พ่อค้าแม่ค้าหวั่นเน็ตล่ม-โดนภาษี “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40”
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ภายหลังจากที่รัฐบาลออกโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" เพื่อช่วยเหลือประชาชนลดค่าครองชีพในสภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง ที่จะเริ่มใช้จ่ายได้ในวันที่ 1 มิ.ย. 2569 ที่จะถึงนี้
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ "ตลาดหนามแดง" ในพื้นที่ ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ สอบถาม พ่อค้าแม่ขายในตลาดดังกล่าว ซึ่งจากการสอบถาม พบว่า หลายร้านได้ลงทะเบียนร้านค้ากันแล้ว บ้างร้านก็ติดป้ายโครงการให้เห็น
จากการสอบถาม ทราบว่า ร้านค้าต่างๆนั้น เข้าร่วมโครงการของรัฐบาลมาหลายโครงการแล้ว ตั้งแต่ โครงการคนละครึ่ง ทำให้การลงทะเบียนร้านค้าไม่ได้ยุ่งยาก เพราะร้านค้าแต่ละร้านนั้นมีประวัติอยู่ในแอปพลิเคชันอยู่แล้ว และคาดว่าโครงการนี้น่าจะทำให้ช่วยเหลือประชาชนได้ และทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น
ด้าน แม่ค้าขายกับข้าวถุง กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลมีโครงการให้ประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ทางร้านปกติมีของเดิมอยู่แล้ว จึงแค่เข้าไปอัปเดตแอปพลิเคชันอย่างเดียว ซึ่งที่ผ่านมาทางร้านได้เข้าร่วมโครงการของรัฐบาลทุกโครงการ การลงทะเบียนสำหรับคนที่เคยลงแล้วคิดว่าไม่ยากและไม่มีเรื่องยุ่งยากอะไร แค่เข้าไปอัปเดตแอปพลิเคชัน ทั้งนี้คาดว่าในวันที่ 1 มิ.ย. ที่จะมีการเปิดให้เริ่มใช้โครงการ น่าจะมีคนมาใช้สิทธิกันเยอะเหมือนรอบก่อนๆ เพราะโครงการนี้สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าได้เยอะ และช่วยเพิ่มยอดขายให้กับทางร้านด้วย
ขณะที่ เจ้าของร้านขายเสื้อผ้า เผยว่า ทางร้านได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสเรียบร้อยแล้ว และมีการเตรียมตัวโดยการสต็อกของเอาไว้เยอะพอสมควร เนื่องจากคาดว่าน่าจะมีลูกค้าเข้ามาใช้สิทธิกันมากขึ้น ส่วนผลตอบรับจากโครงการครั้งที่ผ่านมา ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่พอใช้ได้ ซึ่งดีกว่าตอนที่ยังไม่มีโครงการเข้ามา และในขณะนี้เริ่มมีลูกค้าเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับวันเริ่มใช้โครงการที่ร้านบ้างแล้ว สำหรับเรื่องตัวแอปพลิเคชันนั้นสามารถใช้งานได้สะดวกและที่ผ่านมายังไม่พบปัญหาขัดข้องใดๆ
ส่วนทางด้าน เจ้าของร้านขายผักสด ได้กล่าวว่า ทางร้านได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว ซึ่งมีความคาดหวังเรื่องยอดขายว่าน่าจะช่วยกระตุ้นให้ดีขึ้นกว่าตอนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน เพราะประชาชนบางส่วนมีความต้องการเงินช่วยเหลือในส่วนนี้
"อย่างไรก็ตาม ทางร้านยังมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเรื่องระบบอินเทอร์เน็ตที่อาจจะช้า รวมถึงเรื่องภาษีที่ยังมีความกังวลและไม่เข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดเก็บ จึงอยากฝากให้ทางรัฐบาลเข้ามาช่วยชี้แจงและให้ความรู้ในเรื่องนี้แก่พ่อค้าแม่ค้าให้เข้าใจเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่ไม่พกเงินสดและเลือกที่จะสแกนจ่ายเงินผ่านคิวอาร์โค้ดเป็นหลัก ซึ่งหากร้านค้าไม่มีระบบรองรับ ลูกค้าก็อาจจะไม่ซื้อสินค้าได้"