เอกนัฏยันใช้กลไกนำเงินโรงกลั่น-กองทุน คุมราคาน้ำมันในประเทศ ป้องกันพุ่งตามตลาดโลก มั่นใจน้ำมันสำรองในประเทศไม่ขาด
วันนี้ (15 กรกฎาคม) เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศ หลังจากราคาตลาดโลกปรับขึ้น จากกรณีเหตุการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มปะทุ ว่า จะเห็นว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันทุกประเภทปรับเพิ่มขึ้นสูง
เอกนัฏ กล่าวว่า ในประเทศไทย ยังใช้กลไกการลดราคาหน้าโรงกลั่น เพื่อนำเงินจากโรงกลั่นมาลดราคาหน้าปั๊ม ประกอบกับยังมีกองทุนน้ำมันที่จะบริหารราคาในช่วงนี้ให้เหมาะสมกับราคาตลาด โดยที่ไม่ต้องมีการปรับขึ้นลงเยอะแยะเหมือนก่อนหน้านี้ พร้อมยืนยันว่า กระทรวงพลังงานจะบริหารและติดตามดูสถานการณ์ทุกวัน เพื่อไม่ให้ราคาขึ้นเร็วและแรงตามตลาด
ส่วนที่ช่วงนี้ราคาน้ำมันในประเทศจะยังไม่ปรับขึ้นใช่หรือไม่ เอกนัฏ กล่าวว่า ต้องดูวันต่อวัน แต่ถึงจะมีการปรับราคาขึ้นหรือลง คงไม่ใช่ลักษณะการปรับแบบกระชาก ซึ่งจะค่อยๆ ดูไป
นอกจากนี้ จะมีการบริหารจัดการเรื่องตัวอุปทานของน้ำมันด้วย และเท่าที่ตรวจสอบน้ำมันดิบในประเทศยังไม่มีปัญหา ปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปสำรองในแทงก์ยังมีปริมาณเพียงพอจนเกือบเต็ม ยืนยันได้ว่าเราไม่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำมันแน่นอน ฉะนั้นจะต้องบริหารราคาให้เป็นไปตามกลไกตลาด
เมื่อถามว่า จะต้องประเมินสถานการณ์ระดับไหน ถึงจะมีการปรับขึ้นราคา เอกนัฏ กล่าวว่า ค่อยๆ ทยอยดู ที่ผ่านมาเราไม่ได้ต้องคอยอิงดูราคาสิงคโปร์ตลอด เพราะถึงแม้เราอิงราคาสิงคโปร์ แต่เราก็ไปลดราคาด้วยการนำเงินจากโรงกลั่นมา และที่ผ่านมาตนใช้กลไก พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ ในการลดราคา และจะมีการพิจารณาเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้การใช้เงิน 10,500 ล้านบาท มาลดราคาน้ำมันที่หน้าปั๊มและกำลังทำอยู่
เอกนัฏย้ำว่า ที่ผ่านมาที่ราคาน้ำมันลดลง แทบไม่ได้ใช้เงินจากกองทุนเลย แต่เป็นการติดลบมาตั้งแต่ก่อนเข้ารับตำแหน่ง