นักลงทุน 49% มองทองสัปดาห์นี้ไปต่อ “เล่งหงส์” ชี้จับตาเฟด-เงินเฟ้อ ลุ้นผ่าน 4,200 ดอลลาร์เปิดรอบขาขึ้นใหม่
ศูนย์วิจัยทองคำเผยผลสำรวจ GRC Gold Survey พบผู้เชี่ยวชาญ 46% มองราคาทองคำสัปดาห์ 13-17 ก.ค. 69 ทรงตัว ขณะที่นักลงทุนเกือบครึ่งคาดราคาปรับขึ้น ด้าน “เล่งหงส์” ประเมินตลาดยังแกว่งตัวรอปัจจัยใหม่ จับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ และท่าทีเฟด พร้อมชี้หากทองโลกผ่านแนวต้าน 4,200 ดอลลาร์ จะเป็นสัญญาณบวกเปิดโอกาสเข้าสู่รอบฟื้นตัวใหม่
ศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยผลสำรวจ GRC Gold Survey ถึงมุมมองทิศทางราคาทองคำในประเทศประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 13-17 ก.ค. 2569 พบว่า ผู้เชี่ยวชาญในตลาดทองคำจำนวน 13 ราย ที่เข้าร่วมตอบแบบสำรวจ มีจำนวน 6 ราย หรือคิดเป็น 46% มองว่าราคาทองคำในสัปดาห์หน้าจะเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ 4 ราย หรือ 31% คาดว่าราคาจะปรับตัวเพิ่มขึ้น และอีก 3 ราย หรือ 23% มองว่าราคาทองคำจะปรับลดลง
ส่วนผลสำรวจนักลงทุนทองคำจำนวน 319 ราย พบว่า 155 ราย หรือ 49% คาดว่าราคาทองคำในประเทศจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า ขณะที่ 103 ราย หรือ 32% มองว่าราคาจะปรับลดลง และอีก 61 ราย หรือ 19% คาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับสถานการณ์ราคาทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำแท่ง 96.5% ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ เคลื่อนไหวในกรอบ 64,250-65,750 บาทต่อบาททองคำ โดยปิดตลาดที่ 65,000 บาทต่อบาททองคำ ลดลง 550 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดสัปดาห์ก่อนที่ระดับ 65,550 บาท
ศูนย์วิจัยทองคำ ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ตลาดต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) เมื่อวันที่ 16-17 มิ.ย. 2569 สะท้อนว่าเฟดยังคงกังวลต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ตลาดยังคาดการณ์ว่า เฟด อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกอย่างน้อย 1 ครั้งภายในปีนี้
นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงิน ซึ่งยังถือเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกดดันราคาทองคำในระยะสั้น
อีกปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังคือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรง ซึ่งสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง และอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจผลักดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อให้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ขณะเดียวกัน ตลาดยังรอติดตามการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ผลสำรวจภาคการผลิตของธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาฟิลาเดลเฟีย
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นประจำเดือนกรกฎาคม รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในระยะต่อไป
“เล่งหงส์” ชี้ทองคำยังอีมครึม หากผ่าน 4,200 ดอลลาร์ได้ ลุ้นเปิดทางรอบใหม่
นางสาวภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด เปิดเผยว่ามุมมองตลาดทองคำระหว่างวันที่ 13-17 ก.ค.นี้ ภาพรวมตลาดยังอยู่ในภาวะ “อึมครึม” เนื่องจากนักลงทุนยังติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งแม้จะมีความพยายามเจรจาหยุดยิงเป็นระยะ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถยุติความขัดแย้งได้จริงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ตลาดทองคำเริ่มมีความคุ้นชินกับปัจจัยสงครามมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ยืดเยื้อมาหลายเดือน ทำให้น้ำหนักของปัจจัยดังกล่าวลดลง หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเพิ่มเติม โดยปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจมากขึ้นในขณะนี้คือทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
“ตอนนี้นักลงทุนเริ่มสะท้อนบางส่วนแล้วว่าเฟดอาจมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ทำให้ราคาทองคำปรับตัวลงมาระดับหนึ่งแล้ว แต่หากสุดท้ายเฟดตัดสินใจคงดอกเบี้ย ก็อาจเป็นแรงสนับสนุนต่อราคาทองคำได้” นางสาวพัทธรินกล่าว
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงสัปดาห์นี้ ซึ่งสอดคล้องกับทางศูนย์วิจัยทองคำ ทั้งติดตามการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ ทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งจะเป็นตัวสะท้อนทิศทางนโยบายการเงินของเฟด โดยหากตัวเลขออกมาไม่เร่งตัวขึ้น หรือชะลอลงจากเดือนก่อน อาจช่วยลดแรงกดดันต่อราคาทองคำ
ทั้งนี้ แม้ราคาน้ำมันเคยปรับขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่เพิ่งเริ่มลดลงต่ำกว่าระดับดังกล่าว ทำให้เงินเฟ้ออาจยังไม่ได้ปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากตัวเลข CPI เป็นข้อมูลที่สะท้อนสถานการณ์ในช่วงก่อนหน้า ทำให้ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
รวมถึงการติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟดต่อคณะกรรมาธิการด้านการเงินของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ซึ่งตลาดรอดูว่าเฟดจะส่งสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยในระยะต่อไปหรือไม่
นางสาวพัทธริน กล่าวว่า ที่ผ่านมาเฟดมีท่าทีระมัดระวังในการสื่อสาร และยังไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย เนื่องจากต้องประเมินข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติม ดังนั้นถ้อยแถลงครั้งนี้จึงอาจมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
“ตอนนี้ตลาดให้น้ำหนักกับเรื่องเฟดมากกว่าสงคราม เพราะใกล้เข้าสู่เดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่นักลงทุนประเมินกันว่าเฟดจะมีการเปลี่ยนนโยบายหรือไม่”
เชิงเทคนิค "ทอง" ยังเป็นขาลง รอผ่าน 4,200 ดอลลาร์เปิดทางฟื้นตัว
ด้านปัจจัยทางเทคนิค ราคาทองคำระยะสั้นยังอยู่ในแนวโน้มขาลง เนื่องจากยังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญได้ โดยประเมินแนวต้านแรกบริเวณ 4,140 ดอลลาร์ และหากผ่านได้ มีโอกาสขึ้นทดสอบระดับ 4,200 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของสัปดาห์ที่ผ่านมา
หากราคาสามารถยืนเหนือ 4,200 ดอลลาร์ได้ และโดยเฉพาะการผ่านระดับ 4,250 ดอลลาร์ จะถือเป็นสัญญาณบวกมากขึ้น และอาจเปิดโอกาสให้ราคาขยับเข้าสู่กรอบใหม่บริเวณ 4,300 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม หากยังไม่สามารถผ่านแนวต้านดังกล่าวได้ ราคายังมีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ หรือไซต์เวย์ โดยมีแนวรับสำคัญที่ 4,080 ดอลลาร์ และ 4,020 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของสัปดาห์ที่ผ่านมา
หากหลุดระดับ 4,020 ดอลลาร์ แนวรับถัดไปจะอยู่บริเวณ 3,950 ดอลลาร์
สำหรับแนวโน้มในช่วงต้นสัปดาห์ นางสาวพัทธรินประเมินว่า ราคาทองคำอาจเคลื่อนไหวแบบ Sideway เพื่อรอดูตัวเลข CPI และ PPI โดยมีโอกาสทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,135 ดอลลาร์ก่อน หากไม่สามารถผ่านได้อาจย่อตัวลงมาบริเวณ 4,080 ดอลลาร์
ทองไทยลุ้นแตะ 66,000 บาท แต่ยังต้องรอแรงหนุนใหม่
สำหรับราคาทองคำในประเทศ ปัจจุบันเคลื่อนไหวบริเวณ 65,000 บาทต่อบาททองคำ โดยอยู่ใกล้แนวต้านระยะสั้น หากสามารถผ่านระดับ 65,300 บาทได้ มีโอกาสขึ้นทดสอบ 65,800 บาท และ 66,300 บาท
ส่วนเป้าหมายระดับ 70,000 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งนักลงทุนจำนวนมากจับตามองนั้น ยังต้องรอปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติม ทั้งทิศทางดอกเบี้ยเฟด ค่าเงินดอลลาร์ และแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก
“ราคาทองคำปรับฐานลงมาประมาณ 5 เดือนแล้ว นับจากจุดสูงสุดช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยปรับลดลงมาประมาณ 1,600 ดอลลาร์ ดังนั้นอาจยังมีความผันผวนได้ แต่โอกาสปรับลงแรงอาจจำกัดมากขึ้น”
นอกจากนี้ ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวยังมีแรงสนับสนุนจากการเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางจีน แม้ตลาดจีนจะมีมาตรการควบคุมการลงทุนบางประเภท แต่ภาครัฐและธนาคารกลางยังมีบทบาทในการสะสมทองคำ
ทั้งนี้ มองว่าระดับราคาปัจจุบันเริ่มเข้าสู่โซนสะสมสำหรับนักลงทุนระยะยาว แต่การจับจังหวะซื้อที่จุดต่ำสุดเป็นเรื่องยาก นักลงทุนควรติดตามแนวรับและปัจจัยเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักลงทุน 49% มองทองสัปดาห์นี้ไปต่อ “เล่งหงส์” ชี้จับตาเฟด-เงินเฟ้อ ลุ้นผ่าน 4,200 ดอลลาร์เปิดรอบขาขึ้นใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th