ประหารชีวิต 2 จำเลยชาวอุยกูร์ คดีระเบิดแยกราชประสงค์
ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้เป็นโจทก์ ฟ้องนายอาร์เดม คาราดัก หรือ บีลาล โมฮัมเหม็ด และนายไมไรลี ยูซุฟู เป็นจำเลย ในความผิดรวม 10 ข้อหา จากเหตุลอบวางระเบิดบริเวณศาลพระพรหมเอราวัณ แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558
คดีนี้สืบเนื่องจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบชายชาวต่างชาติสวมเสื้อสีเหลืองนำกระเป๋าเป้ไปวางบริเวณม้านั่งใกล้ศาลพระพรหม ก่อนเดินออกจากพื้นที่ และเกิดระเบิดขึ้นในเวลาต่อมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย และบาดเจ็บ 126 คน
จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ตรวจค้นห้องพักแห่งหนึ่งย่านหนองจอก พบอุปกรณ์ประกอบระเบิดจำนวนมาก และควบคุมตัวนายอาร์เดม คาราดัก ได้ภายในห้องดังกล่าว ต่อมาทางการกัมพูชาจับกุมนายไมไรลี ยูซุฟู ได้ที่ท่าอากาศยานแห่งหนึ่ง ก่อนส่งตัวให้ทางการไทยดำเนินคดี
ในชั้นสอบสวน จำเลยทั้งสองเคยให้การรับสารภาพ โดยจำเลยที่ 1 ยอมรับว่าเป็นบุคคลในภาพวงจรปิดและเป็นผู้นำระเบิดไปวาง ส่วนจำเลยที่ 2 รับว่าเป็นผู้ส่งมอบกระเป๋าให้ในวันเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม ในชั้นศาลจำเลยทั้งสองกลับคำให้การ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าถูกบังคับและทรมานให้รับสารภาพ
ศาลใช้เวลาพิจารณาคดีกว่า 7 ปี มีพยานบุคคลกว่า 440 ปาก และพยานเอกสารมากกว่าหนึ่งหมื่นหน้า ก่อนมีคำพิพากษาว่า พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักเพียงพอรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง
ศาลเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคง ความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยของประเทศ เนื่องจากก่อเหตุในสถานที่สาธารณะที่มีประชาชนจำนวนมาก จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
จึงพิพากษาให้จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสองคน ปรับคนละ 1,000 บาท และร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐที่ได้รับความเสียหาย พร้อมสั่งริบวัตถุระเบิดและของกลางในคดี ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก