จับตาปลดล็อกขายหุ้นการบินไทยอีก 75%
จับตาปลดล็อกขายหุ้นการบินไทย (THAI) อีก 75% ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ ครบกำหนดแผนฟื้นฟูกิจการ
เป็นประเด็นร้อนที่ทำให้นักลงทุนในตลาดหุ้นไทยต้องหันมาจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อหุ้น THAI หรือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีกำหนดการสำคัญในการปลดล็อกหุ้นก้อนสุดท้ายอีก 75% (จำนวนประมาณ 19,802 ล้านหุ้น) ในวันที่ 3 ส.ค. 2569 นี้ หลังจากครบกำหนดระยะเวลาห้ามขาย (Silent Period) ตามแผนฟื้นฟูกิจการ
การปลดล็อกครั้งนี้หมายความว่า หุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนทั้งหมด จะสามารถซื้อขายได้อย่างอิสระในตลาดหลักทรัพย์ฯ ถือเป็นหนึ่งใน Key Milestone สำคัญก่อนหลังจากที่สายการบินแห่งชาติ กลับเข้ามาซื้อขายอย่างเต็มรูปแบบ ทว่าในเชิงจิตวิทยาการลงทุน (Sentiment) นี่คือโจทย์ใหญ่ที่สร้างความกังวลไม่น้อย
มุมมองนักวิเคราะห์ ปัจจัยลบระยะสั้นจาก Supply Overhang
จากการสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์ ประเมินตรงกันว่า ประเด็นนี้เป็นปัจจัยลบเชิง Sentiment ในระยะสั้น อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากปริมาณหุ้นเกือบ 2 หมื่นล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนที่สูงมากเมื่อเทียบกับจำนวนหุ้นทั้งหมด
บทวิเคราะห์ บล. กสิกรไทย ประเมินเป็นปัจจัยลบเชิง Sentiment ระยะสั้นต่อ THAI จากความเสี่ยง Supply Overhang หรือภาวะที่มีปริมาณหุ้นจ่อทะลักเข้าสู่ตลาดมากเกินไป อาจมีเจ้าหนี้เดิมบางส่วนที่ต้องการทยอยขายทำกำไรหรือลดความเสี่ยงทันทีที่ปลดล็อก แม้ปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงโดยตรงก็ตาม
บทวิเคราะห์ บล. กรุงศรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่หุ้นการบินไทย (THAI) ทคิดเป็นสัดส่วนราว 70% ของหุ้นทั้งหมด จะครบกำหนดระยะเวลาห้ามขาย (Silent Period) ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ และจะเริ่มกลับมาซื้อขายในตลาดได้ตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป โดยพบว่าที่มาของหุ้นที่ถูกปลดล็อก มาจาก 2 ส่วนหลัก คือ หุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ ต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 2.5452 บาท/หุ้น คาดว่ามีสัดส่วนมากกว่า 80% ของหุ้นทั้งหมดที่จะปลดล็อก
หุ้นเพิ่มทุน ต้นทุนอยู่ที่ 4.48 บาท/หุ้น
มุมมองและผลกระทบทางจิตวิทยา (Sentiment) คาดว่าจะมีแรงกดดันราคาในระยะสั้นต่อราคาหุ้น เนื่องจากหุ้นที่จะปลดล็อกมีจำนวนมหาศาลและมีต้นทุนที่ต่ำกว่าราคาตลาดในปัจจุบันค่อนข้างมาก (ราคาปิด ณ วันที่ทำบทวิเคราะห์คือ 6.50 บาท) ทำให้กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมบางส่วน เช่น กลุ่มสหกรณ์ต่างๆ อาจชิงลดความเสี่ยงด้วยการทำ Overnight Big Lot ออกมาล่วงหน้าก่อนที่ราคา 6.00 บาท
สถิติในอดีต เมื่อเทียบกับการปลดล็อกหุ้นรอบก่อนหน้า จำนวน 6.6 พันล้านหุ้น เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2569 พบว่าในวันแรกที่ปลดล็อก มีปริมาณการซื้อขายทะลุ 600 ล้านหุ้น และราคาหุ้นปรับตัวลดลงทันที 14% ต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ราคาหุ้นจึงจะสามารถฟื้นตัวกลับมาเท่ากับช่วงก่อนปลดล็อกได้
ข่าวดีเรื่องการเข้า SET50
ทั้งนี้ แม้ว่า THAI จะมีข่าวดีเรื่องการได้รับคัดเลือกเข้าคำนวณในดัชนี SET50 / SET100 รอบครึ่งหลังของปี 2569 เพราะฉะนั้น มีโอกาสสูงที่กองทุนประเภท Passive Fund และสถาบันขนาดใหญ่ต้องเข้ามาไล่ซื้อหุ้น THAI เพื่อปรับน้ำหนักพอร์ต เม็ดเงินมหาศาลนี้จะเข้ามาเป็นแรงพยุงราคาที่แข็งแกร่ง
อย่างไรก็ บล.กรุงศรี ประเมินว่าน้ำหนักจากปัจจัยลบเรื่องการปลดล็อกหุ้นล็อตใหญ่และการทำ Big Lot ในราคาต่ำ จะกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น ทำให้ยังคงคำแนะนำ Neutral (ถือ/เป็นกลาง) โดยให้ราคาเป้าหมายพื้นฐานไว้ที่ 5.70 บาทต่อหุ้น
บทสรุปสำหรับนักลงทุน คาดว่าการปลดล็อกหุ้น 75% ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ เปรียบเหมือน "ฝุ่นตลบระยะสั้น" ที่สร้างความผันผวนให้ราคาหุ้น THAI จากความกลัวเรื่อง Supply Overhang แต่หากราคาหุ้นมีการปรับตัวลดลงมาทดสอบแนวรับสำคัญ ประกอบกับสตอรี่การเติบโตและการเข้า SET50 ยังเป็นไปตามนัด ช่วงเวลาที่ราคาหุ้นย่อตัวลงมานี้ อาจกลายเป็น "โอกาสทอง” ของนักลงทุนระยะยาว ที่จะได้สะสมหุ้นสายการบินแห่งชาติในต้นทุนที่ได้เปรียบ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สานฝัน ศูนย์กลางการบินภูมิภาค ไทยเจ้าภาพประชุม IATA Slot Conference ครั้งที่ 158
- การบินไทย จับมือ Air India เปิดเที่ยวบินร่วม เชื่อมต่อการเดินทางทั่วโลก
- นายกฯ ชูศักยภาพไทย ดัน 'อู่ตะเภา-EEC' ศูนย์กลางการบิน-โลจิสติกส์อาเซียน
ติดตามเราได้ที่