Nvidia ทุ่ม 6.5 พันล้านดอลลาร์ เดิมพันเทคโนโลยี Photonics แก้คอขวดพลังงานยุค AI
Nvidia ทุ่ม 6.5 พันล้านดอลลาร์ เดิมพันเทคโนโลยี Photonics หรือการส่งข้อมูลด้วยแสง หลังมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาการใช้พลังงานและข้อจำกัดด้านการเชื่อมต่อของศูนย์ข้อมูล AI
วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 12.08 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า Nvidia กำลังทุ่มเงินลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ (Photonics) ซึ่งใช้แสงแทนกระแสไฟฟ้าในการส่งข้อมูล เพื่อแก้ปัญหาคอขวดสำคัญของอุตสาหกรรม AI ที่กำลังเผชิญข้อจำกัดด้านพลังงานและประสิทธิภาพของศูนย์ข้อมูลทั่วโลก
นับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Nvidia ได้ประกาศการลงทุนในบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีโฟโตนิกส์รวมมูลค่าอย่างน้อย 6.5 พันล้านดอลลาร์ โดยมองว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะเป็นกุญแจสำคัญในการรองรับการขยายตัวของ AI ในอนาคต
ปัจจุบัน การส่งข้อมูลภายในศูนย์ข้อมูลและระบบ AI ส่วนใหญ่ยังคงอาศัยสัญญาณไฟฟ้าที่วิ่งผ่านสายทองแดง ซึ่งแม้จะมีต้นทุนต่ำและมีความน่าเชื่อถือสูง แต่กลับใช้พลังงานจำนวนมาก และเริ่มกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญเมื่อความต้องการประมวลผล AI เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด
โฟโตนิกส์เป็นเทคโนโลยีที่ใช้แสงในการรับส่งข้อมูลระหว่างหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) หน่วยความจำ ชิปเครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ และศูนย์ข้อมูล ซึ่งสามารถลดการใช้พลังงานและเพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูลได้อย่างมีนัยสำคัญ
อัลวิน เหงียน นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Forrester กล่าวว่า โฟโตนิกส์เป็นแนวทางที่ช่วยให้ Nvidia สามารถขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้โดยไม่ต้องเผชิญต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากการใช้ระบบไฟฟ้าและสายทองแดงแบบเดิม
“หากยังคงพึ่งพาเทคโนโลยีไฟฟ้าแบบเดิมต่อไป Nvidia อาจเผชิญกำแพงด้านประสิทธิภาพและการขยายระบบในอนาคต” เขากล่าว
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา Nvidia ได้ประกาศลงทุน 2 พันล้านดอลลาร์ในบริษัท Lumentum, Coherent และ Marvell ซึ่งต่างพัฒนาเทคโนโลยีด้านโฟโตนิกส์และระบบสื่อสารด้วยแสง
นอกจากนี้ Nvidia ยังประกาศลงทุนอีก 500 ล้านดอลลาร์ใน Corning เพื่อพัฒนาโซลูชันการเชื่อมต่อด้วยแสงสำหรับศูนย์ข้อมูลยุคใหม่ รวมถึงเข้าร่วมระดมทุนรอบ Series E ของสตาร์ทอัพด้านออปติกส์ Ayer Labs มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์
การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่า Nvidia ไม่ได้มองโฟโตนิกส์เป็นเพียงเทคโนโลยีเสริม แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน AI รุ่นถัดไป
ไบรอัน โคเลลโล นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Morningstar กล่าวว่า แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI รุ่นใหม่ของ Nvidia จะต้องใช้การเชื่อมต่อด้วยแสงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อรองรับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากโมเดล AI ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีผู้ใช้งานมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ Nvidia ได้เปิดตัวเทคโนโลยีด้านเครือข่ายที่ใช้โฟโตนิกส์ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยให้โรงงาน AI หรือ AI Factories สามารถเชื่อมต่อ GPU หลายล้านตัวข้ามศูนย์ข้อมูลได้ พร้อมลดการใช้พลังงานและต้นทุนการดำเนินงานลงอย่างมาก
เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia กล่าวในงาน GTC เมื่อเดือนมีนาคมว่า บริษัทกำลังเริ่มขยายการใช้เทคโนโลยี Silicon Photonics ในแพลตฟอร์มเครือข่าย Ethernet สำหรับเชื่อมต่อคลัสเตอร์ GPU และศูนย์ข้อมูล AI
เขายังเปิดเผยว่า Nvidia เริ่มนำโฟโตนิกส์มาใช้ในระบบเชื่อมต่อระหว่าง GPU ด้วยเช่นกัน
“ความต้องการกำลังการผลิต Silicon Photonics ของเราในอนาคตจะสูงกว่ากำลังการผลิตทั่วโลกในปัจจุบันอย่างมาก” หวงกล่าว พร้อมระบุว่าบริษัทกำลังทำงานร่วมกับซัพพลายเชนเพื่อขยายกำลังการผลิตล่วงหน้า
กระแสความสนใจต่อเทคโนโลยีนี้ส่งผลให้หุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในปีนี้ หุ้นของ Lumentum ปรับตัวขึ้นแล้ว 134% ตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ Coherent เพิ่มขึ้น 96%, Marvell พุ่งขึ้น 122% และ Corning เพิ่มขึ้น 111%
Nvidia ไม่ใช่บริษัทเดียวที่เร่งลงทุนในเทคโนโลยีดังกล่าว AMD ได้เข้าร่วมลงทุนใน Ayer Labs เช่นเดียวกัน พร้อมเข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพ Enosemi ในปี 2568 และลงทุนในบริษัทอย่าง Teramount และ Celestial AI ขณะที่กองทุนร่วมลงทุนของ Alphabet และ Microsoft ก็ร่วมสนับสนุนบริษัท nEye ในการระดมทุนรอบ Series C มูลค่า 80 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
แม้โฟโตนิกส์จะถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญของยุค AI แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการนำไปใช้งานในระดับใหญ่ยังเผชิญความท้าทายด้านการผลิต
นิค เพเชียนซ์ หัวหน้าฝ่าย AI ของ Futurum Group ระบุว่า ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยี แต่อยู่ที่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม
การประกอบระบบออปติกส์ร่วมกับชิปซิลิคอนจำเป็นต้องใช้ความแม่นยำสูงมาก และหากเกิดข้อผิดพลาดระหว่างกระบวนการผลิต มักไม่สามารถแก้ไขหรือซ่อมแซมได้ง่าย ส่งผลให้การขยายกำลังผลิตยังเป็นเรื่องท้าทาย
อย่างไรก็ตาม เขามองว่าการเปลี่ยนผ่านได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และคาดว่าการนำโฟโตนิกส์มาใช้งานในวงกว้างจะเกิดขึ้นอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป
สำหรับ Nvidia การเดิมพันครั้งใหญ่นี้สะท้อนว่า สงคราม AI ในอนาคตอาจไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านชิปประมวลผลอีกต่อไป แต่จะรวมถึงเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและการส่งข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าศูนย์ข้อมูลและโมเดล AI รุ่นใหม่จะสามารถเติบโตได้มากเพียงใดในอนาคต
อ้างอิง : cnbc.com