"ซินเนอร์" ย้ำแค้น "ซเวเรฟ" 3-1 เซต ป้องกันแชมป์เทนนิส วิมเบิลดันสมัย 2
การแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลมที่ 3 ของปี วิมเบิลดัน 2026 ชิงเงินรางวัลรวม 64,200,000 ปอนด์ หรือประมาณ 2,889,000,000 บาท ที่ ออล อิงแลนด์ เทนนิส คลับ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศในประเภทชายเดี่ยว
แมตช์ไฮไลต์เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง ยานนิค ซินเนอร์ นักเทนนิสมืออันดับ 1 ของโลกและแชมป์เก่าจากอิตาลี ลงสนามดวลเดือดกับ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ มือวางอันดับ 2 ของรายการ และมืออันดับ 3 ของโลกจากเยอรมนี
การแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศครั้งนี้ ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก แคทเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ในฐานะองค์อุปถัมภ์ของสโมสร ออล อิงแลนด์ ลอน เทนนิส แอนด์ โครเกต์ คลับ (AELTC) เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย เจ้าชายวิลเลียมส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ , เจ้าชายจอร์จแห่งเวลส์ พระโอรส และ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์แห่งเวลส์ พระธิดา เพื่อทอดพระเนตรการแข่งขันและพระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศ ท่ามกลางเหล่าเซเลบริตี้และแฟนเทนนิสที่เข้ามาชมจนเต็มความจุของสนาม เซนเตอร์คอร์ท
เซตแรก: ทั้งสองฝ่ายต่างโชว์ฟอร์มเสิร์ฟได้อย่างเหนียวแน่นและรักษาเกมเสิร์ฟของตัวเองไว้ได้ตลอดจนเสมอกันที่ 6-6 ต้องตัดสินด้วยไทเบรก และเป็น ซเวเรฟ ที่ชิงจังหวะในช่วงท้ายเบียดชนะไปได้ก่อนด้วยสกอร์ 9-7 ขึ้นนำ 1-0 เซต
เซตสอง: รูปเกมยังคงเป็นไปอย่างสูสีจนต้องดวลไทเบรกอีกครั้งที่สกอร์ 6-6 ทว่าคราวนี้ ซินเนอร์ อาศัยความนิ่งและได้แต้มจากการตีเสียเองของ ซเวเรฟ เอาชนะไปได้ 7-2 ช่วยให้เสมอกัน 1-1 เซต
เซตสาม: เกมการแข่งขันยังคงเข้มข้น แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในเกมที่ 8 เมื่อ ซินเนอร์ หาจังหวะจู่โจมหน้าเน็ตได้อย่างเฉียบขาด ประกอบกับ ซเวเรฟ มีจังหวะเสียหลักลื่นล้มจนต้องกุมเข่า แม้จะลุกขึ้นมาสู้ต่อได้แต่ก็โดน ซินเนอร์ เบรกเกมเสิร์ฟสำเร็จ ก่อนที่นักหวดอิตาเลียนจะออกมาเสิร์ฟปิดเซตชนะไป 6-3 พลิกนำ 2-1 เซต
เซตสี่: ซินเนอร์ เริ่มคุมสถานการณ์ได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน และอาศัยการตีเสียเองของคู่แข่งเบรกเกมเสิร์ฟขึ้นนำ 4-3 จากนั้นมือ 1 ของโลกไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ ลงมาเสิร์ฟปิดแมตช์เอาชนะไปได้ 6-4
จบเกม ยานนิค ซินเนอร์ ชนะ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ 3-1 เซต (6-7 ไทเบรก 7-9, 7-6 ไทเบรก 7-2, 6-3, 6-4) ใช้เวลาแข่งขันรวม 3 ชั่วโมง 46 นาที ผงาดป้องกันแชมป์ วิมเบิลดัน ได้สำเร็จเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน
จากชัยชนะในแมตช์นี้ ทำให้ ยานนิค ซินเนอร์ คว้าแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่ 5 ในอาชีพ ต่อจาก ออสเตรเลียน โอเพ่น (ปี 2024, 2025), ยูเอส โอเพ่น (ปี 2024) และ วิมเบิลดัน (ปี 2025) พร้อมรับเงินรางวัลแชมป์ไปครอง 3,600,000 ปอนด์ (ประมาณ 162,000,000 บาท) ส่วน อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ รองแชมป์รับเงินรางวัลไป 1,800,000 ปอนด์ หรือประมาณ 81,000,000 บาท และเป็นการปราชัยให้แก่ ซินเนอร์ เป็นแมตช์ที่ 9 ติดต่อกัน
เปิดใจสองยอดนักหวดหลังเกมนัดชิงประวัติศาสตร์
อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ กล่าวชื่นชมความแข็งแกร่งของคู่แข่งพร้อมติดตลกบนเวทีว่า
"ตอนนี้ผมเริ่มไม่ชอบหน้า ยานนิค ซินเนอร์ แล้วล่ะ เพราะผมแพ้เขามา 9 ครั้งรวด (หัวเราะ) แต่ต้องยอมรับว่าเขาแสดงให้เห็นอีกครั้งว่าทำไมถึงเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมแชร์ความทรงจำบน เซนเตอร์คอร์ท ในรอบชิงชนะเลิศนี้ และขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของเขาและทีมงานที่ร่วมฝ่าฟันกันมาตั้งแต่หลุดท็อป 10 จนก้าวสู่มือ 1 ของโลก"
"สำหรับตัวผม แม้จะอกหักแต่การมาถึงรอบชิงชนะเลิศ วิมเบิลดัน หนนี้ ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของตัวเองที่ยกระดับข้ามผ่านรอบก่อนรองชนะเลิศมาได้ ในวัย 29 ปี มันทำให้ผมเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะสามารถคว้าถ้วยรางวัลรายการนี้มาครองได้ในอนาคต สุดท้ายต้องขอขอบคุณแฟนเทนนิส และราชวงศ์โดยเฉพาะ แคทเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ , เจ้าชายวิลเลียมส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ พระชายา รวมไปถึง เจ้าชายจอร์จแห่งเวลส์ พระโอรส และ พระธิดา เจ้าหญิงชาร์ลอตต์แห่งเวลส์ในRoyal Box ที่ร่วมสร้างบรรยากาศอันทรงเกียรติที่สุดในโลกนี้"
ด้านแชมป์เก่า ยานนิค ซินเนอร์ ได้กล่าวแสดงความยินดีและให้กำลังใจคู่ชิงชนะเลิศ รวมถึงขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องว่า
"มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมากครับ ซาสช่า (ชื่อเล่นของซเวเรฟ) วันนี้คุณเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์มากๆ หากคุณยังคงรักษามาตรฐานการเล่นแบบนี้ต่อไปได้ ผมมั่นใจว่าคุณจะสามารถคว้าถ้วยรางวัลนี้กลับบ้านได้เช่นกัน รวมถึงเป้าหมายการขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกด้วย ตอนนี้ผมคงต้องระวังตัวให้ดีเลยล่ะ ยินดีด้วยจริงๆ ครับ"
"แมตช์นี้เราทั้งคู่สู้กันได้อย่างยอดเยี่ยมและทุ่มเททุกสิ่งที่มี ผมมีความสุขกับระดับการเล่นของเราทั้งคู่ แฟนเทนนิสทุกคนคือเหตุผลที่ทำให้ที่นี่พิเศษที่สุด การได้มายืนในรอบชิงชนะเลิศวันอาทิตย์เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคิดว่าเป็นเรื่องแน่นอนเลย ขอบคุณทุกแรงซัพพอร์ต และสุดท้ายผมอยากขอบคุณน้องๆ บอลบอยและบอลเกิร์ล รวมถึงทีมงานเบื้องหลังทุกคนที่ช่วยให้ชีวิตพวกเราบนคอร์ทง่ายขึ้น ทัวร์นาเมนต์นี้พิเศษที่สุดในรอบปี แล้วเจอกันใหม่ปีหน้าครับ"