แต่จะรวมถึงเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและการส่งข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าศูนย์ข้อมูลและโมเดล AI รุ่นใหม่จะสามารถเติบโตได้มากเพียงใดในอนาคต

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...