โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ไอเอ็มเอฟ’ หั่นคาดการณ์ ‘เศรษฐกิจโลกปี 2569’ ชี้สงครามอิหร่านฉุดพลังงาน-เศรษฐกิจโลก

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

"ไอเอ็มเอฟ" ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2569 ลงเหลือ 3.0% นับเป็นการปรับลดครั้งที่ 2 ของปีนี้ ระบุ ผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน ที่เกิดจากสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่าน ยังคงกดดันเศรษฐกิจโลก แม้การลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์จะช่วยพยุงการเติบโตบางส่วน

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับล่าสุด ลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ลงเหลือ 3.0% จากประมาณการ 3.1% ที่เผยแพร่เมื่อเดือนเม.ย. นับเป็นการปรับลดคาดการณ์ครั้งที่ 2 ในปีนี้

เศรษฐกิจโลกปี 2569

ไอเอ็มเอฟระบุว่า การชะลอตัวดังกล่าวเป็นผลจากผลกระทบที่ยังคงต่อเนื่องของวิกฤติราคาพลังงาน ซึ่งเกิดจากสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่าน แม้ว่าการลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์จะช่วยพยุงการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ได้บางส่วน

สำหรับปี 2570 ไอเอ็มเอฟคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับมาขยายตัว 3.4% ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยการเติบโตในช่วงปี 2567-2568 ที่ระดับ 3.5%

ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วโลก คาดว่าจะอยู่ที่ 4.7% ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 4.1% ในปี 2568 ก่อนจะชะลอลงสู่ระดับ 3.9% ในปี 2570

ไอเอ็มเอฟระบุว่า การประเมินครั้งนี้มีขึ้น หลังจากสหรัฐกลับมาเปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกครั้ง ภายหลังเกิดเหตุโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ แต่เกิดขึ้นก่อนที่สหรัฐจะเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านระลอกที่สองเมื่อวันพุธ (8 ก.ค.)

นางเพตยา โคเอวา บรูคส์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยไอเอ็มเอฟ กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกกำลังถูกกำหนดโดยสองปัจจัยสำคัญที่สวนทางกัน ได้แก่ ผลกระทบต่อเนื่องจากวิกฤตพลังงานอันเกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง และการลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

ไอเอ็มเอฟตั้งสมมติฐานว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะเริ่มกลับมาเปิดใช้งานได้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนก.ค. และสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะก่อนเกิดสงครามภายในเดือนมี.ค.ปีหน้า

อย่างไรก็ตาม การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกจำกัดอย่างมาก ท่ามกลางความเสี่ยงจากการโจมตีของอิหร่าน โดยข้อมูลระบุว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (7 ก.ค.) มีเรือเดินผ่านช่องแคบเพียง 41 ลำ จากเดิมเฉลี่ยราว 130 ลำต่อวันก่อนเกิดสงคราม

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว ก่อนที่กองทัพสหรัฐฯ จะเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นวันที่สองติดต่อกัน

รายงานยังระบุว่า น้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นสูงสุดราว 7% หลังถ้อยแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์ และการโจมตีรอบล่าสุด โดยในช่วงหนึ่งราคาปรับขึ้นเหนือระดับ 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำหรับประมาณการเศรษฐกิจรายประเทศ ไอเอ็มเอฟคาดว่า สหรัฐจะมีการเติบโตสูงสุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วที่ 2.3% ขณะที่ยูโรโซนขยายตัว 0.9% สหราชอาณาจักร 1.0% แคนาดา 1.1% ญี่ปุ่น 0.6% ส่วนจีน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ คาดว่าจะขยายตัว 4.6%

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...