โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤตอิหร่านเผยจุดแข็งพลังงานจีน หลังลดพึ่งพาน้ำมันต่อเนื่อง 25 ปี

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นรอบช่องแคบฮอร์มุซในปี 2569 ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง พร้อมตอกย้ำความเปราะบางของเศรษฐกิจที่ยังพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลนำเข้า อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์ล่าสุดของ World economic forum ชี้ว่า จีนซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่เสี่ยงได้รับผลกระทบมากที่สุด กลับสามารถรับมือกับแรงกระแทกดังกล่าวได้ดีกว่าหลายประเทศในภูมิภาค

แม้จีนจะนำเข้าน้ำมันดิบจำนวนมากจากตะวันออกกลาง และมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซในระดับสูง แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตครั้งล่าสุดกลับจำกัดกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ บทวิเคราะห์ระบุว่า ปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมีคลังสำรองน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบพลังงานที่ดำเนินมาต่อเนื่องตลอดกว่า 25 ปี

จีนเริ่มให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงานตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 หลังการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเกิดความกังวลต่อความเสี่ยงของเส้นทางขนส่งพลังงานทางทะเล โดยเฉพาะช่องแคบมะละกาและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นจุดคอขวดสำคัญของระบบพลังงานโลก

จีนแก้ปัญหาด้วยการลดความต้องการใช้น้ำมันและก๊าซ

ในช่วงเวลาเดียวกัน จีนยังเผชิญปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าในหลายพื้นที่ และต่อมาต้องรับมือกับวิกฤตมลพิษทางอากาศรุนแรงในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะกรุงปักกิ่งในปี 2556 เหตุการณ์เหล่านี้กลายเป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลเร่งลงทุนในระบบไฟฟ้า โครงข่ายส่งไฟฟ้า และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด

บทวิเคราะห์ระบุว่า จีนเลือกแก้ปัญหาความมั่นคงทางพลังงานด้วยการลดความต้องการใช้น้ำมันและก๊าซในภาคเศรษฐกิจสำคัญ ผ่านการใช้พลังงานไฟฟ้าแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ระบบขนส่งสาธารณะไฟฟ้า หรือการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรม

การขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ช่วยลดความต้องการใช้น้ำมันลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การลงทุนในสายส่งไฟฟ้าแรงดันสูงพิเศษ (UHV) ทำให้พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์จากพื้นที่ห่างไกลสามารถส่งไปยังศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จีนสร้างอุปสงค์ผ่านนโยบายภาครัฐในระยะยาว

บทวิเคราะห์ยังชี้ว่า ความสำเร็จของจีนไม่ได้เกิดจากตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสร้างอุปสงค์ผ่านนโยบายภาครัฐในระยะยาว ทั้งการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ จนทำให้ต้นทุนเทคโนโลยีลดลงและสามารถแข่งขันได้ในเชิงพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม บทความไม่ได้สรุปว่าประเทศอื่นควรลอกแบบจีนทั้งหมด เนื่องจากความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขเฉพาะของจีน ทั้งด้านโครงสร้างรัฐ ความสามารถทางการคลัง และการวางแผนระยะยาว แต่ผู้เขียนมองว่า สิ่งที่ประเทศต่าง ๆ สามารถเรียนรู้ได้ คือการมองการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในฐานะยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพลังงาน ไม่ใช่เพียงนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ

โดยสรุปเเล้ว วิกฤตอิหร่านได้เผยให้เห็นคุณค่าของการลงทุนด้านพลังงานที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในจีนตลอดหลายทศวรรษ โดยระบบไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ได้กลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดความเปราะบางของเศรษฐกิจต่อความผันผวนของตลาดพลังงานโลกและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...