‘ลิซ่า’ ซักฟอกปม ‘มหาดไทย’ แชตหลุดช่วยน้ำเงิน-สอบทุจริตข้าราชการ
สภาฯ เดือด “ลิซ่า” ตั้งกระทู้สดจี้กระทรวงมหาดไทย เคลียร์ปมแชตหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” และข้อสงสัยการทุจริตสอบข้าราชการ เรียกร้องความชัดเจนและความกล้าหาญทางการเมือง ขณะที่ “โกแพ” ยืนยันไม่มีการเพิกเฉย เดินหน้าตรวจสอบทุกประเด็น พร้อมแก้กฎหมายป้องกันทุจริต ย้ำเอาผิดไม่ละเว้น
25 มิถุนายน 2569 - ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่สอง ทำหน้าที่ประธาน วาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ตั้งกระทู้ถึงปัญหาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมอบหมายให้ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบแทน
น.ส.ภคมน ระบุว่า กรณีการย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์และอิทธิพล ยังไม่มีความชัดเจนว่าความผิดคืออะไร พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อข้อความในแชต “ช่วยน้ำเงินด้วย” ซึ่งอาจสะท้อนการสั่งการให้ข้าราชการไม่วางตัวเป็นกลาง และตั้งคำถามว่ามีการตรวจสอบเรื่องนี้จริงหรือไม่
“คำถามคือ แชตช่วยน้ำเงินด้วย จะปล่อยผ่านใช่หรือไม่ ทั้งที่รัฐมนตรีเคยบอกว่าจะตั้งกรรมการสอบ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่เห็นความคืบหน้า” น.ส.ภคมน กล่าว
ด้านนายวรศิษฎ์ ชี้แจงว่า การโยกย้ายข้าราชการเป็นการให้ไปช่วยราชการเพื่อสอบข้อเท็จจริง เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้นได้มีการสรุปผลและส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณา ส่วนกรณีแชตหลุด ได้สั่งให้ตรวจสอบแล้ว และอยู่ระหว่างให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอน
สำหรับประเด็นการทุจริตสอบข้าราชการ น.ส.ภคมน ระบุว่ามีหลักฐานและข้อมูลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงคลิปเสียงที่อาจเชื่อมโยงฝ่ายการเมือง พร้อมตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของรัฐบาลและความกล้าหาญทางการเมืองในการขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง
นายวรศิษฎ์ ระบุว่า รัฐบาลตั้งหน่วยงานตรวจสอบหลายฝ่าย ทั้ง ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจับตากระบวนการสอบและแก้ปัญหาการทุจริต โดยยืนยันว่าไม่มีการละเว้น และหากพบผู้กระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
พร้อมย้ำว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึก ต้องให้เวลาในการทำงาน แต่ยืนยันว่าผู้ที่สอบโดยสุจริตจะไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตจะต้องรับผิดชอบตามกระบวนการกฎหมาย
น.ส.ภคมน กล่าวทิ้งท้ายว่า สังคมต้องการความชัดเจนมากกว่าคำยืนยัน และรัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่ากระบวนการทั้งหมดจะนำไปสู่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงการจัดการเฉพาะหน้าในแต่ละกรณี