โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. เผยเกณฑ์คุมถอน 5 ล้าน ได้ผล ยอดวูบ 30% ลุยต่อ “ฝาก-แลกแบงก์ย่อย” ต้องแจ้งที่มา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 มิ.ย. เวลา 12.08 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. เวลา 05.08 น.

ผู้ว่าธปท. เผย เกณฑ์ถอนเงินสดเกิน 5 ล้านต้องแจ้งวัตถุประสงค์ ฉุดยอดธุรกรรมวูบเกือบ 30% ลุยต่อ เข้ม "ฝากเงิน-แลกแบงก์ย่อย" ต้องแจ้งที่มาของเงิน

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน GovernorConnect เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.69 ถึงความคืบหน้าการดำเนินมาตรการเฝ้าระวังธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะการกำกับดูแลการถอนเงินสดมูลค่าสูงที่เริ่มส่งผลอย่างมีนัยสำคัญ

จากการเริ่มบังคับใช้มาตรการให้ผู้ที่จะถอนเงินสดมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปต้องแจ้งวัตถุประสงค์ การใช้งานอย่างชัดเจนเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบว่าในเดือนเมษายน: จำนวนรายการถอนเงินสดลดลงถึง 28% และมูลค่าการถอนลดลง 25% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในไตรมาสที่ 1

โดยในเดือนพฤษภาคม แนวโน้มการลดลงยังคงต่อเนื่อง โดยมียอดธุรกรรมลดลงประมาณ 25-30%

“แม้จะผ่านพ้นช่วงเลือกตั้งแต่แนวโน้มที่ลดลงอย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงความสำเร็จในการผลักดันให้ธุรกรรมกลับเข้ามาอยู่ในระบบที่ตรวจสอบได้ ย้ำว่าธุรกรรมที่น่าสงสัย ถูกบังคับให้เข้าสู่ระบบโอนช่วยให้ประเทศมีระบบการเงินที่โปร่งใสขึ้น”

นายวิทัย กล่าวอีกว่าธปท.เตรียมยกระดับการกำกับดูแลให้เข้มข้นขึ้นในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า โดยจะขยายผลไปยังธุรกรรมเงินฝากและแลกธนบัตรที่มีมูลค่าธุรกรรมตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ได้แก่ การฝากเงินสด ผู้ที่ถือเงินสดเป็นก้อนมาฝากเกิน 5 ล้านบาทจะต้องชี้แจงแหล่งที่มาของเงินให้ชัดเจน การแลกธนบัตรย่อย เช่น การนำธนบัตรใบละ 1,000 บาท มาขอแลกเป็นธนบัตรใบละ 500 หรือ 100 บาท ในมูลค่าสูง จะต้องระบุวัตถุประสงค์และความจำเป็นในการใช้ธนบัตรเหล่านั้น

“มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความลำบากให้แก่ธุรกิจนอกระบบหรือทุนเทาในการหมุนเวียนเงินสด โดยสถาบันการเงินมีหน้าที่ต้องตรวจสอบรูปแบบการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ เช่น การแยกถอนหลายสาขาในชื่อเดียวกัน เพื่อสกัดกั้นการทำธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์”

นอกจากนี้ในระยะยาว ธปท. มุ่งหวังที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้บริการให้เข้าสู่ระบบการเงินดิจิทัลมากขึ้น โดยมีการยกระดับกระบวนการรู้จักลูกค้า (KYC) และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (CDD/EDD) ให้มีความเข้มงวดและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งอุตสาหกรรม เพื่อลดความเสี่ยงด้านการฟอกเงินและเพิ่มความโปร่งใส

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...