รมว.ยุติธรรม แจงปมย้ายปลัดฯ ลั่นไม่ใช่แช่แข็ง พร้อมเผยคดี ‘ภาวุธ’ สอบแล้วกว่า 100 ราย มองข้อมูลเพียงพอ ทันก่อนปิดประชุมสภาฯ
รมว.ยุติธรรม แจงปมย้ายปลัดฯ ลั่นไม่ใช่แช่แข็ง พร้อมเผยคดี ‘ภาวุธ’ สอบแล้วกว่า 100 ราย มองข้อมูลเพียงพอ ทันก่อนปิดประชุมสภาฯ
เวลา 09.00 น. วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ครม. มีมติโยกย้ายปลัดกระทรวงยุติธรรมมาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ ว่า ไม่มีอะไร เนื่องจากปลัดปฏิบัติหน้าที่มาจะครบ 4 ปี ในวันที่ 18 กรกฎาคมนี้ ซึ่งก็จะต้องมีการปรับย้าย หากไม่ได้ต่อ
เมื่อถามว่าหากครบ 4 ปี จะไม่สามารถต่อเป็นปีที่ 5 ได้ต้องไปอยู่ที่อื่นใช่หรือไม่ พลตำรวจโท รุทธพล กล่าวว่า สามารถต่อได้ ในส่วนนี้ก็เป็นดุลพินิจของทางนายกรัฐมนตรีว่าจะให้ต่อหรือไม่ ซึ่งปลัดก็ปฏิบัติภารกิจตรงนี้มาค่อนข้างที่จะยาวนานถึง 4 ปี
พลตำรวจโท รุทธพล ยืนยันว่าเป็นการย้ายตามวงรอบเฉยๆ ซึ่งโดยตำแหน่งข้าราชการทั่วไปเมื่อปฏิบัติหน้าที่ครบ 4 ปีก็ต้องมีการโยกย้าย หรอครับ
ส่วนคนที่มาใหม่เหมือนมีแรงดันทางการเมืองมาหรือไม่นั้น พลตำรวจโท รุทธพล ระบุว่า ไม่มี ซึ่งทางเลขา ศอ.บต. เคยอยู่ที่นี่มาก่อนแล้ว เคยปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงยุติธรรมมาแล้วหลายตำแหน่ง ตนเชื่อว่าจะเข้าใจในเนื้องานพอสมควร และเป็นตำแหน่งที่เทียบเท่าด้วย
เมื่อถามว่ามองการย้ายปลัดมาอยู่กับนายกฯ เหมือนเป็นการแช่แข็งหรือไม่ พลตำรวจโท รุทธพล เผยว่า ตนมองว่าที่อื่นมีผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้วในส่วนนี้ก็เป็นตำแหน่งที่เทียบเท่าและไม่เสียสิทธิ์อะไร
เมื่อถามต่อถึงกรณีนายภาวุธ ว่าทางดีเอสไอได้มีการรายงานอะไรที่เป็นข้อสงสัยหรือไม่ พลตำรวจโท รุทธพล กล่าวว่า ไม่ได้รายงาน ซึ่งตอนนี้สอบปากคำผู้เสียหายรวบรวมพยานหลักฐาน เท่าที่สอบถามก็ประมาณ 100 คนแล้ว เรื่องธุรกรรมและเรื่องของข้อมูลธุรกรรมต่างๆ ได้มาเยอะแล้ว ตนเชื่อว่าน่าจะทันปิดสมัยประชุมสภาฯ
เมื่อถามว่ากรณีนายภาวุธ ภายหลังเข้ามาชี้แจงแล้วมีอะไรที่ยังเคลือบแครงความสงสัยอีกหรือไม่ พลตำรวจโท รุทธพล ระบุว่า ตนไม่ได้สอบถามถึงในรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร ซึ่งต้องให้ทางเจ้าหน้าที่เป็นคนชี้แจง เพราะเขารู้ว่าส่วนไหนที่สามารถชี้แจงความคืบหน้าให้กับประชาชนได้ หรือเรื่องไหนอยู่ในสำนวนไม่ควรเอามาชี้แจง
เมื่อถามว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาวันไหน พลตำรวจโท รุทธพล เผยว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ แต่พยานหลักฐานและเส้นทางต่างกันก็ได้รับมาบางส่วนแล้ว เชื่อว่าพยานหลักฐานเพียงพอ
ส่วนจะต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาให้รับทราบก่อนหรือไม่นั้น พลตำรวจโท รุทธพล ระบุว่า ก็คงต้องแจ้งตามระเบียบตามข้อกฎหมายที่กำหนดซึ่งต้องแจ้งให้รับทราบอยู่แล้ว