โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สถานทูตจีน เรียกร้องไทยสอบสวนเหตุพลเมืองจีนถูกกักขัง เรียกค่าไถ่ที่สระแก้ว

JS100

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • JS100:จส.100
สถานทูตจีน เรียกร้องไทยสอบสวนเหตุพลเมืองจีนถูกกักขัง เรียกค่าไถ่ที่สระแก้ว

โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยตอบคำถามผู้สื่อข่าว กรณีพลเมืองจีนถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวและเรียกค่าไถ่ในจังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย

ถาม: เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้เกิดเหตุการณ์ที่พลเมืองจีนถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวและเรียกค่าไถ่ในจังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยมีความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวอย่างไร?

ตอบ: สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ให้ความสำคัญต่อกรณีดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง โดยได้ติดต่อสอบถามรายละเอียดของคดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของฝ่ายไทยในทันที พร้อมทั้งเรียกร้องให้ฝ่ายไทยดำเนินการสอบสวนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นธรรม และโปร่งใส เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงของคดีโดยเร็ว และนำตัวผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ฝ่ายจีนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าฝ่ายไทยจะเสริมสร้างการกำกับดูแลด้านการบังคับใช้กฎหมายและการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนสิทธิและผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของพลเมืองจีนในประเทศไทย รักษาสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ รวมถึงความร่วมมือฉันมิตรระหว่างจีนและไทย

สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ออกประกาศเตือนพลเมืองจีนที่พำนักอยู่ในประเทศไทยหรือผู้ที่วางแผนจะเดินทางมายังประเทศไทยอีกครั้ง ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของไทยอย่างเคร่งครัด เพิ่มความระมัดระวังด้านความปลอดภัย และใส่ใจต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตน หากเกิดเหตุฉุกเฉิน โปรดรีบแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่จีนประจำประเทศไทยเพื่อขอความช่วยเหลือโดยเร็ว

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2569 เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานลงพื้นที่ บุกเข้าช่วยเหลือชาวจีน 5 คน ถูกกักขังภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว และจับกุมตำรวจ 4 นายสังกัด สภ.คลองหาด และ สภ.บ้านแปลง จ.จันทบุรี รวมทั้งพลเรือนอีก 1 คน พร้อมของกลาง 6 รายการ ประกอบด้วย อาวุธปืน 4 กระบอก, กระสุนปืน 24 นัด และรถกระบะ 2 คัน โดยมีพฤติการณ์เรียกรับเงินแลกการปล่อยตัว เบื้องต้นพบมีการโอนเงินกว่า 120,000 บาท ผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย

1.ด.ต.ปภาวิน ประหยัดสิน

2.ด.ต.วุฒิกรณ์ วงษ์ธรรม

3.ด.ต.สมชาย อยู่คง

4.ด.ต.พิเชษฐ์ เส็งศูนย์

5.นายณัฏฐ์นันท์ โตอ่อน

พร้อมยึดอาวุธปืนพกหลายกระบอก รถยนต์กระบะ 2 คัน และเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาที่ 1-4 ในฐานความผิด
“ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น, เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจโดยมิชอบ ข่มขืนใจเรียกรับทรัพย์ และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” ส่วนผู้ต้องหาที่ 5 ถูกแจ้งข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำผิด

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งผ่านแอปพลิเคชันไลน์จาก ว่าที่ พ.ต.ท.รวีศักดิ์ สุริยภักดิ์ สว.ศฝร.ตม. ซึ่งช่วยราชการ ตม.จว.ปทุมธานี ว่ามีชาวจีนจำนวน 5 คน ขอความช่วยเหลือ หลังถูกควบคุมตัวและเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการปล่อยตัว หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบบ้านพักจุดเกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบชาวต่างชาติลักษณะคล้ายคนจีนอยู่บริเวณหน้าบ้าน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ต่างแสดงอาการดีใจและกล่าวขอบคุณทันที

จากการสอบถามผ่านล่าม ชาวจีนทั้ง 5 คน ให้การว่า ถูกกลุ่มผู้ต้องหาควบคุมตัวตั้งแต่เวลาประมาณ 02.00 น. ของวันเดียวกัน โดยมีการใส่กุญแจมือ ข่มขู่ และเรียกเงินคนละ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 300,000 บาท เพื่อแลกกับอิสรภาพ เบื้องต้นพบว่ามีชาวจีน 2 ราย โอนเงินให้กลุ่มผู้ต้องหาแล้ว รายละ 2,000 ดอลลาร์ รวมเป็นเงิน 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 120,000 บาท โดยมีหลักฐานเป็นสลิปการโอนเงิน

นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาที่เป็นตำรวจทั้ง 4 นาย ได้จับกุมชาวจีนในข้อหาตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง แต่ไม่นำส่งพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมาย กลับพาตัวมากักขังไว้ภายในบ้านพักและเรียกเงินแลกการปล่อยตัว

ทั้งนี้ ผู้เสียหายยังซัดทอดถึง เจ้าหน้าที่อีก 1 นาย ว่ามีส่วนร่วมในปฏิบัติการดังกล่าว แต่ระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม ตัวได้ออกไปซื้ออาหารและเครื่องดื่ม ทำให้ยังไม่ถูกควบคุมตัว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติม

#จับจีนเรียกค่าไถ่

ที่มา: Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...