โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

งงกันทั้งโลกเมื่อสหรัฐฯ กลับไปคุยอิหร่าน แต่ก็ยังยกระดับโจมตีอย่างหนัก

Amarin TV

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
Spotlight สรุปสถานการณ์อิหร่านล่าสุดมาให้ เพราะสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรายวัน เล่นเอาตลาดงงกันทั้งโลก

เมื่อตอนที่ทรัมป์ประกาศในที่ประชุม NATO ที่ตุรกีเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า MoU กับอิหร่านจบลงแล้ว และทรัมป์มองว่า การคุยกับอิหร่านสุดแสนจะเสียเวลา ถ้าหากอิหร่านอยากเจรจา ต้องเป็นฝ่ายปีนกลับเข้าโต๊ะเจรจาเอง พร้อมมีการยกระดับโจมตีอิหร่านอย่างหนัก

แต่ล่าสุดเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยกับ Al Jazeera ว่า แม้สหรัฐฯ จะเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านตลอดสองวันที่ผ่านมา แต่รัฐบาลวอชิงตันยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าเจรจากับเตหะราน และการหารือในระดับเทคนิคเพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพระยะยาวจะยังคงดำเนินต่อไป

Spotlight สรุปสถานการณ์อิหร่านล่าสุดมาให้ เพราะสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรายวัน เล่นเอาตลาดงงกันทั้งโลก

สหรัฐฯ ยกระดับโจมตีอิหร่าน

ตลอดช่วงคืนวันอังคารถึงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สหรัฐฯ และอิหร่านต่างตอบโต้กันด้วยการโจมตีทางทหาร ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายลงนามใน บันทึกความเข้าใจ (MoU) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ซึ่งกำหนดกรอบเวลา 60 วันสำหรับการเจรจาสันติภาพ

สหรัฐฯ เริ่มเปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน 85 จุด ในคืนวันอังคารและเช้าวันพุธ หลังกล่าวหา กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ว่าโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากเรือเหล่านั้นไม่ได้เดินเรือตามเส้นทางที่อิหร่านกำหนด

อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพและโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐฯ ในประเทศแถบอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันพุธ ส่งผลให้สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีระลอกใหม่ต่อเป้าหมายในอิหร่านอีก 90 จุด ทั้งคืนวันพุธและวันพฤหัสบดี ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทางใต้และจังหวัดทางตะวันออก โดยอิหร่านกล่าวหาว่า การโจมตีดังกล่าวรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน และยิ่งทำให้ข้อตกลงหยุดยิงที่มีอายุเพียง 3 สัปดาห์สั่นคลอนมากขึ้น

ระหว่างการประชุม NATO ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันพุธ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขามองว่าบันทึกความเข้าใจดังกล่าว "จบลงแล้ว" ทำให้เกิดความกังวลว่าข้อตกลงหยุดยิงอาจล้มเหลว อย่างไรก็ตาม เขายังระบุว่าจะเปิดทางให้การเจรจาสันติภาพดำเนินต่อไปในระยะนี้ แม้จะมองว่าการเจรจาเป็น "การเสียเวลา" พร้อมใช้ถ้อยคำรุนแรงเรียกผู้นำอิหร่านว่า "พวกสวะ"

อย่างไรก็ตาม ในวันพฤหัสบดี ทรัมป์มีท่าทีอ่อนลง โดยกล่าวบนเครื่องบิน Air Force One ว่า เป้าหมายของสหรัฐฯ ไม่ใช่การกลับไปทำสงครามเต็มรูปแบบ แม้ทางเลือกดังกล่าวจะยังคงมีอยู่ พร้อมระบุว่า "เตหะรานต้องการทำข้อตกลง"

แต่ในช่วงเช้าวันศุกร์ สื่ออิหร่านรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดหลายจุดในภาคใต้ของประเทศ รวมถึงเมือง บูเชห์ร (Bushehr) ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ นอกจากนี้ยังมีรายงานเหตุระเบิดในเมือง โคนารัก (Konarak), โชกาดัก (Choghadak) และ บันดาร์อับบาส (Bandar Abbas)

สหรัฐฯ ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดดังกล่าว และต่อมาในช่วงเช้าวันศุกร์ สถานการณ์เริ่มสงบลง ขณะที่ประเทศตัวกลางต่างเร่งผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันกับ Al Jazeera ว่า วอชิงตันยังคงยึดมั่นในการเจรจา

แม้ว่าทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านจะยังไม่ได้ประกาศยุติการเจรจา หรือยกเลิกบันทึกความเข้าใจอย่างเป็นทางการ แต่ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหากันและกันว่าละเมิดข้อตกลงดังกล่าว

การเจรจาที่ผ่านมาเป็นอย่างไร

สหรัฐฯ และอิหร่านลงนามในบันทึกความเข้าใจเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน โดยตกลงหยุดยิงในทุกพื้นที่ รวมถึงในเลบานอน เป็นเวลา 60 วัน เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาข้อตกลงสันติภาพระยะยาว

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว อิหร่านยินยอมให้เรือพาณิชย์เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเสรีตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ขณะที่สหรัฐฯ ตกลงยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน รวมถึงยุติการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่าน

เดิมทั้งสองฝ่ายมีกำหนดจัดการเจรจาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อหารือประเด็นต่าง ๆ เช่น อนาคตของช่องแคบฮอร์มุซ การคืนทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกอายัด การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรระยะยาว และโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม การเจรจาถูกเลื่อนออกไป หลังอิสราเอลยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีทางตอนใต้ของเลบานอน ซึ่งอิสราเอลยังคงยึดครองพื้นที่ราวหนึ่งในห้าของประเทศ

แม้จะมีการหารือโดยตรงบางส่วนในสวิตเซอร์แลนด์ แต่ตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายหันมาใช้การเจรจาทางอ้อมในระดับเทคนิค ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์

การเจรจาเหล่านี้ถูกระงับชั่วคราวในสัปดาห์นี้ เนื่องจากอิหร่านจัดพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งเสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์เคยให้คำมั่นว่า สหรัฐฯ จะไม่กลับมาเปิดปฏิบัติการโจมตีระหว่างช่วงพิธีไว้อาลัยดังกล่าว

การเจรจามีกำหนดกลับมาเมื่อใด?

เดิมที สหรัฐฯ และอิหร่านมีกำหนดกลับมาเจรจากันอีกครั้งหลังเสร็จสิ้นพิธีศพของอิหราวดีผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ราววันที่ 11 กรกฎาคม

อย่างไรก็ตาม หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ซึ่งนับเป็นครั้งที่สามที่เกิดการโจมตีระหว่างกระบวนการเจรจาสันติภาพ และยังเกิดขึ้นในช่วงพิธีศพของคาเมเนอีด้วย ทำให้ยังไม่มีความชัดเจนว่า การเจรจาจะกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งเมื่อใด หรือจะกลับมาได้หรือไม่

สื่อทางการอิหร่านรายงานเมื่อเช้าวันศุกร์ว่า ร่างของคาเมเนอีถูกฝังที่เมือง มาชฮัด (Mashhad) บ้านเกิดของเขา ภายในศาลเจ้า อิหม่ามเรซา (Imam Reza Shrine) ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญของประเทศ ถือเป็นการสิ้นสุดพิธีศพอย่างเป็นทางการ

ก่อนหน้านี้ อิหร่านเคยระบุว่า การที่สหรัฐฯ เปิดโจมตีระหว่างที่การเจรจากำลังดำเนินอยู่ ไม่ว่าจะเป็นในช่วงสงครามอิสราเอล-อิหร่านเมื่อปีที่ผ่านมา หรือการโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้เตหะรานไม่ไว้วางใจรัฐบาลสหรัฐฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...