โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มื้อเช้ากินอะไรดี? หมอเตือนหลักการกิน "หนักเช้า" อาจไม่ได้เหมาะกับทุกคน

sanook.com

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
มื้อเช้ากินอะไรดี? หมอเตือนหลักการกิน

มื้อเช้ากินอะไรดี? หมอเตือนหลักการกิน "หนักเช้า" อาจไม่ได้เหมาะกับทุกคน แนะนำเมนูมื้อเช้าที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์

คติที่ว่า "มื้อเช้ากินเหมือนราชา มื้อเที่ยงกินเหมือนคนธรรมดา มื้อเย็นกินเหมือนยาจก" หรือเรียกสั้นๆ ว่าหนักเช้า เบาเที่ยง เลี่ยงเย็น (และเว้นดึก) เป็นแนวคิดที่สืบทอดกันมานาน ซึ่งเคยเหมาะสมกับวิถีชีวิตในยุคเกษตรกรรมที่ต้องใช้แรงงานหนัก แต่ในยุคที่รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป ผู้คนต้องนั่งออฟฟิศเป็นเวลานานและเน้นใช้สมองเป็นหลัก การปรับสัดส่วนการกินอาหารในแต่ละมื้อจึงเป็นสิ่งที่ควรทบทวนใหม่

หมอหลิว เผิงฉือ (柳朋馳) แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวจากโรงพยาบาลซินกวง และ เจิ้ง หลิงจวิน (鄭玲君) นักโภชนาการ ชี้ว่า คนทำงานยุคใหม่มีกิจกรรมในช่วงเช้าน้อยลง จึงไม่จำเป็นต้องจัดมื้อเช้าให้ยิ่งใหญ่เสมอไป ควรปรับปริมาณอาหารตามรูปแบบงานและความต้องการของร่างกาย เพื่อรักษาระดับพลังงานและดูแลสุขภาพทางเดินอาหารให้สมดุล

คนทำงานใช้สมองมากกว่าใช้แรง มื้อเช้าไม่จำเป็นต้องเยอะเกินไป

คุณหมอหลิวอธิบายว่า ในสังคมเกษตรกรรมสมัยก่อน คนต้องตื่นแต่เช้ามาใช้แรงงานหนัก จึงต้องการแคลอรีจำนวนมากจากมื้อเช้าเพื่อรองรับพลังงานที่เสียไป แต่สำหรับพนักงานออฟฟิศยุคนี้ งานช่วงเช้ามักเป็นการประชุม งานเอกสาร และงานที่ต้องใช้สมาธิสูง ซึ่งแตกต่างจากวิถีชีวิตเดิมโดยสิ้นเชิง

คุณหมอแนะนำว่ามื้อเช้าควรเน้นโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสม เพราะสมองต้องการกลูโคสในการทำงาน หากอดมื้อเช้าหรือดื่มเพียงกาแฟ อาจทำให้ไม่มีสมาธิและรู้สึกอ่อนเพลียได้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องทานจนเกินอิ่ม แค่ให้ได้รับสารอาหารที่เพียงพอก็พอแล้ว

ด้านนักโภชนาการคุณเจิ้งเสริมว่า คนทำงานมักนั่งโต๊ะหลังจากมื้อเช้า หากกินมื้อเช้าหนักเกินไป ร่างกายอาจนำพลังงานไปใช้ไม่หมด ดังนั้นมื้อเช้าควรเน้นความกระชับ เช่น ไข่ ผลิตภัณฑ์นมไม่ใส่น้ำตาล และธัญพืชไม่ขัดสี ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีต แต่สำหรับผู้ที่ทำงานใช้แรงงานหนัก เช่น งานยกของ ยังคงจำเป็นต้องเพิ่มสัดส่วนแป้งในมื้อเช้าตามเดิม ไม่ควรเหมารวมทั้งหมด

มื้อเช้ากินอะไรดี

  • ไข่ต้ม เมนูที่ง่ายและดีที่สุด ไข่ 1 ฟองให้พลังงานเพียง 70 แคลอรี่ แต่มีวิตามินและแร่ธาตุถึง 13 ชนิด มีโคลีน (Choline) และโอเมก้า 3 ช่วยบำรุงเซลล์สมองและความจำ รวมถึงมีลูทีนช่วยบำรุงสายตา
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ เลือกสูตรไขมัน 0% และน้ำตาลไม่เกิน 10 กรัม อุดมด้วยโพรไบโอติกส์ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและรักษาสมดุลลำไส้ มีวิตามินบี 12 ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงและบำรุงระบบประสาท เติมผลไม้หรือกล้วยหอมลงไป ช่วยให้อิ่มท้องและได้วิตามินเพิ่มขึ้นทันที
  • ขนมปังโฮลเกรน (ธัญพืชรวม) ลืมขนมปังขาวแบบเดิมๆ แล้วเปลี่ยนมาใช้โฮลเกรนที่ทำจากธัญพืชไม่ขัดสี มีใยอาหารสูง ช่วยให้ "อิ่มนาน" ไม่กินจุกจิก และมีวิตามินบีที่ช่วยเปลี่ยนแป้งให้กลายเป็นพลังงานน้ำตาลกลูโคสไปเลี้ยงสมองได้ทันที
  • น้ำเต้าหู้ (สูตรหวานน้อย) ทางเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับคนที่แพ้นมวัวหรือท้องอืดง่าย มีสารเลซิทิน (Lecithin) ช่วยบำรุงสมอง และไอโซฟลาโวนที่ช่วยบำรุงผิวพรรณและกระดูก
  • อกไก่ อกไก่ไร้หนัง 100 กรัม ให้โปรตีนสูงถึง 23 กรัม แต่ไขมันต่ำมาก โปรตีนจากอกไก่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและบำรุงสมอง มีวิตามินบีหลายชนิดที่จำเป็นต่อระบบประสาท

มื้อเที่ยงต้องกินเยอะที่สุดไหม?

บางคนมองว่ามื้อเที่ยงต้องเป็นมื้อหลัก แต่คุณหมอหลิวชี้ว่า จริงๆ แล้วต้องดูตามความเหมาะสมของแต่ละคน พนักงานออฟฟิศหลายคนมีเวลาพักเที่ยงสั้น หากรีบกินอาหารปริมาณมากในเวลาอันรวดเร็ว จะเพิ่มภาระให้ระบบย่อยอาหาร และหากต้องงีบหลับทันทีหลังกินเสร็จ อาจเสี่ยงต่อภาวะกรดไหลย้อน

นอกจากนี้ การกินมื้อเที่ยงจนอิ่มแน่นเกินไปมักทำให้เกิดอาการง่วงซึมในช่วงบ่าย ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ดังนั้นหัวใจสำคัญของมื้อเที่ยงไม่ใช่ "ปริมาณ" แต่คือ "โภชนาการที่สมดุล" เพื่อรักษาพลังงานให้ทำงานต่อไปได้ในช่วงบ่าย

มื้อเย็นควรจบก่อนนอน 4 ชั่วโมง

คุณเจิ้งแนะนำว่า ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานออฟฟิศหรือใช้แรงงาน กิจกรรมในช่วงกลางคืนมักจะลดลง ดังนั้นมื้อเย็นจึงไม่ควรทานอาหารมันหรือทานมากเกินไป เพื่อลดภาระระบบย่อยอาหาร หากเป็นไปได้ ควรทานมื้อเย็นก่อนนอนประมาณ 4 ชั่วโมง เพื่อให้กระเพาะอาหารได้มีเวลาจัดการกับอาหาร ซึ่งจะช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น

คุณหมอหลิวทิ้งท้ายว่า การกินอาหารไม่มีสูตรตายตัว ทุกคนมีอายุ ลักษณะงาน ระดับกิจกรรม และสุขภาพที่ต่างกัน สิ่งสำคัญกว่าการเดินตามคติ "มื้อเช้าต้องใหญ่ที่สุด" คือการจัดสรรอาหารตามความต้องการของร่างกาย โดยเน้นโปรตีน ผัก และคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อสร้างวิถีการกินที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืนครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...