24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 27 พฤษภาคม 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 27 พฤษภาคม 2569
>> รถจักรยานยนต์เสียหลักพลิกคว่ำ กลางถนนสาย นครราชสีมา - จักราช หญิงสาววัย 22 ปีเสียชีวิต จ.นครราชสีมา
08.00 น. อาสากู้ภัยฮุก 31 จุดมะเริง รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนเส้นทาง นครราชสีมา - จักราช ฝั่งขาเข้าเมืองนครราชสีมา บริเวณโค้งบ้านคอนอินทร์ ในพื้นที่ หมู่ 4 ตำบลพะเนา อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีแดง ป้ายทะเบียน สกลนคร ลักษณะพลิกคว่ำอยู่กลางถนน ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 22 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มะเริง
>> หนุ่มนิรนาม ขี่รถจักรยานยนต์หลุดโค้ง ชนเข้าเสาไฟข้างทาง เสียชีวิตริมถนน จ.ศรีสะเกษ
08.10 น. หน่วยกู้ภัยมูลนิธิศรีสะเกษสงเคราะห์อุทุมพรพิสัย ตรวจสอบอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนเสาไฟข้างทาง และมีผู้เสียชีวิต บริเวณทางโค้งก่อนถึงบ้านมะหลัด ต.แต้ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ
ที่เกิดเหตุ พบรถจักยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีเทา ป้ายทะเบียน ศรีสะเกษ ล้มคว่ำอยู่ติดกับโคนเสาไฟส่องสว่าง ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 30 ปี ไม่พบเอกสารติดตัว สภาพใบหน้าอัดเข้ากับเสาไฟจนหน้ายุบ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุทุมพรพิสัย
>> ลุย “พิฆาตยาเสพติด” ยึดยาบ้ากว่า 100,000 เม็ด ซุกพัสดุส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชน
09.00 น. นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส บูรณาการเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ร่วมปฏิบัติการเดินหน้ากวาดล้างยาเสพติด “พิฆาตยาเสพติด” ยึดยาบ้าล๊อตใหญ่ จำนวนกว่า 100,000 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 10 กิโลกรัม
หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่าจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดผ่านบริษัทขนส่งเอกชนเข้าพื้นที่ เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึด จึงได้ประสานกับบริษัทขนส่งเอกชน เพื่อเข้าทำการตรวจสอบ ต่อมาได้พบกล่องพัสดุต้องสงสัยต้นทางมาจากจังหวัดลำพูน ตามที่แหล่งข่าวเเจ้งข้อมูลไว้ ตรวจสอบพบยาบ้า ซุกซ่อนภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ บรรจุภายในกล่องพัสดุจำนวน 2 กล่อง เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดและนำยาเสพติดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนราธิวาส เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> พบพ่อแม่ลูก เสียชีวิตจำนวน 3 ศพ ภายในห้องนอน บนบ้านพัก ย่านบางบัวทอง
09.39 น. พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านพักจำนวน 3 ราย โดยเหตุเกิดภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
จากการตรวจสอบ บ้านพักหลังดังกล่าว ภายในห้องนอน พบร่างผู้เสียชีวิต 3 ราย ทราบต่อมา เป็นชายไทย อายุ 31 ปี ผู้เป็นพ่อ, หญิงไทย อายุ 32 ปี ผู้เป็นแม่ และ เด็กหญิง อายุ 7 ปี บุตรสาว โดยพบเตาอังโลที่ถูกจุดไว้อยู่ทึ่ปลายเตียงนอน
จากการสอบถามเพื่อนร่วมงานซึ่งมาพบศพ ให้การว่า ไม่สามารถติดต่อกับ ผู้เสียชีวิตที่เป็นพ่อได้ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานไม่ได้มาเป็นเวลา 2 วัน จึงได้เดินทางมาตรวจสอบที่บ้านพักหลังดังกล่าว พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ก่อนจะขึ้นไปพบร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายในห้องนอน
เบื้องต้นแพทย์ชันสูตรคาดว่าเสียชีวิตมาประมาณ 2 วัน จากนั้นได้มอบร่างให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ต่อไป
>> ชายแดนสระแก้ว พบลูกจรวด RPG-7 ซุกกลางไร่นาบ้านหนองจาน ชุด EOD เร่งเก็บกู้ทำลายด่วน
10.00 น. กองกำลังบูรพา โดย ฉก.โคกสูง และ ชค.ทพ.12 ร้อย.ทพ.1205 ร่วมกับ ร.ต.อ.ยงยุทธ โชติชนะเสรี หัวหน้าชุด EOD กก.ตชด.12 เข้าตรวจสอบพื้นที่หลังได้รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัย ก่อนยืนยันว่าเป็นลูกจรวด RPG-7 จำนวน 1 ลูก
เจ้าหน้าที่จึงเร่งปิดพื้นที่และดำเนินการเก็บกู้ตามยุทธวิธีอย่างเข้มงวด ท่ามกลางความระทึกของชาวบ้าน ก่อนทำลายวัตถุระเบิดได้สำเร็จในเวลา 10.30 น. โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย
เบื้องต้นหน่วยความมั่นคงอยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาของวัตถุระเบิดดังกล่าว พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ชายแดน หากพบวัตถุต้องสงสัย ห้ามสัมผัสหรือเคลื่อนย้ายเด็ดขาด และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น
>> ปภ.นนทบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบ เหตุเรือลากจูงชนเสาไฟฟ้า ล้ม 6 ต้นบนเกาะเกร็ด
10.10 น. นายกร พันธุเสน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขานนทบุรี ผู้แทนนายอำเภอปากเกร็ด ผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเกร็ด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเรือลากจูงบรรทุกเม็ดถั่วชนเสาไฟฟ้า เนื่องจากเครื่องยนต์ขัดข้อง (ปะเก็นแตก) ทำให้กำลังเครื่องเรือตก ไม่สามารถเร่งความเร็วได้ และโดนคลื่นซัดส่งผลให้เรือไหลไปชนกับแนวเสาไฟฟ้า จำนวน 6 ต้น มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายบางส่วน จำนวน 8 หลัง ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลเกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
สำหรับการให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบและประเมินราคา โดยใช้งบประมาณขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเกร็ด การไฟฟ้าได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น เพื่อให้สามารถใช้ไฟฟ้าได้ตามปกติ และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขานนทบุรี ได้เชิญผู้ขับขี่เรือเข้าไปสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม พร้อมกับขอทราบความรับผิดชอบในการเยียวยาและชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ สำนักงาน ปภ.จังหวัด จักได้รายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมอีกครั้ง
>> “พิพัฒน์” ถกทูตรัสเซีย เตรียมลงนาม MOI คมนาคม ดึงเทคโนโลยีระดับโลกยกระดับโลจิสติกส์ไทย
11.27 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับ นายเยฟเกนี โทมิคิน เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย เพื่อกระชับความสัมพันธ์และเตรียมความพร้อมสู่การลงนามบันทึกแสดงเจตจำนง (MOI) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการขนส่ง ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในกรอบการประชุม ASEAN-Russia Summit ณ สหพันธรัฐรัสเซีย โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ระดับโลก เพื่อนำมาบูรณาการและยกระดับโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งของไทยให้ทันสมัย ปลอดภัย และได้มาตรฐานสากล
สำหรับการหารือในครั้งนี้ ทางรัสเซียได้แสดงความสนใจเข้าร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทยในหลายมิติ ทั้งโครงการระบบราง เช่น การก่อสร้างโรงซ่อมบำรุงหัวรถจักรแห่งใหม่ที่ชุมทางแก่งคอย และการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้า ซึ่งฝ่ายไทยย้ำนโยบายจำกัดหนี้สาธารณะโดยให้ รฟท. พิจารณาออปชันลดจำนวนซื้อหรือเปลี่ยนเป็นรูปแบบการเช่า นอกจากนี้ รัสเซียยังเสนอเทคโนโลยี Smart Car Park เพื่อยกระดับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง รวมถึงการร่วมมือพัฒนาการขนส่งทางน้ำด้วยพลังงานสะอาดเพื่อความยั่งยืนในอนาคต
>> ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก 3 ปี ป.ป.ช. 2 ราย คดีไม่เปิดเผยข้อมูลนาฬิกา "บิ๊กป้อม" ส่วนอีก 7 คน ยกฟ้อง
12.12 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จ.สระบุรี ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่ นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้บริหารและกรรมการ ป.ป.ช. รวม 12 คน กรณีกล่าวหาว่ามีส่วนปกปิดเอกสารเกี่ยวกับการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
โจทก์ฟ้องความว่า โจทก์เป็นนักสิทธิมนุษยชน เป็นประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ทำหน้าที่ช่วยเหลือราชการต้านภัยคอร์รัปชัน จำเลยซึ่งเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นเจ้าพนักงาน ร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรม อาทิ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยเพิกเฉยไม่ส่งมอบข้อมูลข่าวสารที่โจทก์ขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไต่สวนกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ โดยไม่แสดงว่ามีนาฬิกาข้อมือราคาแพงอยู่เป็นจำนวนมากและแหวนประดับมีค่าหลายรายการ โดยระหว่างพิจารณาคดี โจทก์ได้ขอถอนฟ้องจำเลย 3 ราย
และวันนี้ (27พค.69) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาตัดสินจำคุก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ นางสาวสุภา ปียะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ปกปิดเอกสารการสอบสวนกรณีการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คนละ3ปี โดยทั้งสองคนได้รับการประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ส่วนจำเลยอีก7ราย ศาลยกฟ้อง
>> ค้นโกดังกลางเมืองร้อยเอ็ด ยึดสินค้าแบรนด์เนมปลอม มูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1 ล้านบาท
12.17 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ และตัวแทนจากเจ้าของสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้า บุกค้นโกดังกลางเมืองร้อยเอ็ด ยึดสินค้าแบรนด์เนมปลอม และจับกุมผู้ต้องหาหญิง 1 ราย อายุ 25 ปี พร้อมตรวจยึดของกลาง กระเป๋าปลอมเครื่องหมายการค้า ,แก้วเก็บความเย็นแบรนด์ดัง จำนวน 20 ใบ,กาแฟพร้อมดื่มปลอมเครื่องหมายการค้าแบรนด์ดัง
เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสมาว่า โกดังแห่งนี้การลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ผลการตรวจค้นพบสินค้าประเภทกระเป๋าแบรนด์เนมหลากหลายยี่ห้อ กว่า 300 ใบ และกาแฟพร้อมดื่มยี่ห้อดัง อีกกว่า 100 ชิ้น โดยสินค้าที่ตรวจพบดังกล่าวนั้นเป็นสินค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร
เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดสินค้าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง และจับกุมตัวผู้ต้องหา นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด ดำเนินคดีในข้อหามีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่จดทะเบียนไว้แล้ว ในราชอาณาจักร ความผิดตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
>> ไรเดอร์บุกกระทรวงแรงงาน ค้านเข้าประกันสังคม ม.33 ชี้ไร้ความยืดหยุ่น-หักเงินซ้ำซ้อน
13.49 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กลุ่มไรเดอร์สมาชิก "G เคลื่อนที่เร็ว" กว่า 100 คน รวมตัวชุมนุมหน้ากระทรวงแรงงานเพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการนำไรเดอร์เข้าสู่ระบบประกันสังคม มาตรา 33 โดยตัวแทนกลุ่มระบุว่า รูปแบบการทำงานของไรเดอร์เป็นงานอิสระ ไม่จำกัดเวลา และทำได้หลายแอปพลิเคชัน หากใช้กฎหมายระบบนายจ้าง-ลูกจ้างทั่วไป อาจกระทบต่อรายได้และเกิดการหักเงินสมทบที่ซ้ำซ้อน พร้อมแสดงความกังวลถึงปัญหาการจ่ายสิทธิประโยชน์ที่ล่าช้าของประกันสังคมในปัจจุบัน
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประท้วงยืนยันว่าไม่ได้ปฏิเสธระบบประกันสังคม แต่ต้องการให้ภาครัฐปรับเงื่อนไขให้สอดคล้องกับสภาพการทำงานจริง เช่น การดูแลเรื่องประกันอุบัติเหตุให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม โดยหลังจากนี้ทางกลุ่มจะเน้นใช้แนวทางการเจรจาเป็นหลัก และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเปิดโต๊ะพูดคุยร่วมกันโดยตรงเพื่อหาทางออกที่เหมาะสมต่อไป
>> กกต. เผยสีบัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. / ส.ก. และนายกเมืองพัทยา / สมาชิกสภาเมืองพัทยา ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.69
15.08 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชาสัมพันธ์สีของบัตรเลือกตั้ง ที่จะใช้ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. โดยแยกสีบัตรเลือกตั้งให้มีความแตกต่างกันระหว่างบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและบัตรเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น
โดยบัตรเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและนายกเมืองพัทยา จะเป็นบัตรสีเขียว ส่วนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาเมืองพัทยา จะเป็นบัตรสีชมพู
ทั้งนี้ เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก สภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ข้อ 133 ที่กำหนดว่า กรณีที่มีการเลือกตั้งสมาชิก สภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นในวัน เวลา และที่เลือกตั้งเดียวกัน ให้สีบัตรเลือกตั้งแตกต่างกัน
>> เพลิงไหม้รถยนต์ ริมถนนทางหลวงหมายเลข 304 อ.พนมสารคาม เสียหายวอดทั้งคัน เคราะห์ดีไร้เจ็บหรือเสียชีวิต จ.ฉะเชิงเทรา
15.18 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายมติชน ชูทับทิม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา และ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ชมรมอาสาสมัครดับเพลิงภาคตะวันออก ให้จัดเจ้าหน้าที่อาสาสมัครเข้าสนับสนุน เหตุเพลิงไหม้รถนั่งส่วนบุคคล ถนนทางหลวงหมายเลข 304 ฝั่งขาออกมุ่งหน้าเขาหินซ้อน ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล นิสสัน สีเทา ป้ายทะเบียน ปราจีนบุรี ลักษณะจอดอยู่ไหล่ทาง และมีเพลิงลุกไหม้ท่วมทั้งคัน ทางเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยกำลังอาสาสมัครดับเพลิงภาคตะวันออก และรถน้ำดับเพลิง เทศบาลตำบลเขาหินซ้อน เข้าสนับสนุนในที่เกิดเหตุ ดำเนินการใช้น้ำ 1 หัวฉีด เข้าควบคุมเพลิง ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีถึงสามารถควบคุมและเพลิงสงบในเวลาต่อมา
ตรวจสอบ รถยนต์เสียหายทั้งคัน ขณะเกิดเหตุไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนมสารคาม
>> จับอดีตพนักงานการเงินและบัญชี กศน. จ.อุดรธานี โอนเงินเข้าบัญชีของตนเอง กว่า 100 ครั้ง รวมกว่า 6 ล้านบาท
15.42 น. สื่อข่าวรายงาน ภายใต้การอำนวยการของ นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พ.ต.ท.สราวุธ คำเหลือง ผู้อำนวยการกองอำนวยการต่อต้านการทุจริต และ พ.ต.ต.จักรกฤษณ์ ประจันพล ผู้อำนวยการกลุ่มงานอำนวยการด้านคุ้มครองพยานมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กองอำนวยการต่อต้านการทุจริต นำโดย นายโสภณ ธีระวงศ์ภิญโญ นายปิยพนธ์ เปรมโยธิน และนายณัฐวุฒิ วุฒิ ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเกาะสีชัง
ติดตามจับกุมนางนอ (นามสมมุติ) หลังจากร่วมกันกับพวก กระทำการจัดทำเอกสารและหลักฐานการจ่ายอันเป็นเท็จ เพื่อตั้งฎีกาเบิกจ่ายเงินงบประมาณของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดอุดรธานี โดยไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างจริง แล้วอนุมัติโอนเงินตรงเข้าบัญชีธนาคารของบุคคลหรือร้านค้าที่ไม่มีสิทธิได้รับเงิน จากนั้นได้โอนเงินดังกล่าวเข้าบัญชีตนเองและผู้อื่นโดยทุจริต เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จำนวนรวมกว่า 100 ครั้ง เป็นเงินจำนวนรวม 6,837,273 บาท
การกระทำดังกล่าวของผู้ถูกกล่าวหาเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติชี้มูลความผิด แต่ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองไม่มาพบพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลตามกำหนดนัด พนักงาน ป.ป.ท. จึงได้ขอออกหมายจับเพื่อติดตามตัวผู้ต้องหามาฟ้องคดีต่อศาล
ทั้งนี้ จากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาทำงานอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะสีชัง ทำการจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ คืบหน้าปฏิบัติการช่วย 7 ชีวิตชาวลาวติดในถ้ำ เมืองล่องแจ้ง ล่าสุดพบแล้ว 5 คน อาการปลอดภัย
16.30 น. รายงานความคืบหน้า เหตุชาวลาวติดอยู่ภายในถ้ำ เมืองล่องแจ้ง ประเทศลาว หลังเดินทางเข้าไปสำรวจหาแร่ทองคำ แล้วประสบสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลเข้าท่วม ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา ต่อมาทางการลาวประสานทีมกู้ภัยไทยเข้าร่วมในภารกิจช่วยเหลือ
ล่าสุดวันนี้ นายเก่งกาจ บ้งกาวงศ์ นายกสมาคมเมตตาธรรมทิพยสถานฯ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ “กู้ภัยไทย” ในลาว แจ้งความคืบหน้าปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้ง 7 คน โดยระบุว่า พบชาวลาวที่ติดอยู่ในถ้ำแล้วรวม 5 คน โดยทุกคนอาการปลอดภัย พร้อมเร่งค้นหาผู้ประสบภัยต่ออีก 2 ราย
ทั้งนี้เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยบริษัททุนต่างชาติ จ้างคนงานประมาณ 10 คน เพื่อเข้าไปขุดหาแร่ทองในพื้นที่เหมืองแห่งหนึ่งของเมืองล่องแจ้ง แต่ระหว่างปฏิบัติงาน เกิดฝนตกหนักทำให้กระแสน้ำไหลเข้าท่วมภายในอุโมงค์ของเหมือง จนปิดเส้นทางเข้า-ออก แต่ในช่วงนั้นมีคนงาน 3 คน สามารถหนีออกมาได้ แล้วที่เหลืออีก 7 คนติดอยู่ภายในถ้ำ จนในที่สุดวันนี้ เมื่อเวลาที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ "กู้ภัยไทย" ที่ร่วมภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย ค้นพบผู้ประสบภัยแล้ว 5 คน
>> รถพ่วงชนกับรถกระบะ เส้นทาง "อยุธยา–เสนา" มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จ.พระนครศรีอยุธยา
16.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระขาว จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะชนกับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ และมีผู้เสียชีวิตติดภายในรถ 1 ราย บนถนนทางหลวงหมายเลข 3263 เส้นทางสายอยุธยา – เสนา ในพื้นที่ ต.พระขาว อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา
จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณทางลงสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา 2 ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เป็นถนน 2 เลนสวนทางกัน พบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ฮีโน่ สีขาว ทะเบียน ปทุมธานี จอดอยู่ในสภาพด้านหน้าพังเสียหาย ชนกับรถยนต์กระบะ ตอนเดียว อีซูซุ สีขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร สภาพพังยับเยิน ภายในรถกระบะพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย อายุ 45 ปี ร่างอัดติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างออกมา โดยสภาพศพมีบาดแผลฉกรรจ์กระดูกหักหลายจุด
คนขับรถบรรทุกพ่วง ให้การว่า ขณะขับรถบรรทุกขวดลงมาจากสะพาน มุ่งหน้าไปส่งสินค้าที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม รถกระบะของผู้เสียชีวิตได้ขับข้ามเลนเข้ามายังฝั่งของตนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพุ่งชนประสานงาอย่างแรง โดยสังเกตเห็นรถกระบะมีลักษณะขับส่ายไปทางซ้าย ก่อนจะหักมาทางขวาเข้าชน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวคนขับรถบรรทุกพ่วงไปสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ พร้อมประสานญาติผู้เสียชีวิตให้รับทราบ และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จ.ปทุมธานี ก่อนให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
>> คนร้ายลอบยิง อดีตกำลังพลนาวิกโยธินเสียชีวิต ในพื้นที่ อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี
17.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง พันจ่าเอก เสริม อายุ 63 ปี อดีตกำลังพลสังกัดหน่วยนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ ซึ่งเกษียณอายุราชการแล้ว เสียชีวิต ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณสวนมะพร้าว บ้านโคกนิบง หมู่ที่ 1 ตำบลไทรทอง อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี
ทราบข้อมูลว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางเข้าไปรับซื้อมะพร้าวภายในสวนที่เกิดเหตุ ก่อนจะถูกกลุ่มคนร้ายที่แอบซุ่มอยู่ฉวยโอกาสลอบยิงด้วยอาวุธปืนแล้วอาศัยความชำนาญเส้นทางหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าควบคุมและปิดล้อมพื้นที่โดยรอบ เพื่อเร่งตรวจหาปลอกกระสุนและรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งสั่งยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวดเพื่อติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด หากมีความคืบหน้าทางคดีเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน เสียหายวอดทั้งหลัง ที่ศรีสัชนาลัย พบผู้บาดเจ็บเร่งนำส่ง รพ. จนท.คาดไฟฟ้าลัดวงจร จ.สุโขทัย
18.50 น. รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัย ในพื้นที่ หมู่ 2 ต.หาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย โดยเปลวไฟได้ลุกโหมอย่างรุนแรง
ภายหลังรับแจ้งเหตุ นายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอศรีสัชนาลัย ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ได้ลงพื้นที่สั่งการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ อส., อปท. 10 แห่ง, กู้ชีพกู้ภัย, สภ.ศรีสัชนาลัย และชาวบ้านในพื้นที่ เข้าทำการดับเพลิงเป็นการด่วน โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้สำเร็จในเวลา 20.00 น.
เบื้องต้นพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือ เป็นชายไทย อายุ 77 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ข้อศอกแขนขวา ขณะนี้อยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีสัชนาลัย อาการปลอดภัยและไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง
>> ไฟไหม้ร้านแต่งรถ ย่านคลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังเพลิงสงบพบร่างผู้เสียชีวิต 1 รายสภาพถูกไฟคลอก
19.45 น. รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ อาคารร้านประดับยนต์ ซอยบงกช 91 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
ที่เกิดเหตุลักษณะเป็นเพลิงไหม้ภายในอาคารโกดัง เพลิงลุกลามไหม้รถยนต์และสิ่งของ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าระงับเหตุจนเพลิงสงบในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิต 1 ราย ไม่ทราบเพศ อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
>> รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ หนุ่มไรเดอร์เสียชีวิตบนต่างระดับบางรักน้อย จ.นนทบุรี
22.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางเข้าตรวจสอบ หลังจากได้รับแจ้งมีรถยนต์กระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบนสะพานต่างระดับบางรักน้อย ถนนราชพฤกษ์ ฝั่งขาออก ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี
ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ระบบไฟฟ้า สีเทา ทะเบียน กทม. ล้มตะแคงขวางอยู่เลนซ้ายสภาพท้ายรถมีร่องรอยถูกชน ห่างไปบริเวณเลนขวาพบร่างของ ชายไทย อายุ 43 ปีหนุ่มไรเดอร์ สภาพแขนซ้ายขาดนอนเสียชีวิตอยู่ ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบแขนซ้ายของผู้เสียชีวิต ฉีกขาดตกอยู่กลางถนน
ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อ มิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียน กทม. สภาพกันชนด้านหน้ามุมซ้ายมีร่องรอยชนพังเสียหาย รวมไปถึงล้อหน้าฝั่งซ้ายพับ รถไม่สามารถขับเคลื่อนต่อได้ จอดอยู่ห่างจากร่างผู้เสียชีวิตไปประมาณ 500 เมตร โดยผู้ขับขี่เป็นชายอยู่ในอาการคล้ายเมาสุรา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไว้
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ สันนิษฐานว่ารถยนต์กระบะได้ขับชนท้ายรถจักรยานยนต์จนไปเบียดแบริเออร์ และลากร่างผู้เสียชีวิตมา ก่อนที่จะพยายามขับรถหลบหนี แต่รถไม่สามารถเคลื่อนตัวไปต่อได้ จากนั้นได้ควบคุมตัวคนขับส่งตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกาย ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป
>> รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถกระบะ หนุ่มขับขี่-สาวซ้อนท้าย กระเด็นตกลงมาด้วยความสูงเกือบ 10 เมตร จากต่างระดับสาลีโข ร่างกระแทกพื้นเสียชีวิตทั้งคู่ จ.นนทบุรี
23.30 น. รับแจ้งเบื้องต้น มีอุบัติเหตุ และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ถนนชัยพฤกษ์ ฝั่งขาออก มุ่งหน้าบางบัวทอง ช่วงเลยทางขึ้นต่างระดับสาลีโข ในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รายละเอียดอยู่ระหว่างตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเกิด บนต่างระดับสาลีโข พบรถยนต์กระบะตำรวจ ของ สภ. ชัยพฤกษ์ กระจกมองข้างด้านซ้ายหัก ห่างไปประมาณ 10 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น PCX สีแดง ทะเบียน กทม.ล้มตะแคงติดกับแบริเออร์ขอบทาง ส่วนผู้ขับขี่และซ้อนท้าย ร่างกระเด็นตกลงไปอยู่ด้านล่างที่มีความสูงกว่า 10 เมตรเสียชีวิต ทราบต่อมา เป็นชายไทย อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ และ หญิงไทย อายุ 33 ปีชาวจังหวัดอุทัยธานี ทั้ง 2 เป็นสามี-ภรรยา
จากการสอบถาม พ.ต.ต.ชัยพงษ์ ชมภูสาร สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ชัยพฤกษ์กล่าวว่า ก่อนหน้ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถเก๋งมีผู้บาดเจ็บสาหัส หลังได้รับแจ้งทางพนักงานสอบสวนพร้อมพลขับ เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อถึงที่เกิดเหตุขับอยู่เลนกลางและชะลอเลี้ยวเข้าเลนซ้ายเพื่อจอด จู่ๆ รถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตขับขี่แซงซ้ายมาทำให้เกิดเฉี่ยวชนกับกระจกมองข้างด้านซ้ายของรถตำรวจเป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์เสียหลักไปชนกับแบริเออร์ขอบสะพาน ทั้งผู้ขับขี่และซ้อนท้ายกระเด็นตกลงมาด้านล่างเสียชีวิต ซึ่งขณะเกิดเหตุมีฝนตกลงมาอย่างหนัก
ทางด้านพนักงานสอบสวนกล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็จะดำเนินการไปตามกฎหมาย และหลังจากนี้จะประสานญาติให้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป