โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ตีแผ่ทฤษฎีการเมืองของ'ปีเตอร์ ธีล' (Peter Thiel) มันผู้ใดที่ต่อต้าน AI มันผู้นั้นคือ'ปฏิปักษ์พระคริสต์'

The Better

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
ปีเตอร์ ธีล ชาวอเมริกันเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal (1998), Palantir Technologies (2003) เป็นนักลงทุนภายนอกคนแรกใน Facebook (2004) ติดอันดับ 100 บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

ในบรรดานักลงทุนและเจ้าของกิจการระดับ Tech giants ผมเห็นว่า ปีเตอร์ ธีล' (Peter Thiel) เป็นคนที่น่าสนใจที่สุด

บอสของบริษัทเทคหลายคนพยายามจะทำตัวให้เด่นด้วยลูกเล่นต่างๆ ทำบ้าๆ บอๆ ก็มี หรือคิดอะไรแผลงๆ แม้แต่อวดรวย หรือกระทั่งเล่นละครว่ากินอยู่พอเพียง

พวกนี้ไม่ได้ครึ่งหนึ่งของปีเตอร์ ธีล

สิ่งที่ปีเตอร์ ธีลเหนือกว่าคนอื่นคือ 'ความคิด' ซึ่งไม่ใช่ความคิดธรรมดา แต่เป็นระบบที่คล้ายกับเป็น 'ปรัชญา'

และไม่ใช่ปรัชญาธรรมดา คล้ายๆ กับว่าเป็นการยกเครื่องแนวคิด 'อเมริกันนิยม' ซึ่งให้ค่าเรื่องเสรีภาพส่วนบุคคล ลดอำนาจรัฐ แต่ในเวลาเดียวกันก็ลดทอนเสรีภาพส่วนรวม เลิกให้ค่าประชาธิปไตย แต่ให้น้ำหนักกับผู้ปกครองที่ชาญฉลาดที่จะใช้อำนาจชี้นำสังคมได้

ดังนั้นบางคนจึงเรียกเขาว่าเป็น 'ราชาปราชญ์แห่งซิลิคอนแวลีย์' ซึ่งเป็นการอ้างถึงแนวคิดราชาปราชญ์ หรือ Philosopher king ของเพลโตนักปรัชญากรีกโบราณ ที่เชื่อว่าสังคมจะดีได้ต้องปกครองโดยผู้นำที่เผด็จการแต่ทรงภูมิปัญญา

หมายความปัจเจกบุคคลยังมีสิทธิเสรีอยู่ แต่อยู่ใต้กฎหมายเท่ากัน โดยผู้ออกกฎหมายคือกลุ่มคนที่ทรงภูมิที่เลือกมาแล้วให้บัญชาการสังคมนั้น

นี่เป็นแนวคิดที่มันสมองของพวก 'ทรัมปิสต์' มีร่วมกัน เช่น เคอร์ติส ยาร์วิน ซึ่งสนับสนุนให้แปลงระบอบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้เป็นระบอบกษัตริย์ไปเลย

แต่ปีเตอร์ ธีลไม่ถึงขนาดนั้น

กระนั้น สิ่งที่ปีเตอร์ ธีลมีคล้ายกันกับพวกกษัตริย์นิยม คือเขาสนใจ 'เทววิทยา' อย่างมาก นั่นคือ การเอาแนวคิดเรื่องอภิปรัชญา (การมีอยู่ของพระเจ้า) และอวสานวิทยา (วันสิ้นโลก) ของศาสนาคริสต์มาผสมกับเรื่องการเมือง

อภิปรัชญาของปีเตอร์ ธีลแหวกแนวเอามากๆ เพราะเขาไม่ได้ถามว่า "พระเจ้ามีอยู่จริงอย่างไร และหากมีอยู่พระองค์ให้อำนาจเราปกครองกันอย่างไร"

แต่เขาข้ามขั้นตอนไปที่ "พระเจ้าทรงมีศัตรูและศัตรูนั้นกำลังชักพาเราให้เข้าสู่กาลอวสาน"

ศัตรูของพระเจ้าเรียกว่า Antichrist แปลไทยว่า ศัตรูของพระคริสต์หรือปฏิปักษ์ของพระคริสต์

นิยามของปฏิปักษ์ของพระคริสต์มีหลากหลาย แต่หากพิจารณาแนวคิดของปีเตอร์ ธีลแล้ว เขาหมายถึงดังนี้ "คำจำกัดความพื้นฐานของปฏิปักษ์พระคริสต์ บางคนคิดว่ามันคือคนประเภทที่เลวร้ายมาก บางครั้งก็ใช้ในความหมายทั่วไปเพื่ออธิบายพลังแห่งความชั่วร้ายทางจิตวิญญาณ สิ่งที่ผมจะเน้นคือการตีความปฏิปักษ์พระคริสต์ที่พบได้บ่อยที่สุดและน่าตกใจที่สุด นั่นคือ กษัตริย์ชั่วร้ายหรือทรราชหรือผู้ต่อต้านพระเมสสิยาห์ที่ปรากฏตัวในยุคสุดท้าย"

คำว่า "กษัตริย์ชั่วร้ายหรือทรราช" หากพิจารณาจากอุดมการณ์ของปีเตอร์ ธีลแล้ว ไม่ได้หมายถึงคนที่รวบอำนาจไว้กับตน เพราะหากคนผู้นั้นรวบอำนาจไว้แต่เป็นคนเก่ง คนมีปัญญา และศรัทธาในพระเจ้า คนผู้ถือเป็น 'ราชาปราชญ์'

ดังนั้นแล้ว ใครคือ "กษัตริย์ชั่วร้ายหรือทรราช" ในทัศนะของปีเตอร์ ธีล?

เขาบอกว่า "ทฤษฎีของผมคือ ในศตวรรษที่ 17 และ 18 ปฏิปักษ์พระคริสต์น่าจะเป็นแบบ ดร. สเตรนจ์เลิฟ (Dr Strangelove) นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการทดลองวิทยาศาสตร์บ้าๆ บอๆ และชั่วร้ายต่างๆ ส่วนในศตวรรษที่ 21 ปฏิปักษ์พระคริสต์จะเป็นพวกต่อต้านเทคโนโลยีที่ต้องการหยุดยั้งวิทยาศาสตร์ทั้งหมด อาจจะเป็นคนแบบเกรตาหรือเอลิเซอร์ก็ได้"

สรุปก็คือ กษัตริย์ชั่วร้ายหรือทรราชที่เป็นปฏิปักษ์พระคริสต์ คือ คนที่ "ต่อต้านเทคโนโลยีที่ต้องการหยุดยั้งวิทยาศาสตร์ทั้งหมด"

คนแบบเกรตา ธูนเบิร์ก (Greta Thunberg) และเอลิเซอร์ ยูคคาวสกี (Eliezer Yudkowsky) สองคนนี้คือคนที่ปีเตอร์ ธีลบอกว่าคือปฏิปักษ์ของพระคริสต์

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่าปฏิปักษ์ของพระคริสต์มีนิยามมากมาย แต่นิยามของปีเตอร์ ธีลนั้นปรุงขึ้นมาใหม่ โดยเขาเชื่อว่าสังคมของเราจะต้องมีผู้นำที่ทรงปัญญาซึ่งรักษาค่านิยมของศาสนาพระคริสต์เอาไว้ และในศตวรรษที่ 21 นั้นค่านิยมที่เป็นคุณต่อศาสนาพระคริสต์ก็คือ การพัฒนาเทคโนโลยี

ดังนั้น เขาจึงสนับสนุนทรัมป์ เพราะทรัมป์โอบอุ้มยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเทค และทำลายข้อจำกัดในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ อีกทั้ง ทรัมป์ยังเป็นหัวหอกของขบวนการค่านิยมใหม้ของอเมริกา คือ การลดทอดเสรีนิยมและส่งเสริมการปกครองแบบอภิชนาธิปไตย คือ ปกครองโดยคนที่มีคุณสมบัติพอเพียงไม่กี่คน อันตรงกับแนวคิด 'ราชาปราชญ์' นั่นเอง

เราจะเห็นว่า ปีเตอร์ ธีลดูเหมือนจะหยิบโน่นหยิบนี่มาผสมกันมั่วไปหมด ทั้งทุนนิยม อุตสาหกรรมนิยม เทวศาสตร์ ดาต้านิยม การเมืองอนุรักษ์นิยมใหม่ ฯลฯ แต่ทั้งนี้เป็นแค่การหยิบเอาส่วนผสมต่างๆ มาคละกันเพื่อรองรับ 'ความเชื่อ' ของเขานั่นเอง

ความเชื่อของเขาก็คือ รัฐจะต้องไม่แทรกแซงภาคธุรกิจ ดังนั้นรัฐบาลทรัมป์จะไม่ออกกฎควบคุมปัญญาประดิษฐ์ และเขาเชื่อว่ารัฐจะต้องปล่อยให้เศรษฐกิจเดินหน้าโดยไม่ถูกขัดขวางใดๆ ดังนั้น เขาจึงชอบใจที่ทรัมป์ไม่เชื่อเรื่องโลกร้อนและถอนตัวจากข้อตกลงแก้ปัญหาเรื่องนั้น เพราะการควบคุมโลกร้อนจะเป็นการบั่นทอนการลงทุนของภาคธุรกิจ

นี่คือเหตุผลที่เขาไม่ชอบเกรตา ธูนเบิร์กเพราะเธอต่อสู้เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน แต่ไม่ชอบเธอเพราะการแก้โลกร้อนเป็นการแทรกแซงของรัฐต่อเอกชน เขาจึงประณามว่าคนที่ทำเรื่องนี้คือปฏิปักษ์พระคริสต์ เพราะในสังคมคริสเตียนอเมริกันนั้นควรจะให้ค่าการพัฒนาอย่างเสรี ไม่ใช่ขัดขวางโดยอำนาจรัฐด้วยข้ออ้างอะไรก็ตาม

และเป็นเหตุผลเดียวกันที่เขาไม่ชอบเอลิเซอร์ ยูคคาวสกี เพราะเขาเป็นผู้ที่เรียกร้องให้ควบคุมการใช้ AI เพราะเกรงว่ามันจะเป็นภัยต่อมนุษยชาติ

เขาถึงกับร่วมเขียนหนังสือชื่อ If Anyone Builds It, Everyone Dies เมื่อปี 2025 ซึ่งหมายความว่า "ถ้าใครสร้าง AI ที่ฉลาดสุดๆ ทุกคนจะตาย" เพราะเขาเชื่อว่าก่อนที่จะสร้าง superintelligence AI เราควรที่จะมีมาตรการควบคุมมันได้เสียก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้มันวิวัฒนาการเอาเองจนเราเอาไม่อยู่ เมื่อถึงวันนนั้น ที่จะไม่อยู่อาจเป็นมนุษยชาติเสียเอง

เอลิเซอร์ ยูคคาวสกีเชื่อว่าหากไม่ควบคุม AI โลกจะถึงกาลอวสานแน่ๆ

แต่ปีเตอร์ ธีลเชื่อว่า AI ควรจะวิวัฒนาการอย่างเสรี จนกระทั่งถึงจุดที่มันตัดสินใจเองได้อย่างเป็นอิสระ และที่สำคัญมุนษย์อย่าไปยุ่งกับมัน หากไปขัดขวาง AI มันจะทำให้โลกถึงกาลอวสาน เพราะเท่ากับทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับพระคริสต์ และการปรากฏตัวของปฏิปักษ์พระคริสต์เท่ากับเร่งให้วันสิ้นโลกตามคติอวสานวิทยาของศาสนาคริสต์มาถึงเร็วขึ้น

ตอนนี้หลายคนคงจะงงว่า ปฏิปักษ์พระคริสต์ถูกใช่พร่ำเพื่อไปหรือเปล่า? ผมเกรงว่าจะเป็นเช่นนั้น แต่เราต้องเข้าใจว่า สังคมและการเมืองอเมริกันนั้นอิงกับศาสนาคริสต์แบบสุดโต่งอย่างมาก พรรคการเมืองที่สนับสนุนค่านิยมคริสเตียนจะมีโอกาสได้รับการสนับสนุนสูง ดังนั้น พรรคการเมืองและนักการเมืองจึงต้องเสนอตัวว่าเป็นสาวกพระคริสต์และด่าคู่แข่งว่าเป็นปฏิปักษ์พระคริสต์

สรุปแล้วก็คือการเอาเทววิทยามาเล่นงานฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองนั่นเอง

แต่พวกอนุรักษ์นิยมใหม่ในอเมริกาไม่ใช่แค่เพวกเคร่งศาสนา เพราะศาสนาเป็นแค่เแปลือกนอกที่คอยหลอกล่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เนื้อในของพวกเขาคือสาวกของลัทธิทุนนิยมสุดโต่งและส่งเสริมภาคเอกชนที่ไร้การควบคุมโดยรัฐ พวกเขาจึงสอนว่า พระคริสต์ชอบทุนนิยมและโปรดการที่ปัจเจกชนมีเสรีภาพอะไรต่อมิอะไร นี่เรียกว่า คริสเตียนอีแวนเจลิสม์ผสมกับพวกทุนนิยมเสรี

ผมเชื่อว่าพอถึงตอนนี้หลายคนพอจะเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่ปีเตอร์ ธีลต้องการคืออะไร

เขาอ้างพระคริสต์ เขาอ้างซาตาน เขาอ้างเทววิทยาทั้งหลายทั้งปวง ก็เพื่อ "หาบาป" ไปให้ "แพะ" รับบาปนั้นนั่นเอง

บาปนั้นคือการล่วงละเมิดเสรีภาพอันไม่จำกัดของทุนนิยมและบริษัทเทคยักษ์ใหญ๋ ซึ่งเขาและพลพรรครวมถึงทรัมป์หวังว่าจะเป็นพลวัตรสำคัญของ 'สังคมอเมริกันใหม่'

คนทื่ต่อต้านแนวคิดนี้โดยอ้างโลกร้อนและความน่ากลัวของ AI จึงเป็นคนบาป

ดังที่เขาบอกว่า "ในยุคสมัยใหม่ตอนปลาย ที่วิทยาศาสตร์กลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวและนำไปสู่หายนะ และเหล่าสมุนของปฏิปักษ์พระคริสต์อย่าง เอลีเอเซอร์ ยูดคอฟสกี, นิค บอสตอม และเกรตา ธูนเบิร์ก ต่างเรียกร้องให้มีรัฐบาลโลกเพื่อหยุดยั้งวิทยาศาสตร์ ปรากฏว่าปฏิปักษ์พระคริสต์กลับกลายเป็นผู้ต่อต้านวิทยาศาสตร์ไปเสียแล้ว"

เห็นชัดแล้วว่า Antichrist เท่ากับ Anti-science

บางคนอาจเห็นว่านี่เป็นเรื่องตลกชัดๆ ที่เอาเทววิทยา (ซึ่งแต่ไรมาเป็นศัตรูกับวิทยาศาสตร์) มาอยู่บนเรือลำเดียวกับวิทยาศาสตร์ (ซึ่งโจมตีเทววิทยาอย่างหนักในช่วงสองร้อยปีที่ผ่านมา)

แม้จะดูผิดที่ผิดทาง แต่ผมขอบอกว่า นี่คือลักษณะอันพิลึกพิลั่นที่เกิดขึ้นกับปรัชญาการเมืองอเมริกันจริงๆ ณ เวลานี้

เป็นเรื่องที่อลหม่านที่สุด แต่ก็สนุกสนานวุ่นวายที่สุด สำหรับคนที่ศึกษาปรัชญาเช่นผมแล้ว นี่คือยุคสมัยที่เต็มไปด้วยสีสัน ไม่ต่างจากยุคหกสำนักปรัชญาอินเดีย ยุคร้อยบุปผาบานพร้อมพรักของจีน และยุคแสงสว่างทางปัญญา หรือ Age of Enlightenment ในยุโรป

เพียงแต่ในอเมริกา นักปรัชญาแนวนี้เรียกอนาคตของพวกเขาอย่างดูดมืดมัวสักหน่อยว่า Dark Enlightenment และปีเตอร์ ธีล เป็นหนึ่งในขบวนการนั้น

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

Photo

  • ปีเตอร์ ธีล ผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal, Palantir Technologies และ Founders Fund กล่าวสุนทรพจน์ในงาน Bitcoin 2022 Conference ที่ศูนย์การประชุม Miami Beach ในเมืองไมอามีบีช รัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2022 งาน Bitcoin 2022 Conference เป็นงานสี่วันตั้งแต่วันที่ 6-9 เมษายน โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 30,000 คน และผู้ชมการถ่ายทอดสดทั่วโลกกว่า 7 ล้านคน (Photo by CHANDAN KHANNA / AFP)
  • ปีศาจกระซิบกับปฏิปักษ์พระคริสต์ (Antichrist) รายละเอียดจากภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่อง "คำเทศนาและการกระทำของปฏิปักษ์พระคริสต์" โดยลูกา ซิญญอเรลลี ปี 1501 มหาวิหารออร์วิเอโต ประเทศอินตาลี (Public Domain)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...