โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯอนุทินสั่งปราบยาเสพติด-ผู้มีอิทธิพลอ้างรู้ไหมผมเป็นใครจับให้หมด

PostToday

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดและตำรวจทั่วประเทศ ขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล โดยเน้นปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผู้มีอิทธิพล และภัยคุกคามประชาชนทุกรูปแบบอย่างจริงจัง

การมอบนโยบายดังกล่าวมีขึ้นในการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านความมั่นคง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้แทนหน่วยงานด้านความมั่นคง ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วย และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เข้าร่วม

นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบูรณาการระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ กระทรวงยุติธรรม กองทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับความปลอดภัยของประชาชน พร้อมกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่รอให้เกิดกระแสข่าวแล้วจึงดำเนินการ

นายอนุทินกล่าวว่า การป้องกันภัยคุกคามต้องใช้กลไกในพื้นที่ ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และผู้มีอิทธิพลที่ข่มเหงประชาชน

ในมิติการปราบปราม นายกรัฐมนตรีสั่งเพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินคดีอาชญากรรมทุกประเภท ทั้งในประเทศและข้ามชาติ โดยเฉพาะคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์ การฟอกเงิน และเครือข่ายรายใหญ่ ต้องสืบสวนขยายผลถึงผู้บงการ พร้อมตัดเส้นทางการเงินอย่างเด็ดขาด

นายกรัฐมนตรีกำชับด้วยว่า ต้องยึดหลักไม่มีบุคคลใดอยู่เหนือกฎหมาย หากพบผู้กระทำผิดอ้างอำนาจหรือถามเจ้าหน้าที่ว่า “รู้ไหมผมเป็นใคร” ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมระบุว่า คนเหล่านี้ควรถูกนำไปทบทวนความจำในเรือนจำ เพื่อให้รับรู้ถึงการกระทำของตนเอง

ส่วนเรื่องอาวุธปืน นายกรัฐมนตรีระบุว่า กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งห้ามบุคคลทั่วไปพกพาอาวุธปืน และหากพบการพกพาโดยไม่มีเหตุอันควรต้องจับกุมทันที เพราะประเทศไทยไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน และต้องรักษาความสงบปลอดภัยเพื่อประชาชน นักลงทุน และนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเน้นการดูแล เยียวยา และให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน โดยให้ใช้ศูนย์ดำรงธรรมเป็นช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและติดตามปัญหาอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปราบปรามอาชญากรรม

สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีประเด็นหลัก 9 ด้าน ได้แก่ การบุกรุกที่ดินสาธารณะ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ธุรกิจนอมินี ยาเสพติด การฟอกเงิน ผู้มีอิทธิพล หนี้นอกระบบ ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงข้อมูลด้านความมั่นคง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...