โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดร.สามารถ ห่วงแผนไฮสปีด 3 สนามบินสะดุด ทำเวลาเดินทางวาร์ปเพิ่มขึ้นเกือบชั่วโมง

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ดร.สามารถ ห่วงแผนไฮสปีด 3 สนามบินสะดุด ทำเวลาเดินทางวาร์ปเพิ่มขึ้นเกือบชั่วโมง

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมและแวดวงคมนาคมกำลังให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด เมื่อโครงการระดับเมกะโปรเจกต์ที่ผูกโยงกับอนาคตเศรษฐกิจไทย กำลังมีกระแสข่าวเรื่องการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการก่อสร้าง ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับหลายฝ่ายที่เฝ้ารอคอยความคืบหน้ามาอย่างยาวนาน ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญด้านระบบขนส่งมวลชนได้ออกมาตั้งคำถามปลายเปิดชวนคิด ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นการบริหารงบประมาณอย่างคุ้มค่า หรือแท้จริงแล้วคือการบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวกันแน่

ดร.สามารถ

โดย ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์แสดงความกังวลต่อแนวโน้มการดาวน์เกรดรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ให้เหลือเพียงรถไฟทางคู่ไฟฟ้า ซึ่งจะลดความเร็วสูงสุดจาก 250 เหลือ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และปรับใช้โครงสร้างร่วมกับสายสีแดงเพื่อลดต้นทุน

โดย ดร.สามารถ ชี้ว่าการลดสเปกนี้จะทำให้เวลาเดินทางเพิ่มขึ้นเกือบ 1 ชั่วโมง จนหมดข้อได้เปรียบเรื่องความเร็ว และอาจทำให้ประชาชนหันไปขับรถยนต์เหมือนเดิม ซึ่งจะกระทบต่อความคุ้มค่า รายได้โครงการ การพัฒนาเมืองรอบสถานี (TOD) รวมถึงล้มเหลวในการเชื่อมโยง 3 สนามบินให้นักท่องเที่ยวเลือกมาลงที่อู่ตะเภา ต่างจากอินโดนีเซีย จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่ไม่มีประเทศไหนยอมลดสเปกความเร็วเพื่อประหยัดเงิน เพราะทุกคนมองว่า "เวลา" คือสิ่งสำคัญที่สุด

ท้ายที่สุด ดร.สามารถ ได้ฝากข้อคิดเตือนใจไปถึงภาครัฐว่า ตลอด 7 ปีที่ประชาชนรอคอย สิ่งที่พวกเขาต้องการคือโครงสร้างพื้นฐานที่จะเข้ามาพลิกโฉมและยกระดับประเทศ แม้การประหยัดงบประมาณจะเป็นเรื่องที่ดี แต่หากลดต้นทุนจนสูญเสียจุดขายสำคัญ สุดท้ายเราอาจเซฟเงินค่าก่อสร้างได้หลักหมื่นล้านบาทในวันนี้ แต่ต้องสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจไปหลายล้านล้านบาทในอนาคต เพราะโครงการลักษณะนี้สร้างครั้งเดียวแต่ต้องใช้งานต่อนับร้อยปี รัฐจึงไม่ควรควรถามแค่ว่า "วันนี้ประหยัดได้เท่าไหร่" แต่ต้องตอบให้ได้ว่า "อีก 50 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะสูญเสียโอกาสไปมากแค่ไหน"

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...