การบินไทยถอดบทเรียนวิกฤต “ชาย เอี่ยมศิริ” ชี้โลกธุรกิจไม่แน่นอน ต้องปรับตัวตลอดเวลา
“ชาย เอี่ยมศิริ” ถอดบทเรียนการบินไทย จากองค์กรขาดทุนแสนล้านสู่การฟื้นตัว ท่ามกลางโลกการบินที่ผันผวน ชี้ธุรกิจยุคใหม่ต้องปรับตัวเร็ว มีเงินสดในมือ และกล้ายอมรับปัญหาเพื่อเดินหน้าต่อ
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวในเวทีเสวนาพิเศษ “THE SUCCESSOR เชื่อมรุ่น สร้างอนาคต” ในงานสัมมนา “Thailand Next : THE SUCCESSOR เชื่อมรุ่น สร้างอนาคต” โดยประชาชาติธุรกิจ ว่า ธุรกิจการบินเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูงและแข่งขันกับผู้เล่นทั่วโลก ไม่ใช่เพียงในประเทศไทย โดยเฉพาะปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม และการแข่งขันเสรีที่กลายเป็นแรงกดดันสำคัญของอุตสาหกรรม ขณะที่ต้นทุนอย่างค่าน้ำมันหรือภาษีเป็นความเสี่ยงที่สามารถบริหารจัดการได้ แต่ “ความเสี่ยงที่มองไม่เห็น” คือสิ่งที่น่ากังวลที่สุด
“โลกเปลี่ยนเร็ว ถ้าองค์กรไม่เปลี่ยนตามสถานการณ์ ก็แข่งขันไม่ได้ เราต้องปรับตัว”
เขายอมรับว่า เมื่อ 6-7 ปีก่อน การบินไทยอยู่ในภาวะขาดทุนสะสมมากกว่าแสนล้านบาท จนเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ โดยหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือการออกจากการเป็นรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้สามารถปรับโครงสร้างองค์กรและระบบบริหารได้คล่องตัวขึ้น
ที่ผ่านมา การบินไทยต้องทำหน้าที่ทั้งในฐานะสายการบินเชิงพาณิชย์และรองรับนโยบายรัฐควบคู่กัน ซึ่งมองว่าไม่สอดคล้องกับการแข่งขันของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน อีกทั้งข้อจำกัดของระบบรัฐวิสาหกิจยังทำให้การปรับโครงสร้างทำได้ยาก ทั้งด้านการบริหาร การตัดสินใจ และการบริหารบุคลากร
ขณะเดียวกัน ปัญหาสะสมอีกด้านคือฝูงบินของการบินไทยมีอายุใช้งานมากกว่า 10 ปี ภายในเครื่องบินไม่ได้รับการปรับปรุงมาเป็นเวลานาน ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขัน จนสูญเสียผู้โดยสารและนำไปสู่ภาวะขาดทุนในที่สุด “แบบนี้จะไปแข่งกับใครได้”
หลังเข้าสู่แผนฟื้นฟู องค์กรเริ่มกลับมาทบทวนรากฐานธุรกิจใหม่ทั้งหมด ทั้งการปรับโครงสร้างบริหาร ลดต้นทุน และทำองค์กรให้ lean มากขึ้น รวมถึงปรับบทบาทของบุคลากรให้สร้างมูลค่าเพิ่ม โดยมุ่งให้คนทำงานด้านสร้างสรรค์และงานที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ในช่วงโควิด-19 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาวิกฤตที่สุดขององค์กร การบินไทยมีรายได้เหลือเพียง 3-4 หมื่นล้านบาท และเผชิญปัญหาสภาพคล่องอย่างหนัก บริษัทจึงต้องสื่อสารกับพนักงานอย่างตรงไปตรงมา ทั้งเรื่องสถานการณ์องค์กร การลดเงินเดือน และการจ่ายค่าชดเชยให้พนักงานที่ลาออก ซึ่งบางส่วนต้องทยอยจ่าย เนื่องจากบริษัทไม่มีเงินสดเพียงพอ
นายชายกล่าวว่า พนักงานกว่า 80-90% ยินยอมลดเงินเดือน เพื่อให้องค์กรเดินหน้าต่อได้ เพราะทุกคนเข้าใจว่าหากไม่เริ่มเปลี่ยนแปลง บริษัทและพนักงานอาจจมไปพร้อมกัน
“เราต้องเล่าปัญหาให้พนักงานฟัง ต้องมีความจริงใจ และทำให้เห็นว่าทุกคนเสียสละร่วมกัน” นายชายกล่าว พร้อมระบุว่า แม้ในช่วงที่ผ่านมาองค์กรจะไม่มีการปรับขึ้นเงินเดือน แต่พนักงานส่วนใหญ่ยังเข้าใจและยอมรับสถานการณ์ได้ เนื่องจากไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ว่าวิกฤตครั้งนั้นจะสิ้นสุดลงเมื่อใด ทำให้ทุกฝ่ายต้องร่วมกันประคององค์กรให้เดินหน้าต่อไปได้
บทเรียนสำคัญจากวิกฤตครั้งนี้ คือองค์กรต้องพึ่งพาตัวเอง และต้องรักษาระดับเงินสดในมือให้อยู่ในระดับสูง เพราะแม้ในอดีตบริษัทจะมีเครดิตไลน์และสภาพคล่อง แต่เมื่อเกิดวิกฤตจริง กลับไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ตามปกติ
“สายการบินต้องมีเงินสดเยอะ เราไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น” พร้อมยอมรับว่า ในวันที่องค์กรเผชิญความยากลำบาก มีผู้ที่พร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือไม่มากนัก แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มฟื้นตัว ก็มีหลายฝ่ายต้องการเข้ามามีบทบาท ทำให้องค์กรต้องยึดผลประโยชน์ของบริษัทเป็นหลัก และปรับวัฒนธรรมองค์กรใหม่เพื่อเดินหน้าต่อ
สำหรับการรับมือกับความไม่แน่นอนในปัจจุบัน นายชายมองว่า การผ่านวิกฤตโควิดมาแล้ว ทำให้องค์กรมีความพร้อมมากขึ้น ทั้งด้านการบริหารเครือข่ายเส้นทางบิน การกระจายรายได้จากหลายตลาด และการบริหารต้นทุน โดยเฉพาะต้นทุนคงที่ที่ลดลงหลังการปรับโครงสร้างในช่วงฟื้นฟู
นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างทยอยเปลี่ยนฝูงบินใหม่ พร้อมปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้เริ่มนำ Airbus A321neo เครื่องบินลำตัวแคบเข้าประจำการเพิ่มเติม เพื่อรองรับการแข่งขันในอนาคต
นายชายกล่าวทิ้งท้ายว่า ทุกองค์กรที่มีปัญหาต้องเริ่มจากการยอมรับความจริง และไม่ควรคาดหวังให้คนนอกเข้ามาแก้ปัญหาทั้งหมด เพราะสุดท้ายแล้ว “คนในองค์กร” คือผู้ที่ต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเอง
“ทุกการเปลี่ยนแปลง ต้องมีคนเจ็บก่อน”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การบินไทยถอดบทเรียนวิกฤต “ชาย เอี่ยมศิริ” ชี้โลกธุรกิจไม่แน่นอน ต้องปรับตัวตลอดเวลา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net