โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

'ดร.อัทธ์' ชี้สหรัฐฯ-อิหร่านปะทะซ้ำ เศรษฐกิจไทยเสี่ยงหลุด 2%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันนี้ ( 9 กรกฎาคม 2569) รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน เปิดเผยถึงสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง ว่า การปะทะรอบใหม่นี้สะท้อนความขัดแย้งเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเหนือสถานะของช่องแคบฮอร์มุซ โดยอิหร่านต้องการรักษาอำนาจในการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้

ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันหลักเสรีภาพในการเดินเรือ และไม่ต้องการให้อิหร่านใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือสร้างอำนาจต่อรองทาง

เศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ต้นทุนพลังงานยังคงหลอกหลอนเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 แม้สหรัฐฯ และอิหร่านจะลงนามใน MOU เพื่อยุติการสู้รบชั่วคราว แต่การกลับมาปะทะกันอีกครั้งสะท้อนว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลให้ตลาดพลังงานและตลาดการเงินโลกกลับมาผันผวน ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลด้านอุปทาน แม้จะยังต่ำกว่าระดับสูงสุดในช่วงที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ขณะที่ตลาดหุ้นหลายประเทศปรับตัวลดลงจากความวิตกว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อ

ชี้ 4 ปัจจัยเสี่ยง ศก.ไทยครึ่งปีหลัง

สำหรับเศรษฐกิจไทยในช่วง 6 เดือนที่เหลือของปี 2569 ความผันผวนของราคาพลังงานยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เนื่องจากประเทศไทยยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนสูง ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง อัตราเงินเฟ้อ และกำลังซื้อของประชาชน โดยมีประเด็นสำคัญที่ควรติดตาม ดังนี้

1.เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงขยายตัวต่ำกว่า ประมาณการ แม้ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ GDP ปี 2569 ไว้ที่ 2.3% และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติคาดการณ์ไว้ที่ 2.5% แต่หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ราคาพลังงานปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง และเศรษฐกิจโลกชะลอตัว การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอาจต่ำกว่า 2% โดยครึ่งปีหลังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าครึ่งปีแรก

2.มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังมีความไม่ชัดเจน หลังสิ้นสุดโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" หากไม่มีมาตรการใหม่เข้ามาสนับสนุนอย่างเพียงพอ การฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศอาจชะลอลง และส่งผลต่อการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน

ราคาสินค้าและบริการจำนวนมากยังไม่ปรับลดตาม

3.ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง แม้ราคาน้ำมันเคยปรับลดลงในช่วงก่อนหน้า แต่ราคาสินค้าและบริการจำนวนมากยังไม่ปรับลดตาม ขณะที่ความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลางอาจทำให้ต้นทุนพลังงานกลับมาสูงขึ้นอีก

ส่งผลให้ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และกระทบต่อการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย

4.ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังเป็นปัจจยัที่ต้องติดตาม นอกจากความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกแล้ว ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในประเทศ ทั้งความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ ธรรมาภิบาล ความโปร่งใสในการดำเนินโครงการภาครัฐ และประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุน ไทยและต่างประเทศในระยะต่อไป

อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านความมั่นคงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเท่านั้น แต่ยังเป็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลกและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ซึ่งภาครัฐจำเป็นต้องเตรียมมาตรการรองรับทั้งด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และการสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจและนักลงทุนอย่างใกล้ชิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...