โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กยท.ขานรับนโยบายปุ๋ย 70:30 หนุนชาวสวนยางใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต

สยามรัฐ

อัพเดต 19 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กยท. สนองรับนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขับเคลื่อนแนวทางใช้ปุ๋ย 70:30 ส่งเสริมชาวสวนยางลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว โดยการสนับสนับสนุนให้ใช้ปุ๋ยเคมีอย่างคุ้มค่าและตรงตามตวามต้องการของต้นยางตามค่าวิเคราะห์ดิน ควบคู่กับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ - น้ำหมักชีวภาพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หนุนลดต้นทุนการผลิต ฟื้นฟูคุณภาพดิน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยางพาราอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.69 นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ เปิดเผยว่า สถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และความขัดแย้งระหว่างประเทศซึ่งมีผลต่อต้นทุนพลังงานและปัจจัยการผลิตภาคเกษตร โดยเฉพาะราคาปุ๋ยเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงกำหนดนโนยบายสำคัญเป็นแนวทางส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยตามแนวทาง 70:30 สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน รวมถึงการพัฒนางานวิจัยด้านสารปรับปรุงดินและเกษตรชีวภาพ ซึ่งสาระสำคัญของนโยบายดังกล่าว คือ การส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ปุ๋ยเคมีเป็นหลักอย่างเดียว ไปสู่การใช้ปุ๋ยเคมีที่เหมาะสมและแม่นยำตามค่าวิเคราะห์ดิน ควบคู่กับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดต้นทุนการผลิต และฟื้นฟูสมบัติทางกายภาพของดินในระยะยาว ดังนั้น กยท. จึงมุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนยางใส่ปุ๋ยเคมีอย่างคุ้มค่าในอัตราที่เหมาะสมตามค่าวิเคราะห์ดิน ควบคู่กับการเลือกใช้ปัจจัยการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยการสนับสนุนให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำจากปลาหมอคางดำ และน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบจาก กยท.

นางสาวนภาวรรณ เลขะวิพัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กล่าวว่า ปัจจุบันปุ๋ยเคมีในท้องตลาดมีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบางรายอาจมีการจำหน่ายปุ๋ยผสมที่มีราคาแพงแต่ไม่ได้คุณภาพ ทำให้ต้นยางพาราไม่ได้รับธาตุอาหารตามความต้องการอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ในแต่ละพื้นที่ปลูกยางยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการใช้ปุ๋ย ได้แก่ ความแตกต่างของชนิดดิน คุณสมบัติของดินในแต่ละพื้นที่ ความต้องการธาตุอาหารในปริมาณที่ต่างกันตามอายุต้นยาง และพันธุ์ยาง ดังนั้น การใช้ปุ๋ยสูตรสำเร็จโดยไม่ทราบปริมาณธาตุอาหารในดิน จึงทำให้ต้นยางได้รับธาตุอาหารไม่เพียงพอ หรือเกินความจำเป็น ส่งผลกระทบต่อต้นยางและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยไม่เกิดประโยชน์สูงสุด ดั้งนั้น การตรวจวิเคราะห์ดินก่อนใส่ปุ๋ยจึงเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการใช้ปุ๋ยได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและคุ้มค่าเกิดประโยชน์สูงสุดกับต้นยาง

ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กล่าวเพิ่มเติมว่า เกษตรกรชาวสวนยางที่ต้องการทราบค่าปริมาณธาตุอาหารในดินก่อนปลูกยาง หรือก่อนการใส่ปุ๋ยยาง สามารถสอบถามวิธีการเก็บตัวอย่างดินจากเจ้าหน้าที่ กยท. ทุกแห่ง และสามารถส่งตัวอย่างดินมาวิเคราะห์ธาตุอาหารในดินได้ที่ ศูนย์วิจัยยาง จ.บุรีรัมย์ สถาบันวิจัยยาง การยางแห่งประเทศไทย ต.ร่อนทอง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ 31150 หรือ โทรศัพท์ 0 4466 6079 หรือ 063 359 4199 ซึ่งศูนย์วิจัยยางบุรีรัมย์มีห้องปฏิบัติวิเคราะห์ดินที่ได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และสามารถให้บริการวิเคราะห์ธาตุอาหารในดินตามวิธีมาตรฐานสากล เช่น ค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน (pH), อินทรียวัตถุ (OM), ฟอสฟอรัส (P), โพแทสเซียม (K), แคลเซียม (Ca), แมกนีเซียม (Mg), และซัลเฟอร์ (S) เป็นต้น พร้อมส่งผลการวิเคราะห์และคำแนะนำการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินแก่เกษตรกรด้วย

สำหรับการเก็บตัวอย่างดินในพื้นที่ปลูกยางพารา ควรเก็บตัวอย่างดินก่อนการใส่ปุ๋ย หรือหากใส่ปุ๋ยไปแล้วควรเว้นระยะอย่างน้อย 45–60 วัน เพื่อหลีกเลี่ยงผลตกค้างของปุ๋ย ควรเก็บในขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะ และกำจัดวัชพืชบริเวณหน้าดินออกก่อนเก็บตัวอย่าง วิธีการเก็บตัวอย่างให้เก็บตัวอย่างดินที่ระดับความลึกประมาณ 30 ซม. จากผิวดิน โดยสุ่มเก็บตัวอย่างดินให้ทั่วแปลง จำนวน 10 จุดในปริมาณเท่าๆ กัน นำมารวมเป็นตัวอย่างดิน 1 ตัวอย่าง ให้ได้น้ำหนักประมาณครึ่งกิโลกรัม คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วจึงเก็บใส่ในถุงพลาสติกที่สะอาด ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีสิ่งปนเปื้อน เช่น ผงถ่าน มูลสัตว์ หรือจอมปลวก เพื่อให้ผลวิเคราะห์มีความแม่นยำมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...