โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิใจไทยจ่อชงกฎหมายปราบโกงสอบราชการ ฟันคุกสูงสุด 15 ปี ตัดสิทธิ์รับราชการตลอดชีวิต

ไทยโพสต์

อัพเดต 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 1.38 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พรรคภูมิใจไทยเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ กำหนดบทลงโทษผู้ทุจริตสอบราชการทั้งระบบ ทั้งสอบแทน ซื้อขายข้อสอบ และติดสินบน โทษสูงสุดจำคุก 15 ปี ปรับ 300,000 บาท พร้อมตัดสิทธิ์เข้ารับราชการตลอดชีวิต

7 กรกฎาคม 2569 - ที่พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงการเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรว่า ในวันที่ 8 กรกฎาคม พรรคภูมิใจไทยจะเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. …. เพื่อกำหนดฐานความผิดและบทลงโทษสำหรับการทุจริตในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ

นายศุภชัย กล่าวว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กระบวนการคัดเลือกบุคลากรภาครัฐเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถและมีความสุจริตได้เข้ารับราชการอย่างแท้จริง รวมทั้งช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดินและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

สำหรับขอบเขตของร่างกฎหมาย ครอบคลุมการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุหรือแต่งตั้งเป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท ตลอดจนการสอบวัดผลหรือประเมินผลในหลักสูตรที่หน่วยงานของรัฐจัดขึ้นโดยใช้งบประมาณแผ่นดิน

ส่วนพฤติการณ์ความผิดที่กำหนดไว้ในร่างกฎหมาย ได้แก่ การเข้าสอบโดยทุจริต การสอบแทน การให้หรือรับสินบน การข่มขู่หรือบังคับให้ผู้อื่นกระทำความผิด การลักลอบนำข้อสอบออกไปเผยแพร่ หรือการกระทำใด ๆ ที่ทำให้ข้อสอบรั่วไหล

นายศุภชัย กล่าวว่า ร่างกฎหมายกำหนดโทษทั้งจำคุกและปรับตามระดับความร้ายแรงของการกระทำความผิด โดยมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 15 ปี และปรับไม่เกิน 300,000 บาท พร้อมทั้งให้ริบทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ที่ได้มาจากการกระทำความผิด

นอกจากนี้ หากผู้กระทำผิดเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะมีการเพิ่มโทษ และหากเป็นผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดสอบ จะเพิ่มโทษเป็น 2 เท่า พร้อมให้ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง

ร่างกฎหมายยังเปิดทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ร่วมกันดำเนินการตรวจสอบและสอบสวน พร้อมจัดให้มีช่องทางรับแจ้งเบาะแสทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงให้อำนาจสั่งระงับการสอบเป็นการชั่วคราว เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ผู้ที่เข้าสอบและถูกตรวจพบว่ากระทำความผิดตามกฎหมายฉบับนี้ จะถูกตัดสิทธิ์ในการเข้ารับราชการหรือปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐทุกแห่งตลอดชีวิต ขณะที่ข้าราชการหรือพนักงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต จะถูกลงโทษถึงขั้นไล่ออกจากราชการ เพื่อให้เป็นมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...