โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คิกออฟ 1 ก.ค. รัฐเชื่อมรัฐ ข้อมูลนิติบุคคลทั้งระบบแบบ Real Time มุ่งรัฐบาลดิจิทัลเต็มตัว

เดลินิวส์

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รัฐเชื่อมรัฐ เพื่อประชาชน!! ศุภจี นำหน่วยงานรัฐเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลทั้งระบบแบบ Real Time ดีเดย์! 1 ก.ค. 69 มุ่งสู่รัฐบาลดิจิทัลเต็มรูปแบบ

กระทรวงพาณิชย์ เปิดงานยกระดับรัฐบาลดิจิทัลขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล ภายใต้แนวคิด ‘ปลดล็อกข้อมูลภาครัฐ ลดภาระภาคประชาชน’ เร่งหน่วยงานภาครัฐกว่า 320 แห่ง เชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลระหว่างกัน ตั้งเป้าเปลี่ยนการใช้เอกสารระหว่างกันเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อไปสู่เป้าหมายการเลิกเรียกสำเนาเอกสารนิติบุคคลจากประชาชน ลดภาระและต้นทุนให้ภาคธุรกิจ ยกระดับประเทศไทยสู่รัฐบาลดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลภาครัฐอย่างเต็มรูปแบบ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานยกระดับรัฐบาลดิจิทัล ขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล ภายใต้แนวคิด ‘ปลดล็อกข้อมูลภาครัฐ ลดภาระภาคประชาชน’ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า ในวันนี้ (วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569) มีความภูมิใจอย่างยิ่งที่เห็นหน่วยงานภาครัฐของไทยกว่า 320 แห่ง ได้ร่วมกันผนึกกำลังขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายใต้การกำกับของกระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนความร่วมมือในครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มาเป็นประธานเปิดงานในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับศักยภาพประเทศ และช่วยปลดล็อกขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยในยุคดิจิทัล รัฐบาลมีนโยบายปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและยกระดับประสิทธิภาพภาครัฐให้เป็นระบบดิจิทัลอัจฉริยะ ช่วยลดต้นทุนในการทำธุรกิจ และขจัดอุปสรรคทางการค้าเพื่อพาประเทศไทยไปสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาค ซึ่งการเชื่อมโยงและบูรณาการฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Government) อย่างเต็มรูปแบบ ไร้สำเนาและไร้รอยต่อ ทำให้ระบบราชการมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบและเข้าถึงข้อมูลได้ด้วยระบบดิจิทัล ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาของประเทศได้อย่างแม่นยำ ประกอบกับ ช่วยติดปีกให้ธุรกิจ SMEs เติบโตได้ด้วยความเท่าเทียม เป็นธรรม และสามารถเข้าถึงข้อมูลภาครัฐได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ การบูรณาการข้อมูลภาครัฐในครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับงานให้บริการประชาชนและภาคธุรกิจ ลดความซ้ำซ้อนของการเรียกเอกสาร และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐในอนาคต นางศุภจี กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การเปลี่ยนผ่าน ด้านเทคโนโลยี การสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุน และการยกระดับประเทศสู่มาตรฐานสากล โดยเทคโนโลยีในวันนี้ไม่ใช่เพียง “ทางเลือก” แต่เป็น “ทางรอด” ที่ภาครัฐต้องเร่งปรับตัวและนำมาใช้ในการยกระดับการให้บริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น “ที่ผ่านมา เอกสารถือเป็นภาระสำคัญของประชาชนและภาคธุรกิจในการติดต่อราชการ การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐในครั้งนี้ จะช่วยให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็วขึ้น ลดขั้นตอน ลดการเดินทาง และลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม” นางศุภจี กล่าว “ในปี 2568 ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลนิติบุคคล ได้ให้บริการทั้งภาครัฐและภาคเอกชนโดยได้ออกหนังสือรับรองนิติบุคคลรวมจำนวน 2.3 ล้านฉบับ และออกสำเนาเอกสารทางทะเบียนและสำเนางบการเงินรวม 10 ล้านแผ่น ซึ่งต้องใช้กระดาษรวมแล้วประมาณ 19.2 ล้านแผ่นต่อปี การขับเคลื่อนความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการผนึกกำลังของหน่วยงานราชการทั้ง 320 แห่ง ที่จะเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แบบ Real Time ผ่านเครือข่ายสารสนเทศของแต่ละหน่วยงาน โดยตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป สำหรับหน่วยงานราชการด้วยกัน กรมฯ จะเปลี่ยนการให้บริการข้อมูลนิติบุคคล ในรูปแบบกระดาษและเปลี่ยนผ่านไปสู่งานให้บริการด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจ (BDEX: Business Data Exchange) สำหรับการตรวจค้นและตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลและระบบบริการข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับหน่วยงานภาครัฐ (DBD e-Service for Government) สำหรับอนาคตวางเป้าหมาย ที่หน่วยงานราชการจะยกเลิกการเรียกสำเนาหนังสือรับรองและสำเนาเอกสารนิติบุคคลกับประชาชน เป็นการอำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชนของหน่วยงานราชการ และลดต้นทุนในการประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น ค่าเดินทาง มาติดต่อราชการ หรือการเตรียมเอกสารต่างๆ ในรูปแบบกระดาษ ที่ถือเป็นต้นทุนของทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ ปัจจุบัน มีหน่วยงานภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลแล้วกว่า 180 หน่วยงาน แต่ยังมีเป้าหมายที่จะเพิ่มเติม อีก 140 หน่วยงาน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้อย่างมหาศาล สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการบูรณาการข้อมูลภาครัฐที่สามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน” ทั้งนี้ การลดใช้เอกสารกระดาษจากการเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐกว่า 320 แห่ง จะช่วยลดการใช้กระดาษได้มากกว่า 19 ล้านแผ่นต่อปี หรือเทียบเท่าการอนุรักษ์ต้นไม้กว่า 2,000 ต้น คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ต่อปี รวมทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รองนายกรัฐมนตรีฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ ผ่านระบบบริการที่รวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยข้อมูลนิติบุคคลสำคัญจะสามารถเข้าถึงได้ผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจและยกระดับบรรยากาศการลงทุนของประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลยังตั้งเป้าหมายผลักดันประเทศไทยเข้าสู่มาตรฐาน OECD ภายในปี 2573 ซึ่งการยกระดับรัฐบาลดิจิทัลและการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐอย่างเป็นระบบ จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการบริหารภาครัฐ ของไทยให้เทียบเท่าสากล ทั้งในด้านความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...