มหาดไทยเอาจริง! สั่งสำนักทะเบียนทั่วประเทศคุมเข้ม ‘พ่อทิพย์’ รับรองบุตรให้ต่างด้าว
รัฐบาลเดินหน้าปิดช่องโหว่ทะเบียนราษฎร หลังพบขบวนการจ้างคนไทยเป็น “พ่อทิพย์” รับรองบุตรให้คนต่างด้าวได้สัญชาติไทย สั่ง 878 อำเภอทั่วประเทศ หากบิดาหรือมารดาเป็นชาวต่างชาติต้องแสดงตนต่อหน้าเจ้าพนักงานทะเบียน ป้องกันการสวมสิทธิและอาชญากรรมข้ามชาติ
11 กรกฎาคม 2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการป้องกันการทุจริตและการแสวงหาประโยชน์จากระบบทะเบียนราษฎรของไทย โดยกระทรวงมหาดไทยได้เร่งยกระดับมาตรการป้องกันการรับรองบุตรโดยมิชอบ เพื่ออุดช่องโหว่ที่อาจถูกขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติใช้เป็นช่องทางให้เด็กต่างด้าวได้รับสัญชาติไทย ก่อนนำไปใช้ในการถือครองทรัพย์สิน ประกอบธุรกิจ หรือฟอกเงินผ่านบุคคลสัญชาติไทย
นางสาวลลิดา กล่าวว่า นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมแถลงผลการขยายผลปฏิบัติการปราบปรามขบวนการอำพรางการสมรสและการรับรองบุตรเท็จ ซึ่งพบพฤติการณ์จ้างคนไทยเป็น “พ่อทิพย์” เพื่อรับรองบุตรของคนต่างด้าวให้ได้รับสัญชาติไทย
ภายหลังการสืบสวน กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการเร่งด่วนไปยังสำนักทะเบียนทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ให้ปรับปรุงมาตรการรับรองบุตร โดยกำหนดให้กรณีที่บิดาหรือมารดาเป็นชาวต่างชาติ ต้องมาแสดงตนต่อหน้าเจ้าพนักงานทะเบียนด้วยตนเอง เพื่อยืนยันความเป็นบิดามารดา และป้องกันการแอบอ้างหรือการใช้เอกสารอันเป็นเท็จ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเชิงป้องกัน เพื่อปิดช่องโหว่ของระบบทะเบียนราษฎร ลดโอกาสที่เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติจะนำสัญชาติไทยไปใช้เป็นเครื่องมือในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ ประกอบธุรกิจ หรือฟอกเงิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ของประเทศ
นายพลพีร์ ยืนยันว่า รัฐบาลจะเดินหน้าปรับปรุงระบบควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยยึดหลัก “ปิดชื่อ ดูพฤติกรรม” ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นประชาชน ชาวต่างชาติ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จะถูกตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
“รัฐบาลมุ่งแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่เพียงดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด แต่ยังเร่งอุดช่องโหว่ของระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ สร้างความโปร่งใสในการบริหารงานทะเบียนราษฎร และรักษาผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว” นางสาวลลิดา กล่าว.