โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KTC เผย ไทยเข้าสู่ยุค ‘Speed Economy’ คนใช้เวลาตัดสินใจสั้นลง

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
KTC เผย ไทยเข้าสู่ยุค ‘Speed Economy’ คนใช้เวลาตัดสินใจสั้นลง

เศรษฐกิจไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ ‘ยุคความเร็ว’ หรือ Speed Economy กระตุ้นให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สะท้อนจาก Customer journey สั้นลง จาก ‘ค้นหา-เปรียบเทียบ’ ไปสู่ ‘ดู-เชื่อ-ซื้อ’ ในเวลาไม่กี่วินาที ‘ความเชื่อมั่น’ กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามากที่สุดของเศรษฐกิจดิจิทัล และผู้ชนะในเศรษฐกิจแห่งความเร็ว อาจไม่ใช่คนที่เร็วที่สุด แต่คือคนที่เข้าใจผู้บริโภค และสร้างความเชื่อมั่นได้ดีที่สุด

ณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต KTC กล่าวว่า ข้อมูลสมาชิกเคทีซีสะท้อนชัดว่า คนไทยมีพฤติกรรมในการซื้อสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซ – เดลิเวอรี่ แพลตฟอร์ม โดยมูลค่าการใช้จ่ายต่อครั้งน้อยลง แต่ ‘ซื้อบ่อยขึ้น’ เน้น Micro spending หรือการใช้จ่ายย่อยระหว่างวัน

สะท้อนจากจำนวนรายการอีคอมเมิร์ซ – เดลิเวอรี่ที่เติบโตเฉลี่ย 25% โดยไม่ได้จำกัดแค่การซื้อของออนไลน์เพียงอย่างเดียว แต่คนไทยกำลังใช้ชีวิตผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือ บริการฟู้ดเดลิเวอรี เช่น Grab, LINE MAN

KTC จึงร่วมมือกับแพลตฟอร์มต่างๆ สร้างแคมเปญที่ตอบสนองการใช้จ่ายของลูกค้า โดยเน้นความครอบคลุมและคุ้มค่า เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในยุคที่ผู้บริโภคใช้จ่ายเร็วขึ้น ระยะเวลาในการตัดสินใจสั้นลง ธุรกิจบัตรเครดิตจะอยู่รอดได้ ต้องรู้จักบริหารให้ลูกค้าใช้จ่ายได้สะดวกที่สุด สร้างระบบที่ช่วยลดความซับซ้อนในการตัดสินใจ ย่อยข้อมูลสิทธิประโยชน์ให้เข้าใจง่าย เปรียบเทียบให้ลูกค้าเห็นความคุ้มค่า โดยสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย แนะนำว่าใช้จ่ายอย่างไรถึงจะคุ้มค่าที่สุด ควบคู่ไปกับการให้ความรู้การจัดการเงิน ป้องกันไม่ให้ลูกค้าใช้จ่ายเกินตัว

ทั้งนี้ ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มียอดใช้จ่ายออนไลน์ผ่านบัตรเครดิตเฉพาะหมวดอีคอมเมิร์ซ เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้ง (Ticket Size) อยู่ที่ 800-1,000 บาท โดยยอดใช้จ่ายที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ขับเคลื่อนโดยระบบ Loyalty Program และคูปองส่วนลดภายในของแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะช่วงแคมเปญส่งเสริมการขายวันเลขเบิ้ล (Double Day) ที่จะมีการใช้จ่ายมากเป็นพิเศษ

ปัจจุบันยอดใช้จ่ายออนไลน์มีสัดส่วนที่ประมาณ 40%-45% และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ สำหรับปี 2569 ตั้งเป้าหมายมียอดใช้จ่ายเติบโต 18%

อย่างไรก็ตาม ในยุคที่ทุกอย่างแข่งขันกันด้วยความเร็ว ในฐานะสถาบันการเงิน

KTC มองว่าความปลอดภัยในการใช้จ่ายถือเป็นเรื่องสำคัญ นอกเหนือจากความสะดวก ความคุ้มค่า บริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของลูกค้ามาเป็นอันดับแรก

ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทได้พัฒนาเทคโนโลยี ยกระดับความปลอดภัย Fraud monitoring ผู้ใช้งานบัตรเครดิตอย่างต่อเนื่อง เช่น บริการ OTP รหัสครั้งเดียว เพื่อยืนยันธุรกรรมใช้จ่ายออนไลน์ของลูกค้า, บัตรเครดิตแบบใส ‘KTC DIGITAL’ ที่ไม่มีหมายเลขบัตรหรือแถบแม่เหล็ก ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อรูดใช้จ่ายที่หน้าร้าน และการควบคุมการใช้จ่ายออนไลน์ด้วยตัวเองผ่านแอป KTC Mobile ทั้งนี้ในอนาคตจะมีการนำระบบ Biometrics มาใช้ในการยืนยันตัวตนผู้ทำธุรกรรม

ด้านกุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ให้มุมมองว่า ในยุคของ ‘Speed Economy’ ที่ความเร็วไม่ได้หมายถึงแค่การจัดส่งสินค้า แต่หมายถึง ‘ความเร็วในการตัดสินใจ ความเร็วในการเข้าถึงผู้บริโภค และความเร็วในการปรับตัวของธุรกิจ อีคอมเมิร์ซจึงไม่ได้เป็นเพียงช่องทางการขายอีกต่อไป แต่กลายเป็น Economic Ecosystem ที่เชื่อมโยงผู้บริโภค ผู้ประกอบการ SME ครีเอเตอร์ / KOL แพลตฟอร์ม โลจิสติกส์ และภาคบริการดิจิทัลเข้าด้วยกันทั้งระบบ

ข้อมูลจาก Priceza ระบุว่า ตลาด E-Commerce ไทยในปี 2026 จะมีมูลค่ากว่า 1.6 ล้านล้านบาท และ ยังเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยราว 10–20% ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจดิจิทัลยังเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย ส่วนในระดับสากล United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific (UNESCAP) มองว่า Asia-Pacific เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดด้าน E-Commerce/Digital Trade และ Cross-border E-Commerce โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

สอดคล้องกับแนวคิดของสุวิตา จรัญวงศ์ อุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลวิชาชีพ สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย และ CEO บริษัท เทลสกอร์ จำกัด

ที่มองว่า ปัจจุบัน Creator Economy กำลังเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับ ‘การมองเห็น’ เพียงอย่างเดียว ไปสู่การให้ความสำคัญกับ ‘ความน่าเชื่อถือ’ และความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภคมากขึ้น ครีเอเตอร์จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างคอนเทนต์ แต่มีบทบาทในการเชื่อมโยงข้อมูล ประสบการณ์ และความไว้วางใจกับการตัดสินใจของผู้บริโภคในโลกดิจิทัล

สะท้อนจากการเติบโตของไมโครครีเอเตอร์ที่มีฐานผู้ติดตามเฉพาะกลุ่ม แม้อาจมี Reach ไม่สูงเท่าครีเอเตอร์ขนาดใหญ่ แต่ในหลายกรณีกลับสามารถสร้าง Engagement ที่ใกล้ชิดและต่อเนื่องได้ดี โดยเฉพาะในกลุ่ม Beauty, Food, Gadget และ Personal Finance

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...