เจาะลึกขบวนการขนคนจีนชายแดน ‘รายได้สูง-ความเสี่ยงต่ำ’
เจาะลึกขบวนการขนคนจีนชายแดน รายได้สูง ความเสี่ยงต่ำ จนกลายเป็นธุรกิจใต้ดินขนาดใหญ่
10 มิ.ย.2569 - กระแสข่าวตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน จังหวัดตาก ยังคงมีการพูดถึงขบวนการลักลอบนำพาชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน เข้าออกตามช่องทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง
แม้ภาครัฐจะเพิ่มมาตรการสกัดกั้นและจับกุมอย่างเข้มงวด แต่ปัญหากลับยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สาเหตุสำคัญประการหนึ่ง คือ ผลตอบแทนสูง แต่ความเสี่ยงทางกฎหมายไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ขบวนการได้รับ
จากข้อมูลในพื้นที่ พบว่าขบวนการดังกล่าวมีลักษณะเป็นเครือข่ายแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ตั้งแต่ผู้จัดหาคน ผู้ประสานงานฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน คนพาข้ามแดน รถรับส่ง บ้านพักคอย รวมถึงผู้ดูแลเส้นทางหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ แต่ละขั้นตอนมีค่าตอบแทนเป็นทอด ๆ ทำให้เกิดแรงจูงใจให้มีผู้เข้าร่วมขบวนการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ช่องโหว่ที่ถูกนำมาใช้
แม้ความผิดเกี่ยวกับการช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือพาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองจะมีบทลงโทษตามกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติ ผู้กระทำผิดจำนวนหนึ่งมองว่าความเสี่ยงยังคุ้มค่ากับผลตอบแทนที่ได้รับโดยความผิดฐานซ่อนเร้น ช่วยเหลือ หรือให้ที่พักพิงแก่คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย มีโทษ
จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ที่บางเครือข่ายได้รับจากการลักลอบนำพาคนต่างด้าวเป็นจำนวนมาก ทำให้บางกลุ่มยังคงกล้าเสี่ยงกระทำผิด
ธุรกิจสีเทาที่เติบโตจากความต้องการแรงงานและเครือข่ายออนไลน์ ปัจจุบันการลักลอบเคลื่อนย้ายคนไม่ได้อาศัยเพียงผู้กว้างขวาง เส้นทางตามแนวชายแดนเหมือนในอดีต แต่พัฒนาเป็นรูปแบบเครือข่ายสมัยใหม่ มีการใช้แอปพลิเคชันสื่อสาร การโอนเงินออนไลน์ และการนัดหมายผ่านกลุ่มปิด
บางกรณีเกี่ยวข้องกับการส่งต่อแรงงานผิดกฎหมาย การทำงานในกลุ่มธุรกิจสีเทา รวมถึงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่อาศัยพื้นที่ชายแดนเป็นทางผ่าน ยิ่งมีความต้องการเคลื่อนย้ายคนมากเท่าใด รายได้ของขบวนการก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ปัญหาที่มากกว่าการหลบหนีเข้าเมือง
เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงหลายฝ่ายมองว่า ปัญหานี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องคนเข้าเมืองผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับปัญหาอื่น ๆ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ ขบวนการฟอกเงิน อาชญากรรมข้ามชาติ
ความมั่นคงตามแนวชายแดน เนื่องจากผู้ที่ลักลอบเข้าประเทศบางส่วนอาจไม่ได้เดินทางเข้ามาเพื่อท่องเที่ยวหรือทำงานทั่วไป แต่มีเป้าหมายอื่นที่ซับซ้อนมากกว่า
"ชายแดนตาก มีมากกว่าที่คิด"
แหล่งข่าวในพื้นที่ระบุว่า การจับกุมที่ปรากฏเป็นข่าวอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้นจริง เพราะแนวชายแดนมีระยะทางยาว มีช่องทางธรรมชาติจำนวนมาก และมีความพยายามลักลอบเข้าออกตลอดเวลา
แม้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานด้านความมั่นคง จะเพิ่มการลาดตระเวนและตั้งจุดตรวจเข้มงวด แต่ขบวนการยังคงปรับเปลี่ยนวิธีการอยู่เสมอ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการทบทวนกฎหมาย เพิ่มมาตรการลงโทษผู้ร่วมขบวนการ และขยายผลไปถึงผู้ว่าจ้าง ผู้สนับสนุนทางการเงิน และเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อให้ต้นทุนในการกระทำผิดสูงขึ้น และลดแรงจูงใจของผู้ที่คิดจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายดังกล่าว
เพราะหากผลตอบแทนยังสูง แต่ความเสี่ยงยังต่ำ ปัญหาการลักลอบขนคนต่างด้าวตามแนวชายแดนอาจยังคงขยายตัวต่อไป และส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และความสงบเรียบร้อยของประเทศในระยะยาว.