เจาะลึกงบไตรมาส 1 ส่องทิศทางลงทุนครึ่งปีหลัง
#ทันหุ้น-ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ของหุ้นในความครอบคลุมของ BLS ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด โดยกำไรเติบโตเด่นจากกลุ่มพลังงาน สื่อสาร อิเล็กทรอนิกส์ และโรงไฟฟ้า ขณะที่ภาพรวมตลาดครึ่งปีหลังยังมีกรอบการปรับขึ้นจำกัด
ทีม Research หลักทรัพย์บัวหลวงระบุว่า กำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 ของหุ้นใน BLS coverage เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 56% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สูงกว่าที่ตลาดคาดราว 15% หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรจากการดำเนินงานหลักยังเพิ่มขึ้น 44% จากปีก่อน และ 45% จากไตรมาสก่อน สะท้อนว่าการฟื้นตัวของกำไรเกิดจากการดำเนินงานจริง ไม่ใช่ปัจจัยชั่วคราว
พลังงาน–สื่อสาร–AI–โรงไฟฟ้า เป็นแรงหนุนหลัก
- กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี เช่น PTT, TOP, PTTGC จากราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าการกลั่นและส่วนต่างผลิตภัณฑ์
- กลุ่มสื่อสาร อย่าง ADVANC และ TRUE รายได้จากบริการมือถือและอินเทอร์เน็ตยังเติบโต ขณะที่ต้นทุนค่าโครงข่ายลดลง
- กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เช่น DELTA, HANA, KCE ได้อานิสงส์จากความต้องการอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และศูนย์ข้อมูล แม้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง
- กลุ่มโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะ GULF จากการรับรู้กำลังการผลิตใหม่ และกำไรจากธุรกิจโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC
กลุ่มที่กำไรจากการดำเนินงานเติบโตเด่นเมื่อเทียบกับปีก่อน
- ปิโตรเคมีและวัสดุก่อสร้าง เช่น SCC จากส่วนต่างปิโตรเคมีและราคาปูนที่ปรับขึ้น
- พลังงานและโรงไฟฟ้า เช่น GULF และ BGRIM จากค่าการกลั่นและกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
- สื่อสาร เช่น ADVANC รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้บริการมือถือปรับดีขึ้น
- ค้าปลีก เช่น CPALL, COM7 และ CPN โดยอัตรากำไรปรับดีขึ้นจากสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง แม้ยอดขายสาขาเดิมบางกลุ่มยังหดตัว
กลุ่มที่ผลประกอบการยังอ่อนตัว
- กลุ่มเกษตรและอาหาร เช่น CPF จากราคาเนื้อสัตว์ที่ปรับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
- กลุ่มโรงพยาบาล เช่น BDMS และ BCH จากจำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่ลดลง รวมถึงผู้ป่วยไทยที่ชะลอการรักษาโรคที่ไม่เร่งด่วน
ตลาดอาจลงได้จำกัด แต่ขึ้นต่อยังไม่ไกล
ทีม Research หลักทรัพย์บัวหลวงมองว่า สัดส่วนหุ้นที่กำไรออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดมีสูงถึง 59% สะท้อนว่าความคาดหวังก่อนหน้านี้อยู่ในระดับต่ำ ขณะเดียวกัน ประมาณการกำไรของตลาดหุ้นไทยถูกปรับเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านขาลงของตลาดได้ระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ดี ทีมยังประเมินว่า โอกาสปรับขึ้นของดัชนียังจำกัด โดยให้เป้าหมายตลาดหุ้นไทยปลายปี 2569 ที่ระดับ 1,550 จุด และคาดว่าผลกระทบจากต้นทุนใหม่จะเริ่มเห็นชัดขึ้นในช่วงไตรมาส 3
มุมมองการลงทุนครึ่งปีหลัง
ในช่วงครึ่งหลังของปี ทีมคาดว่าตลาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ และเน้นเลือกลงทุนเป็นรายกลุ่ม โดยยังให้น้ำหนักกับหุ้นขนาดใหญ่ที่ได้แรงหนุนจากการลงทุนและเงินทุนต่างชาติ เช่น AMATA, GULF และ ADVANC รวมถึงกลุ่มที่รายได้และกำไรยังมีแนวโน้มเติบโตต่อในไตรมาสถัดไป เช่น COM7 และ CPN
ขณะเดียวกัน มองโอกาสระยะสั้นในหุ้นที่อัตรากำไรเริ่มฟื้นตัว เช่น CPALL, CRC และ GLOBAL แต่ยังต้องติดตามต้นทุนพลังงานและการบริโภคในประเทศอย่างใกล้ชิด
อันดับการเติบโตของกำไรตามกลุ่มอุตสาหกรรม ไตรมาส 1/2569