โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Business Today Thai Politics 9 กรกฎาคม 2569

Businesstoday

อัพเดต 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 2.46 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Businesstoday

มติเอกฉันท์ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ พ.ร.ก.กู้เงินเยียวยาผลกระทบพลังงานไม่ขัด รธน.

วันนี้ 9 กรกฎาคม ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยว่าพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ในส่วนที่บัญญัติให้เงินกู้ตามพระราชกำหนดดังกล่าวนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรค 1

นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 วินิจฉัยว่า พระราชกำหนดกู้เงินเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชนทั่วไป รวมถึงการพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรค 1

สำหรับตุลาการเสียงข้างมาก 7 คน ประกอบด้วย นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายนภดล เทพพิทักษ์ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ นายสุเมธ รอยกุลเจริญ และนายศราวุธ ทรงศิวิไล

ขณะที่ตุลาการเสียงข้างน้อย 2 คน ได้แก่ นายจีระนิติ หะวานนท์ และนายอุดม รัฐอมฤต เห็นว่าพระราชกำหนดกู้เงินเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก รวมถึงบัญชีท้ายพระราชกำหนดในส่วนแผนงานหรือโครงการที่เกี่ยวข้อง วงเงิน 200,000 ล้านบาท ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรค 1

มติดังกล่าวทำให้พระราชกำหนดกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อเยียวยาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน สามารถเดินหน้าตามกรอบกฎหมายต่อไปได้

“อนุทิน” เยือนมาเลฯอย่างเป็นทางการถกความร่วมมือรอบด้าน

วันนี้ 9 กรกฎาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในโอกาสการเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ

นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เดินทางมาต้อนรับนายกรัฐมนตรีไทยด้วยตนเอง ก่อนนำเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ อาคารรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์

ผู้นำทั้งสองประเทศร่วมเดินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ หรือ Guard of Honour จากนั้นนายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้เชิญนายกรัฐมนตรีไทยร่วมเดินทางด้วยรถยนต์คันเดียวกันไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย หรือ Perdana Putra Complex ณ เมืองปูตราจายา เพื่อเข้าร่วมพิธีต้อนรับและการหารืออย่างเป็นทางการ

ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีมีกำหนดหารือแบบสองฝ่าย หรือ Four-Eye Meeting กับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ก่อนเข้าร่วมการหารือทวิภาคีเต็มคณะ

การหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพ เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซียในหลายมิติ

นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศจะร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ด้านการเกษตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความร่วมมือสำคัญระหว่างสองประเทศ

นายกฯ ลงพื้นที่ติดตามปัญหาน้ำรั่วที่บ่อปั๊มน้ำอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ สั่งเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

วันนี้ 9 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ นายสรรเพชร บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ใกล้สถานีวงเวียนใหญ่

พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท Unique และเกิดปัญหาน้ำรั่วบริเวณ Pump Sump หรือบ่อปั๊มน้ำที่ท้องอุโมงค์ ตั้งแต่ช่วงสายของวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นภายหลังมีฝนตกในปริมาณมาก

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามสถานการณ์ในเชิงวิศวกรรม โดยการแก้ไขและป้องกันจะใช้หลักวิศวกรรมเป็นหลัก ขณะนี้ปริมาณน้ำในอุโมงค์ยังไม่ถึงขั้นต้องแจ้งปิดถนน และเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมปริมาณน้ำได้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สภาพโครงสร้างบริเวณวงเวียนใหญ่แตกต่างจากกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งเป็นเหตุอุโมงค์ยุบและพาดินพื้นถนนลงไปด้วย แต่กรณีนี้พบรอยรั่วและทราบสาเหตุตั้งแต่ระยะแรก

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งอุดรอยรั่ว พร้อมตรวจสอบว่าระดับน้ำในอุโมงค์เพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงเช้า และยังสามารถรักษาระดับน้ำได้ ไม่มีสัญญาณว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ได้ประสานติดตั้งเครื่องวัดการเคลื่อนตัวของอาคาร โดยขณะนี้ยังไม่พบเหตุผิดปกติ และยังคงเฝ้าระวังตรวจสอบอย่างใกล้ชิด คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานในการแก้ไข

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงเหตุผลที่เร่งลงพื้นที่กลางดึกว่า รัฐบาลมีบทเรียนจากกรณีโรงพยาบาลวชิรพยาบาล จึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งการแจ้งเตือนและการช่วยเหลือประชาชน โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชน

จากการหารือกับผู้ว่าการ รฟม. วิศวกรที่ปรึกษา และผู้รับจ้าง ทุกฝ่ายยืนยันว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และจะเร่งแก้ไขให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมมีแผนรองรับไว้แล้ว

ส่วนกรณีมีรัฐมนตรีหลายคนร่วมลงพื้นที่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้แจ้งในไลน์กลุ่มว่าจะเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นการติดตามสถานการณ์ตามปกติ และไม่ได้แจ้งว่าจะต้องมีสื่อมวลชนมาร่วม เพราะต้องการมาตรวจสอบสถานการณ์ให้เรียบร้อยก่อน

“วราวุธ” ลงพื้นที่โรงน้ำแข็งแอมโมเนียรั่ว สั่งปิดโรงงานชั่วคราวแล้ว

สุพรรณบุรี วันนี้ 9 กรกฎาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายวิชญพรรณ พลอยทับทิม อุตสาหกรรมจังหวัดสุพรรณบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานทำน้ำแข็งของบริษัท บุญวรรณ 2019 จำกัด ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาพระ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี หลังเกิดเหตุแอมโมเนียรั่วไหลจากเครื่องผลิตน้ำแข็งเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา

นายวราวุธกล่าวว่า มีโรงเรียนที่อยู่ในรัศมีตั้งแต่ 200 เมตรถึง 1 กิโลเมตรได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ขณะนี้ได้รับแจ้งจากสาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลว่า ไม่มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บรุนแรง

ผู้ที่ได้รับผลกระทบมีอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น แสบจมูก ซึ่งจะรักษาตามอาการ นายวราวุธระบุว่า ถือว่าโชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บรุนแรง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า ได้กำชับให้โรงงานตรวจตราจุดต่าง ๆ ให้รอบคอบ ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี โดยขณะนี้โรงงานดังกล่าวถูกสั่งระงับกิจการชั่วคราวตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 แล้ว

หลังจากโรงงานดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จ กรมโรงงานอุตสาหกรรมจะต้องเข้าตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนพิจารณาอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินการได้

นายวราวุธยังฝากถึงโรงงานทุกพื้นที่ว่า จากนี้อุณหภูมิจะค่อย ๆ สูงขึ้น จุดข้อต่อ สายการผลิต จุดรวมไฟฟ้า หม้อแปลง และส่วนต่าง ๆ ของโรงงาน อาจเป็นจุดเสี่ยงก่อให้เกิดอุบัติเหตุ จึงขอให้เฝ้าระวังและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า อุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องเร่งแก้ไข พร้อมขอให้ฝ่ายปกครอง นายอำเภอ นายกเทศมนตรี นายก อบต. และส่วนท้องถิ่น หากพบโรงงานแปลก ๆ หรือกิจกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ ให้แจ้งกระทรวงอุตสาหกรรมผ่านหมายเลข 1564 ตลอด 24 ชั่วโมง

หากตรวจพบว่าโรงงานไม่ได้รับอนุญาต หรือเป็นโรงงานเถื่อน กระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยขอให้แจ้งอุตสาหกรรมจังหวัดทุกจังหวัดได้ทันที

นายวราวุธย้ำว่า อุตสาหกรรมต้องเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง หากเป็นโรงงานที่ได้รับอนุญาตถูกต้อง จะใช้มาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรมตรวจสอบด้านความปลอดภัยเพื่อประชาชนโดยรอบ แต่หากไม่ถูกต้อง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

โฆษกรัฐบาลแจงโซเชียลบิดข้อมูลแก้ไขน้ำท่วมหาดใหญ่ ชี้ไม่มีการตัดงบ สทนช.

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ หรือตัดงบประมาณในการป้องกันอุทกภัยนั้น ข้อเท็จจริงไม่เป็นไปตามที่กล่าวอ้าง

นางสาวรัชดากล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่อย่างมาก จึงได้นำเรื่องนี้เข้าสู่การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. เป็นวาระพิเศษ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569

การประชุมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน จังหวัด และหน่วยงานปฏิบัติ นำข้อมูลจริงมาพิจารณาร่วมกัน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในการประชุม กรอ. ไม่ได้มีการตัดงบประมาณ แต่เป็นการวางระบบป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ทั้งเมือง

สำหรับข้อเสนอวงเงิน 99.5 ล้านบาทที่มีการรายงานนั้น เป็นแผนระยะเร่งด่วน 9 รายการ ที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน หรือ กกร. สงขลา เสนอมา โดยบางรายการอาจซ้ำซ้อนกับแผนงานของหน่วยงานหลัก เช่น กรมชลประทาน หรือสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ที่มีการเสนอโครงการงบประมาณไว้ก่อนแล้ว จึงให้ทบทวนและเสนอเข้ามาอีกครั้ง

นางสาวรัชดากล่าวว่า ในระยะต่อไปยังมีแผนการลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาวของกรมชลประทาน และแผนภาพรวมของ สทนช. จำนวน 128 โครงการ วงเงินประมาณ 45,700 ล้านบาท

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรียืนยันในที่ประชุม กรอ. ว่า รัฐบาลไม่ติดขัดเรื่องวงเงิน หากเป็นโครงการที่จำเป็นและสามารถแก้ปัญหาได้จริง แต่ต้องตรวจสอบให้โปร่งใส ไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการของหน่วยงานอื่น และไม่เปิดช่องให้เกิดการแบ่งซื้อแบ่งจ้างหรือใช้งบผิดวัตถุประสงค์

“การตรวจสอบงบประมาณไม่ใช่การไม่ช่วยประชาชน แต่คือการทำให้เงินทุกบาทถูกใช้เพื่อป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่จริง ๆ และลดความเสียหายให้ได้มากที่สุด” นางสาวรัชดากล่าว

นางสาวรัชดาระบุว่า ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนมาเลเซีย นายกรัฐมนตรีและคณะมีกำหนดลงพื้นที่ตรวจคลอง ร.1 ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของระบบระบายน้ำหาดใหญ่ และเป็นพื้นที่ที่ต้องมีการลงทุนปรับปรุง โดยรัฐบาลได้เตรียมงบประมาณรองรับไว้แล้ว

รัฐบาลต้องการเปลี่ยนแนวทางแก้ปัญหาจากการรอให้น้ำท่วมแล้วเยียวยา ไปสู่การป้องกันล่วงหน้า เพราะบทเรียนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ความเสียหายต่อชีวิตประชาชน เศรษฐกิจเมือง การท่องเที่ยว และภาคธุรกิจ สูงกว่าการลงทุนป้องกันอย่างมาก

นางสาวรัชดากล่าวว่า ขอให้ทุกฝ่ายใช้ข้อมูลอย่างรอบคอบ ไม่ควรนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไปสร้างกระแสทางการเมือง หรือสื่อสารเพียงบางส่วนจนทำให้สังคมเข้าใจผิด เพราะชีวิต ความปลอดภัย และทรัพย์สินของประชาชนสำคัญเกินกว่าจะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีย้ำว่า หาดใหญ่จะเป็นต้นแบบของการใช้ กรอ. แก้ปัญหาเชิงพื้นที่ในเรื่องใหญ่ที่กระทบประชาชนจริง โดยรัฐบาลพร้อมหยิบขึ้นมาเป็นวาระพิเศษ เพื่อแก้ให้ตรงจุดและเกิดผลจริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...