โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เจาะเทรนด์ “Speed Economy ช้อปไว จ่ายถี่ เปย์เพราะรัก” เขย่าอีคอมเมิร์ซไทย 1.6 ล้านล้าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 พ.ค. เวลา 18.14 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. เวลา 11.14 น.

ตัวเลขช้อปออนไลน์-เดลิเวอรี่พุ่ง 25% นักช้อปยุคใหม่ "ซื้อน้อยแต่ซื้อบ่อย" ดู-เชื่อ-ซื้อ จบในไม่กี่วินาที หมดยุคเทียบราคาเพราะเทรนด์ "Crazy in Love Economy" กำลังมา ลูกค้าพร้อมเปย์เพราะรักและอยากดันหลัง KOL เคทีซีเผยสถิติ "Beauty" แชมป์ยอดขายสูงสุดตลอดกาล พร้อมส่งบัตรดิจิทัลไร้ตัวเลข สกัดโกง 24 ชั่วโมง

20 พฤษภาคม 2569 - ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมการช้อปปิ้งของคนไทยตอนนี้เปลี่ยนไปไวมาก จากเดิมที่เวลาจะซื้อของทีต้อง"ค้นหา-เปรียบเทียบ" ข้อมูลกันเป็นวันๆ ตอนนี้สวิตช์มาสู่ยุค "ดู-เชื่อ-ซื้อ" ภายในเวลาไม่กี่วินาทีแทนแล้ว ปรากฏการณ์นี้ทำให้เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค "Speed Economy" หรือเศรษฐกิจแห่งความเร็วแบบเต็มตัว ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนแค่เรื่องของโลจิสติกส์ที่ต้องส่งไวอย่างเดียว แต่เปลี่ยนวิธีคิดของทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ ตั้งแต่แบรนด์ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ครีเอเตอร์ ไปจนถึงระบบการชำระเงินของสถาบันการเงินเลยทีเดียว

ใน งานเสวนา KTC FIT Talk ครั้งที่ 24 หัวข้อ “Speed Economy : โอกาสและความท้าทายของอีคอมเมิร์ซ และคนทำคอนเทนต์” ถือเป็นเวทีที่รวมตัว 3 บิ๊กเพลเยอร์ ทั้ง "เคทีซี" (บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)) สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย และสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย มานั่งล้อมวงถอดอินไซต์และทิศทางของตลาดอีคอมเมิร์ซไทยไว้อย่างดุเดือดและน่าสนใจมากๆ

"วันนี้เราอยู่ในยุคของ 'Speed Economy' ที่ความเร็วไม่ได้หมายถึงแค่การจัดส่งสินค้า แต่หมายถึงความเร็วในการตัดสินใจ ความเร็วในการเข้าถึงผู้บริโภค และความเร็วในการปรับตัวของธุรกิจ อีคอมเมิร์ซจึงไม่ได้เป็นเพียงช่องทางการขายอีกต่อไป แต่กลายเป็น Economic Ecosystem ไปแล้ว"

เปิดสถิติเคทีซี: คนไทย "ซื้อน้อยแต่ซื้อบ่อย" ดันธุรกรรมโต 25%

คุณออฟ-ณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กางตัวเลขพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีให้เห็นภาพชัดๆ ว่า คนไทยใช้ชีวิตอยู่บนโลกดิจิทัลแบบถี่ขึ้นมาก โดยช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.-เม.ย.) ยอดรายการธุรกรรม (Transaction) บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและ Food Delivery เติบโตสูงถึง 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ยอดใช้จ่ายรวม (Spending) เติบโตประมาณ 16%

ถ้าเจาะลึกพฤติกรรมการช้อปออนไลน์ของคนยุคนี้ จะพบสถิติที่น่าสนใจดังนี้ :

  • ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย (Average Ticket Size): ตกอยู่ราวๆ 800 - 1,000 บาทต่อครั้ง นิยามสั้นๆ คือเป็นพฤติกรรมแบบ "Micro Spending" คือซื้อของชิ้นเล็กๆ จ่ายย่อยๆ ระหว่างวัน เช่น สั่งกาแฟตอนเช้า หรือสั่งอาหารกลางวันที่ต้องกดปุ๊บได้ปั๊บ
  • หมวดหมู่สินค้าแชมป์ตลอดกาล: อันดับ 1 ยังคงเป็น ความงามและเครื่องสำอาง (Beauty & Cosmetic) ตามมาด้วย เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย (Apparel & Fashion) และอันดับ 3 คือ ของใช้ในชีวิตประจำวัน (FMCG)
  • สมรภูมิแพลตฟอร์ม: Shopee ยังเหนียวแน่นในอันดับ 1 มียอดใช้จ่ายสูงสุดทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง Lazada และอันดับ 3 อย่าง TikTok ทว่าแต่ละแห่งมีจุดขายต่างกัน เช่น TikTok จะเด่นเรื่อง Social Commerce และความบันเทิง ส่วน Lazada จะเน้นความชัวร์เรื่องของแท้ใน LazMall

ปีนี้ KTC ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายหมวดออนไลน์โตที่ 18% ซึ่งพอผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสั้นและเร็วขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ "ความปลอดภัย" เคทีซีเลยต้องจัดทีมมอนิเตอร์การโกงตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมส่งนวัตกรรม "บัตรเครดิตดิจิทัลที่ไม่มีหมายเลขบนบัตร" และระบบ Dynamic CVV ที่จะเปลี่ยนตัวเลขหลังบัตรทุกๆ 24 ชั่วโมงเข้ามาอุดรอยรั่ว พร้อมแนะนำให้นักช้อปเลือกซื้อผ่านแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ เพื่อจะได้สามารถตรวจสอบหรือกดปฏิเสธการจ่ายเงินได้ทันทีหากเจอสินค้าไม่ตรงปก

ตลาด 1.6 ล้านล้าน ยุค AI Commerce และเมื่อลูกค้าเปย์ด้วยความรัก "Crazy in Love Economy"

มาดูภาพใหญ่ของตลาดกันบ้างคุณมิม-กุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (THECA) คาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยฝั่ง B2C ปีนี้จะแตะ 1.6 ล้านล้านบาท (โตเฉลี่ย 10-20% ต่อปี)

และถ้าบวกฝั่ง B2B เข้าไปด้วย อาจพุ่งไปถึง 6-7 ล้านล้านบาท ทำให้ไทยกลายเป็นตลาดอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากอินโดนีเซียเท่านั้น สอดคล้องกับข้อมูลจาก Priceza และ UNESCAP ที่มองว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคือโซนที่โตไวที่สุดในโลกด้านการค้าดิจิทัลข้ามพรมแดน (Cross-border E-commerce)

คุณมิม ชี้ว่า ตอนนี้เรากำลังอยู่ในยุค "AI Commerce" ที่ขับเคลื่อนด้วย "Triple AI" คือ:

  • แพลตฟอร์มใช้ AI ทำเครื่องมือมาร์เก็ตติ้ง
  • ผู้บริโภคใช้ AI ช่วยเลือกซื้อของ
  • ระบบนิเวศอย่างธนาคารและภาครัฐนำ AI มาปลั๊กอินระบบ

และอีกหนึ่งเทรนด์ที่แบรนด์ต้องรู้คือ "Crazy in Love Economy" หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความรัก ความพึงพอใจ และความผูกพันที่ลูกค้ามีต่ออินฟลูเอนเซอร์ หรือ KOL ยุคนี้คนไม่ได้เลือกซื้อสินค้าจากคีย์เวิร์ด "ราคาถูกที่สุด" เป็นหลักแล้ว แต่ยอมจ่ายเพราะรักและอยากสนับสนุนครีเอเตอร์ที่ตัวเองชอบ

คำแนะนำสำหรับ SME ไทย คือ ต้องรีบกระโดดเข้าสู่ Live Commerce ด่วน ๆ เพราะตอนนี้ยอดขายจากการไลฟ์สดคิดเป็น 20-30% ของทั้งประเทศแล้ว และอย่ามองแค่ตลาดในไทย ให้มองโอกาสค้าขายข้ามพรมแดนไปยังประเทศที่มีประชากรสูงๆ เช่น อินโดนีเซีย (280 ล้านคน) หรือ ปากีสถาน รวมถึงต้องปรับตัวใช้ Data และ AI มาสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ (Innovation Onwards) มากกว่าแค่การทำตลาดแบบ Personalization ทั่วไป

นอกจากนี้ทางสมาคมฯ ยังอยากเห็นแคมเปญร่วมมืออย่าง "ไทยช่วยไทย ไทยช้อปไทย" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และเตรียมพานักธุรกิจไทยไปงาน Global AIE Expo 2026 ที่ประเทศจีน (มาเก๊าและจูไห่) เพื่อสร้างเน็ตเวิร์กอินเตอร์ เพราะยุคนี้การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่ยอดขาย แต่วัดกันที่ความสามารถแบบ "Double AI" ใครเรียนรู้และนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ได้เร็วกว่า คนนั้นชนะ

Creator Economy 5,000 ล้าน เม็ดเงินสะพัด แต่ต้องอยู่รอดด้วย "Trust"

ในฝั่งของคนทำคอนเทนต์คุณปู-สุวิตา จรัญวงศ์ อุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลวิชาชีพ สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย และ CEO เทลสกอร์ (Tellscore) เผยอินไซต์ว่า มูลค่าการตลาดผ่านคอนเทนต์ (Content Marketing) ของเหล่าครีเอเตอร์ในปีที่ผ่านมา สูงถึง 4,000 - 5,000 ล้านบาท (ยังไม่รวมธุรกิจเกม) ซึ่งในวิกฤตเศรษฐกิจแบบนี้ ถือเป็นโอกาสทองของ SME และครีเอเตอร์หน้าใหม่ที่จะแจ้งเกิด ถ้าปรับตัวและจับช่องทางได้ถูก

"ปัจจุบัน Creator Economy กำลังเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับ 'การมองเห็น' (Reach) เพียงอย่างเดียว ไปสู่การให้ความสำคัญกับ 'ความน่าเชื่อถือ' (Trust) และความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภคมากขึ้น ครีเอเตอร์จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างคอนเทนต์ แต่มีบทบาทในการเชื่อมโยงข้อมูล ประสบการณ์ และความไว้วางใจกับการตัดสินใจของผู้บริโภคในโลกดิจิทัล"

คุณปู สรุปคีย์เวิร์ดสำคัญ 3 ข้อ ที่ครีเอเตอร์ยุคนี้ต้องมีเพื่อความอยู่รอด :

  • ตัวตนที่แท้จริง (Authenticity) : ยุคนี้ AI หรือโปรไฟล์ปลอมเยอะมาก ความน่าเชื่อถือและการมีตัวตนจริงใจเลยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
  • Performance ต้องได้ : ไม่ใช่แค่ทำคอนเทนต์เอายอดวิวสวยๆ แต่ต้องสร้างยอดขาย หรือ Conversion ได้จริงด้วย เช่น เทรนด์การ "ติดตะกร้า"
  • Engagement สำคัญกว่ายอดผู้ติดตาม (Engagement > Follower) : ตอนนี้ยอดฟอลไม่ใช่ทุกอย่าง (Follower is not number 1) แต่อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มจะเลือกดันคอนเทนต์ที่มี Engagement ดีๆ ให้คนเห็นมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม "ไมโครครีเอเตอร์" ที่มีฐานแฟนเฉพาะกลุ่มแน่นๆ ในหมวด Beauty, Food, Gadget และ Personal Finance ซึ่งคนกลุ่มนี้สร้างความผูกพันและเชื่อมโยงกับผู้ชมได้ดีมาก

นอกจากนี้ ครีเอเตอร์ไทยหลายคนเริ่มผันตัวมาทำแบรนด์และเปิดธุรกิจของตัวเองมากขึ้น ทางสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) เลยกำลังเร่งสร้างมาตรฐานวิชาชีพ และแชร์ความรู้ด้านกฎหมายที่ควรรู้ (ซึ่งมีมากกว่า 30 ฉบับ) เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือ รวมถึงช่วยดูแลเรื่องสุขภาพจิต (Mental Health) ของคนในวงการ ไม่ให้เร่งสปีดตัวเองไปตามกระแสเศรษฐกิจจนโอเวอร์โหลดเกินไป

Speed Economy ในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของ "ความเร็วในการส่งสินค้า" แต่เป็นเรื่องของ"ความเร็วในการตัดสินใจซื้อผ่านคอนเทนต์ที่สั้นลง" (Shortened Customer Journey) แต่อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเร็วระดับวินาทีนี้ สิ่งที่นักช้อปไทยยังคงบาลานซ์และให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ "ความคุ้มค่าและความปลอดภัย" ในโลกดิจิทัล ยุคนี้แบรนด์หรือครีเอเตอร์คนไหนสร้าง "Trust" หรือความเชื่อมั่น ได้ดีที่สุด คนนั้นคือผู้ชนะที่แท้จริงในสมรภูมิแห่งความเร็วนี้

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...