โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เครือข่ายประชาชนยื่น 5 ข้อเรียกร้อง สธ. เร่งออกกฎหมายกัญชา-กัญชง ปกป้องเด็ก-สมดุลการแพทย์

สยามรัฐ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

มูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด พร้อมเครือข่ายภาคประชาชน ยื่น 5 ข้อเรียกร้องถึงมือ รมว.สธ. เร่งออกกฎหมายกัญชา กัญชง ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เท่าเทียม ปกป้องเด็กเยาวชน หยุดวงจรการใช้นันทนาการ ทำนักท่องเที่ยวต่างชาติมองไทยเป็นหมุดหมายกัญชาเสรี กระทบภาพลักษณ์ท่องเที่ยว สุขภาพ วอนนายกลงนามรับรองร่าง พ.ร.บ.ภาคประชาชน เข้าสภา เพื่อสร้างสมดุล มีส่วนร่วม

วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก – มูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติดเครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน เข้ายื่นหนังสือต่อ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอให้เร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง เข้าสภา พร้อมยื่นข้อเสนอภาคประชาชนเพื่อพิจารณาด้วย โดยมี นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นผู้รับหนังสือ

นายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น ผู้จัดการมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด กล่าวว่า จากการติดตามผลกระทบจากนโยบายให้กัญชาถูกกฎหมาย การใช้กัญชาในทางที่ผิดตลอดเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา ก็ต้องขอชื่นชมท่านในความพยายามหาทางออกจากปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากการใช้กัญชาในทางที่ผิด มาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ ทางมูลนิธิฯ และเครือข่ายภาคประชาชนขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้ 1. ขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขเร่งออกพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง โดยยึดหลักการสำคัญ คือ กัญชาทางการแพทย์เพื่อผู้ป่วยทุกคนที่ต้องใช้รักษาอย่างเท่าเทียม เข้าถึงง่าย ปกป้องเด็กและเยาวชน และไม่สนับสนุนกัญชานันทนาการ

2. ขอเรียกร้องผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีได้ลงนามรับรองในร่างพระราชบัญญัติกัญชา ฯ ฉบับภาคประชาชน ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาว่าเป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน และส่งไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้รับคำรับรอง เพื่อให้มีตัวแทนของภาคประชาชนเข้าไปร่วมกันพัฒนากฎหมายให้รอบคอบ สมดุล และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อคนทุกกลุ่ม 3. ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งพิจารณามาตราการหรือแนวทางเชิงประจักษ์ในการควบคุมการใช้กัญชาในทางที่ผิด หรือการใช้กัญชาเชิงนันทนาการ เพื่อยุติวาทกรรมกัญชาเสรี และวงจรที่มีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มคิดว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เสพกัญชาได้อย่างเสรี (Cannabis Destination) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และสุขภาพโดยรวมของประชาชนคนไทย ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว

4. ขอให้กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ควบคุมอย่างเคร่งครัดต่อผู้ประกอบการปลูก ร้านจำหน่าย และสถานประกอบการที่เสี่ยงต่อการจำหน่ายกัญชาผิดกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตให้ศึกษาวิจัย หรือส่งออก หรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า พ.ศ.2569 และดำเนินการต่อผู้ขายกัญชา พืชเสพติดในรูปแบบออนไลน์ หรือเดลิเวอรี่ โดยเฉพาะการป้องกันเด็กเยาวชนเข้าสู่วงจรการใช้กัญชา และพืชเสพติดชนิดอื่น และ 5. ขอสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ชุมชนในการเฝ้าระวังปัญหาและผลกระทบจากการใช้กัญชา และพืชเสพติดในทางที่ผิด ผ่านหน่วยงานสาธารณสุขในระดับพื้นที่ โดยภาคีเครือข่ายยินดี และพร้อมร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างเต็มความสามารถ

ด้านนางสาวเพชรลดา ศรัทธารัตนตรัย แกนนำเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน กล่าวว่า แม้ว่าการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์จะมีอยู่จริง แต่ในทางกลับกันเราก็พบข่าวสารให้เห็นต่อเนื่องถึงผลกระทบ ที่เกิดขึ้นจากการใช้กัญชาในทางที่ผิด จากการมอนิเตอร์ข่าวที่ปรากฏจึงมีความถี่ในระดับที่น่าห่วง สร้างผลกระทบ และมีจำนวนไม่น้อยที่เป็นการใช้สารเสพติดอื่นร่วมกัน เช่นเดียวกับกรณีขบวนรถไฟชนรถเมล์ เหตุเกิดใกล้เคียงสถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์มักกะสัน เมื่อช่วงเวลาประมาณ 15.30 น. ของวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา จนมีผู้เสียชีวิต 8 รายและบาดเจ็บจำนวนมากนั้น ล่าสุดพบว่า พนักงานขับรถไฟมีสารเสพติดทั้งยาบ้าและกัญชา ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายมากเพราะเป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนจำนวนมาก ส่วนในพื้นที่ชุมชนของเครือข่ายก็เจอปัญหาการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน เมื่อมีการตักเตือนก็ถูกโต้กลับว่า ไม่รู้เหรอตอนนี้กัญชาถูกกฎหมายแล้ว รวมถึงการเสพที่พบมากขึ้นในชุมชน และที่น่าห่วงมากคือการใช้กัญชาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ไม่เคารพกติกา ไม่สนใจสถานที่ห้าม และพบว่ามีการทะเลาะวิวาทหรือแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ที่สร้างปัญหามากในพื้นที่ท่องเที่ยว รวมถึงปัญหาภาพลักษณ์ของประเทศที่อาจถูกมองในทางที่เสียหายได้

“แม้นโยบายนี้จะทำให้มีการเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์ของผู้ป่วย ซึ่งเป็นเรื่องดีแต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือผลกระทบที่ตามมาซึ่งเหมือนเหรียญสองด้าน จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายมาควบคุมในระดับ พระราชบัญญัติเพื่อลดความสับสน หรือกลับไปกลับมา ซึ่งตอนนี้ ภาคประชาชนได้เสนอร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง เข้าสู่กระบวนการทางสภาแล้ว แต่มีความจำเป็นต้องให้นายกรัฐมนตรีลงนาม ก่อน จึงอยากเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีให้เร่งลงนาม เพื่อให้มีร่างกฎหมายของภาคประชาชนเข้าสู่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการร่วมกับกับร่าง พ.ร.บ.ของรัฐบาล เพื่อความรอบคอบ สมดุล เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่ายอย่างแท้จริง” นางสาวเพชรลดา กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...