โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ภาวุธ” แฉ TH-AI Passport ส่อทุจริต ตั้งข้อสงสัย TOR ล็อกสเปกเอื้อนายทุน

PPTV HD 36

อัพเดต 46 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“ภาวุธ ” ตั้งข้อสงสัยโครงการ TH-AI Passport 1,600 ล้าน ชี้เปิดรับฟังความเห็น แต่ TOR แก้ไขไม่ได้

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยผ่านรายการเปิดโต๊ะข่าวในประเด็นถึงกรณีโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่าจะยังมีช่องทางในการยกเลิกสัญญาได้หรือไม่ เนื่องจากมีการลงนามสัญญาไปแล้ว ว่า ตนเองไม่เห็นด้วย แต่มองแล้วน่าจะมีโอกาส แต่หลังจากได้มีการปรึกษาจากหลาย ๆ ท่านว่ามีโอกาสยกเลิกได้จริงหรือไม่ เพราะมีการลงนามไปแล้ว ถึงแม้จะไม่มีการโอนเงินก็ตาม

พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมรัฐบาลจึงรีบยืนยันว่าไม่สามารถยกเลิกโครงการได้ ทั้งที่โครงการดังกล่าวกำลังถูกตั้งข้อสงสัยอย่างกว้างขวางจากสังคม ภาคประชาชน และอุตสาหกรรมนายภาวุธ กล่าวว่า แม้จะยังไม่มีการโอนงบประมาณ แต่การลงนามสัญญาอาจถือเป็นข้อผูกพันทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ การเร่งยืนยันว่าไม่สามารถแก้ไข TOR หรือยกเลิกโครงการได้ จนทำให้เกิดข้อครหาว่ารัฐบาลกำลังยืนอยู่ข้างผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการมากกว่าประชาชน

นายภาวุธตั้งข้อสังเกตว่า ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลบางส่วนอย่างปลัด ดีอีฯ ระบุว่าไม่สามารถแก้ไข TOR ได้แล้ว แต่ในขณะที่ทางรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกลับส่งสัญญาณว่ายังสามารถปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางส่วนได้ ซึ่งตนมองว่าหากมีกระแสต่อต้านหนัก ๆ อาจนำไปสู่ผลลัพธ์อีกทางหนึ่งก็เป็นได้ ที่อาจนำไปสู่การทบทวนหรือยุติโครงการ

นอกจากนี้ ตนเองได้รับข้อมูลใหม่ จากการตรวจสอบข้อมูลที่ได้มาใหม่ร่วมกับทางพรรคประชาชน ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ก็ได้เริ่มพบความผิดปกติในเอกสาร TOR ของโครงการ TH AI Passport ซึ่งก็คือข้อที่นายภาวุธได้ชี้แจงในรัฐสภา โดยเฉพาะเงื่อนไขด้านการประชาสัมพันธ์ อย่างการกำหนดให้เผยแพร่โฆษณาผ่านร้านสะดวกซื้อและป้ายบิลบอร์ดทั่วประเทศ แบบล็อคสเปคซึ่งมีข้อความและรายละเอียดคล้ายคลึงกับ TOR ของโครงการ Skill Credit กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) อย่างมาก จนถึงขั้นมีข้อความและตัวเลขบางส่วนตรงกันแบบบรรทัดต่อบรรทัด

นายภาวุธ ตั้งข้อสงสัยว่า แม้ทั้งสองโครงการจะอยู่คนละหน่วยงาน คนละกระทรวง และควรจัดทำ TOR โดยเจ้าหน้าที่รัฐคนละชุด แต่กลับมีเนื้อหาใกล้เคียงกันอย่างผิดสังเกต จึงอาจสะท้อนว่า TOR ไม่ได้ถูกจัดทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐเอง ซึ่งตนเองตั้งข้อสังเกตว่าอาจถูกเขียนขึ้นจากเอกชนและให้เจ้าหน้าที่ไปประกาศ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายพรบ. จัดซื้อจัดจ้าง และเริ่มเข้าข่ายการฮั้วประมูล

ผู้สื่อข่าวได้ตั้งคำถามว่า หน่วยงานรัฐอาจต้องสอบถามข้อมูลจากภาคเอกชนเพื่อกำหนดรายละเอียดโครงการหรือไม่? นายภาวุธระบุว่า การสอบถามข้อมูลเป็นเรื่องปกติ แต่กรณีนี้แตกต่างออกไป เพราะ TOR ของทั้งสองกระทรวงมีเนื้อหาซ้ำกันอย่างมีนัยสำคัญ และผู้ชนะการประมูลก็เป็นกลุ่มธุรกิจเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังพบว่าบางเงื่อนไขกำหนดให้มีการซื้อสื่อโฆษณาในพื้นที่เฉพาะ เช่น ป้ายโฆษณาบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งมีผู้ให้บริการเพียงรายเดียวในประเทศ ทำให้ยิ่งเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการกำหนดเงื่อนไขที่อาจเอื้อประโยชน์แก่เอกชนบางราย

“ฉะนั้นโครงการนี้เราไม่ต้องกลับไปพูดดีไม่ดีอย่างไร? แต่วันนี้โครงการนี้ ส่อเรื่องการคอร์รัปชัน การฮั้ว การเอานายทุนเข้ามาวางกรอบประมูลในโครงการนี้ ย้ำว่าไม่ได้เกิดจากความต้องการของประชาชน แต่เกิดจากการที่เห็นเงินเหลือและอยากจะเอาเงินออกมาจากกองทุนที่มีอยู่” นายภาวุธกล่าว

พร้อมตั้งคำถามถึงการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนภายหลังการลงนามสัญญาแล้วว่า เป็นกระบวนการที่สวนทางกับหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน และควรดำเนินการตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ ไม่ใช่หลังจากมีการตัดสินใจสำคัญไปแล้ว ซึ่ง นายภาวุธกล่าวถึงกรณีที่ภาครัฐระบุว่าการจัดประชาพิจารณ์โครงการมีผู้เข้าร่วมจำนวนน้อยว่า ไม่ได้หมายความว่าประชาชนไม่สนใจโครงการ แต่เป็นเพราะกระบวนการเปิดเผยข้อมูลและการรับฟังความคิดเห็นเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ติดตาม เช่น ช่วงเทศกาลปีใหม่ อีกทั้งการประชาสัมพันธ์ข้อมูลยังไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร

นายภาวุธยังตั้งข้อสังเกตว่า หลายขั้นตอนของโครงการอาจดำเนินการถูกต้องตามระเบียบและข้อกฎหมาย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสะท้อนถึงความโปร่งใสหรือเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะสูงสุด พร้อมวิพากษ์วิจารณ์วัฒนธรรมการบริหารงานภาครัฐที่ยึดติดกับการทำให้ถูกต้องตามขั้นตอนมากกว่าการคำนึงถึงผลลัพธ์และความคุ้มค่าที่ประชาชนจะได้รับ ขณะนี้หลายหน่วยงาน อย่างทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และหลายคณะกรรมาธิการกำลังรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม โดยมีการขอข้อมูลจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงเชิญกรมบัญชีกลางเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ

นายภาวุธ เปิดเผยว่ามีการเปรียบเทียบกับโครงการลักษณะใกล้เคียงกันของหน่วยงาน OKMD ซึ่งใช้งบประมาณเพียง 2.4 ล้านบาท ซึ่งมีกรอบงานคล้ายกันขณะที่โครงการ TH AI Passport ใช้งบประมาณสูงถึง 2,600 ล้านบาท จึงได้ขอให้กรมบัญชีกลางตรวจสอบและเปรียบเทียบ TOR ของทั้งสองโครงการอย่างละเอียด เพื่อชี้แจงเหตุผลของความแตกต่างด้านงบประมาณที่สูงมาก ซึ่งหากการตรวจสอบพบหลักฐานชัดเจนว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายทุจริตหรือเอื้อประโยชน์แก่เอกชน ก็จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย รวมถึงการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ต่อไป

นายภาวุธกล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่สมาชิกพรรคประชาชนหลายคนไม่เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นของโครงการ เนื่องจากกังวลว่าการเข้าร่วมอาจถูกนำไปใช้เป็นความชอบธรรมให้กับโครงการได้ แม้ภายในเวทีจะมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วนมาแสดงความคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่าง ๆ อาจนำไปสู่การปรับปรุงโครงการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นก็ตาม อย่างไรก็ตาม นายภาวุธมองว่าประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การถกเถียงว่าเทคโนโลยี AI ดีหรือไม่ดี แต่เป็นเรื่องของที่มาและกระบวนการดำเนินโครงการ ซึ่งตนเห็นว่ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสและอาจเข้าข่ายการทุจริตตั้งแต่ต้น

“ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ AI ดีหรือไม่ดี แต่ปัญหาอยู่ที่ที่มาของโครงการ หากจุดเริ่มต้นมีความผิดปกติหรือมีข้อสงสัยเรื่องการคอร์รัปชัน สิ่งที่ควรทำในตอนนี้คือหยุดโครงการให้ได้ก่อน” นายภาวุธกล่าว

นายภาวุธระบุว่า การยุติโครงการยังสามารถเกิดขึ้นได้ หากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมีเจตจำนงร่วมกัน โดยเฉพาะหากเห็นตรงกันว่าโครงการยังมีข้อบกพร่องและควรได้รับการทบทวนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน พร้อมมองว่าหากภาคเอกชนผู้เกี่ยวข้องยินยอมถอยออกจากโครงการ ก็จะนำไปสู่การยุติโครงการ หรือในอีกทางหนึ่งคือการตรวจสอบของหน่วยงานอิสระอย่าง ป.ป.ช. อาจเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะเข้ามามีบทบาทในการพิจารณาข้อเท็จจริงของโครงการดังกล่าวที่นำไปสู่การยุติโครงการได้

นายภาวุธ กล่างต่อว่า ตนเองค่อนข้างตกใจมากเพราะโครงการดังกล่าวเป็นนโยบายทางการเมืองแต่วันนี้เจ้าหน้าที่ราชการออกมารับหน้าจนน่าตกใจ กลายเป็นหนังหน้าไฟที่ออกมารับแทน แล้วทำไมวันนี้นักการเมืองไม่ออกมารับเรื่องตรงนี้ ทั้งที่เป็นเรื่องที่ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ในฐานะของผู้นำองค์กร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ไชยชนก" มั่นใจ TH-AI Passport กระบวนการถูกต้อง ไม่หวั่นฉุดความนิยมรัฐบาล

ปลัดดีอี แจง TH-AI Passport เล็งปรับเงื่อนไข “ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น” ลดเสี่ยงงบรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ภาวุธ” แฉ TH-AI Passport ส่อทุจริต ตั้งข้อสงสัย TOR ล็อกสเปกเอื้อนายทุน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...