โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“สหรัฐ-อิหร่าน” ปะทะใกล้ฮอร์มุซ แม้เจรจาสันติภาพยังเดินหน้าต่อ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 พฤษภาคม 2569 เวลา 23.20 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"สหรัฐ-อิหร่าน" ปะทะใกล้ฮอร์มุซ แม้เจรจาสันติภาพยังเดินหน้าต่อ หลังสหรัฐโจมตีฐานยิงขีปนาวุธและเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่าน

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.59 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กองกำลังสหรัฐและอิหร่านปะทะกันใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อคืนที่ผ่านมา สะท้อนความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่าย แม้ต่างยังส่งสัญญาณว่าการเจรจาข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวมีความคืบหน้า

เหตุปะทะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า การเจรจากับอิหร่านเกี่ยวกับการขยายข้อตกลงหยุดยิงและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังดำเนินต่อไป ขณะที่โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกแถลงการณ์เตือนว่าชาติและดินแดนในภูมิภาคจะไม่เป็นเกราะป้องกันฐานทัพอเมริกันอีกต่อไป

ผู้นำสูงสุดวัย 56 ปี ซึ่งยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมีนาคม ไม่ได้ระบุว่าการเจรจามีอุปสรรคใหม่ หรือกล่าวโจมตีสหรัฐต่อเหตุปะทะเมื่อคืนวันจันทร์ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความสับสนและความเปราะบางของกระบวนการเจรจานับตั้งแต่มีการหยุดยิงเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวระหว่างเยือนอินเดียว่า ขณะนี้ยังมีการพูดคุยไปมาอย่างมากเกี่ยวกับถ้อยคำในเอกสารเบื้องต้นของข้อตกลง และอาจต้องใช้เวลาอีกหลายวัน

กองทัพสหรัฐ ระบุว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีเพื่อป้องกันตัวในภาคใต้ของอิหร่าน โดยโจมตีฐานยิงขีปนาวุธและเรือที่พยายามวางทุ่นระเบิด ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) อ้างว่า ได้ยิงใส่เครื่องบินรบ F-35 และโดรนหลายลำ หลังล่วงล้ำน่านฟ้าอิหร่าน

IRGC ยังอ้างว่าสามารถยิงโดรน MQ-9 Reaper ตกได้ และบังคับให้เครื่องบินลำอื่นถอนตัวออกไป ส่วนสำนักข่าว Nour ของทางการอิหร่านรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่อิหร่านเสียชีวิตหลายรายจากการโจมตีบริเวณเกาะลารักในช่องแคบฮอร์มุซ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

ด้านกองทัพอิสราเอลยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการของสหรัฐครั้งนี้

รูบิโอกล่าวว่า ทรัมป์จะยอมรับเฉพาะข้อตกลงที่ดีเท่านั้น ไม่เช่นนั้นก็จะไม่มีข้อตกลงใดเกิดขึ้น พร้อมเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มสายเหยี่ยวในสหรัฐฯ รวมถึงวุฒิสมาชิกรีพับลิกัน ลินด์ซีย์ เกรแฮม ที่มองว่าข้อตกลงที่กำลังหารืออาจยอมให้อิหร่านมากเกินไป ทั้งการปลดล็อกเงินทุนอิหร่านหลายพันล้านดอลลาร์และการยกเลิกปิดล้อมท่าเรือ

อย่างไรก็ตามทรัมป์ต้องเผชิญแรงกดดันอีกด้านจากกระแสต่อต้านสงครามของชาวอเมริกันที่เพิ่มขึ้น หลังความขัดแย้งซึ่งเริ่มจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงและผลักดันเงินเฟ้อทั่วโลก

ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้น 3.8% แตะระดับเกือบ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันอังคาร แม้ยังลดลงเมื่อเทียบรายสัปดาห์จากความหวังว่าข้อตกลงชั่วคราวใกล้บรรลุผล

ประเทศอาหรับหลายชาติ เช่น ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ ต่างเรียกร้องให้ทรัมป์เดินหน้าการทูตต่อไป เนื่องจากกังวลว่า หากสงครามกลับมาปะทุ อิหร่านอาจกลับมาใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีประเทศในภูมิภาคเหมือนก่อนข้อตกลงหยุดยิงเดือนเมษายน ซึ่งเคยสร้างความเสียหายหลายหมื่นล้านดอลลาร์และคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก

ก่อนหน้านี้ทรัมป์ยังเรียกร้องให้ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และชาติอาหรับอื่น ๆ เข้าร่วมข้อตกลง Abraham Accords และรับรองอิสราเอลอย่างเป็นทางการ แต่แนวคิดดังกล่าวยังเป็นไปได้ยาก หากอิสราเอลยังไม่เปิดทางสู่การจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ ซึ่งรัฐบาลอิสราเอลยังคงปฏิเสธ

นอกเหนือจากประเด็นการปลดล็อกเงินทุนอิหร่าน อุปสรรคสำคัญอีกด้านของการเจรจาคือเรื่องเสรีภาพการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โดยสหรัฐ ชาติอาหรับ และยุโรป ต้องการให้อิหร่านเปิดทางเดินเรืออย่างเสรี ขณะที่อิหร่านต้องการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมบริการนำร่อง

ทรัมป์ยังต้องการให้อิหร่านส่งมอบหรือทำลายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูงทั้งหมด เนื่องจากสหรัฐกังวลว่าอาจถูกนำไปพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แม้อิหร่านจะปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าว แต่ก็ส่งสัญญาณว่าอาจยอมส่งยูเรเนียมไปยังประเทศที่สาม เช่น รัสเซียหรือจีน

อีกประเด็นสำคัญ คือสถานการณ์ในเลบานอน ซึ่งอิสราเอลยังสู้รบกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โดยอิหร่านยืนยันว่าต้องมีการหยุดยิงในเลบานอนด้วย ขณะที่อิสราเอลต้องการคงเสรีภาพในการปฏิบัติการทางทหาร

เมื่อคืนวันจันทร์ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศว่าจะเพิ่มความเข้มข้นในการโจมตีเลบานอน ซึ่งตลอดช่วงสงครามทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน และประชาชนมากกว่า 1 ล้านคนต้องพลัดถิ่น

ขณะเดียวกันคณะผู้แทนอิหร่านนำโดย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภา เดินทางถึงกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกาตาร์ โดยผู้ว่าการธนาคารกลางอิหร่านร่วมเดินทางด้วย เพื่อเจรจาเรื่องการปลดล็อกเงินทุนอิหร่านที่ถูกอายัด

แม้ทั้งสองฝ่ายอาจสามารถบรรลุข้อตกลงชั่วคราว ซึ่งคาดว่าจะขยายเวลาหยุดยิงออกไปราว 2 เดือน แต่หลังจากนั้นยังต้องเข้าสู่การเจรจาที่ยุ่งยากเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และหากการเจรจาล้มเหลว สงครามก็อาจปะทุขึ้นอีกครั้งได้

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...