เจาะลึกแนวโน้มค่าเงินบาทและเศรษฐกิจโลกประจำวันที่ 10 กรกฎาคม 2569
วันที่ 9 กรกฎาคม 2569
เงินบาทแข็งค่ารับแรงคลายกังวลตะวันออกกลาง จับตา CPI สหรัฐฯ ตัวชี้ชะตาดอกเบี้ย Fed
เมื่อสถานการณ์ไม่ได้ลุกลามรุนแรงอย่างที่ตลาดกังวล ราคาน้ำมันจึงเริ่มปรับฐาน เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ขณะที่ทองคำและตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาฟื้นตัว ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่ากลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 33.38 บาทต่อดอลลาร์
แม้ความผันผวนจะเริ่มลดลง แต่ตลาดยังไม่พร้อมประกาศว่า ความเสี่ยงได้ผ่านพ้นไป เพราะสายตาของนักลงทุนทั่วโลกกำลังหันไปจับจ้องข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) และการแถลงนโยบายการเงินของประธาน Fed คนใหม่ในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดการเงินในช่วงครึ่งหลังของปี
ตลาดเริ่มกลับมา “รับความเสี่ยง” อีกครั้ง
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ธนาคารทีทีบี (ttb) ระบุว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 33.38 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากระดับปิดวันก่อนที่ 33.45 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ Krungthai GLOBAL MARKETS รายงานค่าเปิดในระดับเดียวกัน สะท้อนว่าตลาดเงินไทยกลับมามีแรงซื้อเงินบาทอีกครั้ง แรงหนุนสำคัญเกิดจากการที่นักลงทุนลดความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังยังมีความหวังว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับมาเดินหน้าได้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลงจากบริเวณ 79 ดอลลาร์ เหลือประมาณ 76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การปรับฐานของราคาพลังงานทำให้ตลาดเริ่มคลายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และลดน้ำหนักการคาดการณ์ว่า Fed จะต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า
เมื่อราคาน้ำมันลดลง…Fed ก็เริ่มถูกมองต่างออกไป
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ราคาน้ำมันเป็นตัวแปรสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed เพราะหากต้นทุนพลังงานพุ่งขึ้นต่อเนื่อง ย่อมมีโอกาสส่งผ่านไปสู่เงินเฟ้อในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม การย่อตัวของราคาน้ำมันล่าสุด ทำให้ตลาดเริ่มปรับลดโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ลงเหลือประมาณ 36% จากระดับที่สูงกว่านี้ในช่วงก่อนหน้า ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ย่อตัวลงสู่ระดับ 4.55% แม้ระดับดังกล่าวยังถือว่าสูงเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี แต่ก็สะท้อนว่าตลาดเริ่มกลับมาประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยด้วยความระมัดระวังมากขึ้น
ดอลลาร์อ่อน…ทองคำและเงินบาทจึงเริ่มฟื้นตัว
การลดลงของ Bond Yield และการคลายแรงกดดันด้านดอกเบี้ย ส่งผลให้ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (DXY) อ่อนตัวลงสู่บริเวณ 100.9 จุด ในเวลาเดียวกัน ราคาทองคำสามารถกลับมายืนเหนือ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง แม้ว่าการฟื้นตัวจะยังถูกจำกัดจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่ สำหรับค่าเงินบาท การอ่อนค่าของดอลลาร์และแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติช่วยให้เงินบาทกลับมาแข็งค่าบางส่วน แม้กรอบการเคลื่อนไหวยังคงจำกัดอยู่ในลักษณะ Sideways Down มากกว่าจะเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่ารอบใหม่
Fund Flow กลับมาเป็นแรงหนุนเงินบาท
อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยประคองค่าเงินบาท คือกระแสเงินทุนจากต่างชาติ ข้อมูลล่าสุดระบุว่า นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยกว่า 8,634 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นแรงซื้อที่ค่อนข้างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับช่วงหลายวันที่ผ่านมา และช่วยสนับสนุนให้เงินบาทเคลื่อนไหวได้ดีกว่าสกุลเงินบางประเทศในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ตลาดยังจับตาว่า กระแสเงินทุนดังกล่าวจะต่อเนื่องหรือไม่ เพราะหากข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด จนอาจทำให้ Fed กลับมามีท่าทีเข้มงวด เงินทุนต่างชาติอาจไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ดอลลาร์ได้อีกครั้ง
THE SIGNALs Insight
สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดการเงินโลกกำลังกลับมาให้น้ำหนักกับ“ความน่าจะเป็น” มากกว่าความกังวล เพียงไม่กี่วันก่อน นักลงทุนตั้งสมมติฐานว่า สงครามในตะวันออกกลางอาจลุกลามจนทำให้ราคาน้ำมันทะยานขึ้นต่อเนื่อง แต่เมื่อสถานการณ์ยังไม่รุนแรงอย่างที่กังวล ตลาดก็รีบปรับมุมมองใหม่ ส่งผลให้ทั้งราคาน้ำมัน ดอลลาร์ และ Bond Yield เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม อย่างไรก็ตาม ภาพนี้ยังเปราะบาง เพราะตลาดกำลังรอ “ข้อมูลจริง” จากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ และการส่งสัญญาณของประธาน Fed คนใหม่ หากข้อมูลออกมาผิดจากที่คาด ความผันผวนอาจกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น แม้เงินบาทจะเริ่มฟื้นตัว แต่ตลาดยังอยู่ในช่วง “รอดูไพ่ใบถัดไป” มากกว่าการเข้าสู่แนวโน้มใหม่อย่างชัดเจน
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
นักลงทุนควรวางกลยุทธ์อย่างไร?
Tomorrow’s Signals
THE SIGNALS Takeaway
ติดตามได้ที่บทความต้นฉบับ…