โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กมธ.การคุ้มครองผู้บริโภคดันเพิ่มเงินรางวัลสลากรัฐบาล รางวัลที่ 1 เป็น 10 ล้าน , 3 ตัว 1 หมื่น , 2 ตัว 5 พัน

VoiceTV

อัพเดต 22 พ.ค. เวลา 06.02 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. เวลา 05.17 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมใจไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ แถลงข่าวถึงกรณีการเพิ่มเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ยืนยันว่า จะเดินหน้านำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ โดยคณะ กมธ. ได้รับหนังสือหารือเพื่อดำเนินงานตามขั้นตอน เริ่มจากการให้คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องร้องเรียนพิจารณา ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ และเชิญผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมาร่วมหารือ ขอยืนยันกับประชาชนว่า จะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างเต็มที่เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคตามกฎหมาย สถิติและรายได้ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

ปัจจุบันโครงสร้างเงินรางวัลไม่มีการปรับเปลี่ยนมานานกว่า 10 ปี ซึ่งเมื่อพิจารณาจากตัวเลขสถิติพบว่ามีความเหลื่อมล้ำ ดังนี้ จำนวนการผลิต งวดละ 100 ล้านฉบับ โอกาสถูกรางวัล มีเพียง 1.4 ล้านใบเท่านั้น คิดเป็นโอกาสถูกรางวัลที่ 1 เพียงร้อยละ 0.001 โอกาสผิดรางวัล มีสูงถึง 98.5 ล้านฉบับ รายได้และต้นทุน สลาก 100 ล้านฉบับ มีต้นทุนจำหน่ายประมาณใบละ 67 บาท สร้างรายได้รวมประมาณ 6,700 ล้านบาท แต่จ่ายเงินรางวัลที่ 1 กรณีมีผู้ถูกรางวัล 100 ใบ ใบละ 6 ล้านบาท เพียง 600 ล้านบาทเท่านั้น ด้วยเหตุที่โอกาสถูกรางวัลมีน้อยและสำนักงานสลากฯ มีผลกำไรจำนวนมาก จึงควรนำกำไรส่วนนี้มาเพิ่มเงินรางวัลเพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน

นายบุญรวี กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอการปรับเพิ่มเงินรางวัล การเสนอปรับเพิ่มเงินรางวัลครั้งนี้ทำหน้าที่ในฐานะผู้คุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ไม่ใช่การส่งเสริมให้ประชาชนมัวเมากับการพนัน โดยมีข้อเสนอ ดังนี้

- รางวัลที่ 1 เงินรางวัลปัจจุบัน 6,000,000 บาท ข้อเสนอใหม่เป็น 10,000,000 บาท

- รางวัลเลขท้าย 3 ตัว เงินรางวัลปัจจุบัน 4,000 บาท ข้อเสนอใหม่เป็น 10,000 บาท

- รางวัลเลขท้าย 2 ตัว เงินรางวัลปัจจุบัน 2,000 บาท ข้อเสนอใหม่เป็น 5,000 บาท

นอกจากนี้ เงินรายได้จากสลากฯ ที่นำส่งคลัง หรือนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศลและการศึกษาถือเป็นเรื่องปกติ แต่ขอเสนอแนะให้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน เนื่องจากงบประมาณปัจจุบันที่ปรับเพิ่มจาก 20 บาท เป็น 21 บาท ยังไม่สอดคล้องกับสภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพในปัจจุบัน

สำหรับปัญหาของผู้ค้ารายย่อย ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมาจากภาคอีสานและภูมิภาคต่าง ๆ กำลังประสบความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากรับสลากมาในราคาต้นทุนที่สูงถึงใบละ 95 บาท แต่มีกำไรเพียงใบละ 5 บาท หากขายไม่หมดก็ไม่สามารถส่งคืนได้ ทำให้ต้องแบกรับภาระขาดทุนจนต้องไปกู้หนี้ยืมสินนอกระบบที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยแพง บางครอบครัวเดือดร้อนจนไม่มีเงินซื้อข้าวสาร อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าส่วนใหญ่ไม่กล้าร้องเรียนเนื่องจากกังวลว่าจะถูกตัดสิทธิหรือถูกขึ้นบัญชีดำจากยี่ปั๊ว

นายบุญรวี กล่าวอีกว่า ในฐานะรองประธานคณะ กมธ.การคุ้มครองผู้บริโภค ได้ปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน โดยนำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการของคณะ กมธ.แล้ว ขั้นตอนต่อไป คณะกรรมการกลั่นกรองจะทำการคัดกรองประเด็นปัญหา เนื่องจากปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนของประชาชนเข้ามาเป็นจำนวนมาก เมื่อผ่านการกลั่นกรองแล้วจะส่งเรื่องมายังคณะ กมธ.การคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อพิจารณาและเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง มั่นใจว่าการเรียกร้องครั้งนี้จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน เพราะสำนักงานสลากฯ มีผลประกอบการที่มีกำไรชัดเจน จึงควรคืนกำไรเหล่านี้กลับคืนสู่ประชาชนและสังคม ขอให้ทุกคนมีความหวังว่าจะมีการปรับเพิ่มรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างแน่นอน โดยจะพยายามเรียกร้องและขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเต็มที่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...