โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สิงห์บุรีตั้งเป้าเมืองคาร์บอนต่ำแห่งอนาคต ผนึก 3 มหาวิทยาลัยดัง หนุนลำน้ำแม่ลาสู่ Ramsar Site

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธานเปิดการสัมมนา ”แนวทางการขับเคลื่อนโครงการจัดตั้งสิงห์บุรีเมืองคาร์บอนต่ำ หรือ สิงห์บุรีแซนด์บ็อกซ์ (Singburi Sandbox)” โดยมี นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วย ดร.ภานุวัฒน์ คำไสย เลขาสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรีและโฆษกโครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ตลอดจนนักวิชาการ หัวหน้าส่วนราชการ และตัวแทนภาคเอกชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ โรงแรมโกลเด้นดราก้อนรีสอร์ท จังหวัดสิงห์บุรี คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภาร่วมกับจังหวัดสิงห์บุรี และภาคีเครือข่ายทางวิชาการ จัดสัมมนาเปิดตัวโครงการ “สิงห์บุรีแซนด์บ็อกซ์” (Singburi Sandbox) เพื่อขับเคลื่อนจังหวัดสิงห์บุรีสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำต้นแบบ และส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

นายชีวะภาพ เปิดเผยว่า โครงการนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของ "สระบุรีแซนด์บ็อกซ์" เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำที่สอดรับกับเป้าหมายระดับประเทศ ในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2065 โครงการ "สิงห์บุรีแซนด์บ็อกซ์" จะมุ่งเน้นการดำเนินงานครอบคลุม 6 ด้านหลัก ประกอบด้วย
1.ภาคเกษตรกรรม ส่งเสริมการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง และรณรงค์ลดการเผาตอซัง
2.เพิ่มพื้นที่สีเขียว เร่งปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูดซับคาร์บอน
3.พลังงานสะอาด สนับสนุนการติดตั้งและใช้งานระบบโซลาร์เซลล์
4.ระบบขนส่งสีเขียว ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และบริหารจัดการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ
5.ภาคอุตสาหกรรม ลดการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการผลิต
6.ภาคประชาชน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระดับครัวเรือนและชุมชน

ดัน "ลุ่มน้ำแม่ลา" สู่พื้นที่ชุ่มน้ำโลก คืนถิ่นปลาช่อนแม่ลา คือการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ลาให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำต้นแบบด้านการกักเก็บคาร์บอนและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ พร้อมทั้งเตรียมผลักดันขึ้นทะเบียนเป็น พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ (Ramsar Site) เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และรักษาสายพันธุ์เด่นในพื้นที่อย่าง "ปลาช่อนแม่ลา" รวมถึงนกน้ำหายาก นอกจากนี้ โครงการยังได้รับความร่วมมือด้านองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมจาก 3 สถาบันการศึกษาชั้นนำ ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เพื่อวางรากฐานให้จังหวัดสิงห์บุรีพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โครงการ “สิงห์บุรีแซนด์บ็อกซ์” ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดโลกร้อน แต่ยังเปิดโอกาสให้เกษตรกร ชุมชน และภาคธุรกิจในจังหวัดสิงห์บุรี สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้จากกลไก "คาร์บอนเครดิต" นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...