โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เครือข่ายภาคประชาชนยื่น ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ เร่งรัดรัฐบาล บรรจุงบเด็ก-คนพิการ ถ้วนหน้า

ไทยโพสต์

อัพเดต 11 มิถุนายน 2569 เวลา 0.44 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

'เครือข่ายประชาชน' ยื่น "ผู้นำฝ่ายค้าน" เร่งรัดรัฐบาล บรรจุงบเด็ก-คนพิการ ถ้วนหน้า ลั่น เปลี่ยนมา 3 รมต. ยังไม่คืบ-เหมือนถูกหลอกไปเรื่อยๆ ด้าน "เท้ง" เชื่อ ปชช. มอง 'รัฐบาล' พาสวัสดิการถดถอย ซัด คัดกรองสิทธิซ้ำซ้อน พร้อมลุยรีดไขมันไม่จำเป็นออกเสริมสวัสดิการประชาชน

10 มิถุนายน 2569 - เมื่อเวลา 15.30 น. เครือข่ายภาคประชาชน ยื่นหนังสือถึงนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ให้เร่งรัดรัฐบาลดำเนินการตามข้อเสนอยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

โดย ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวถึงเงินอุดหนุนเด็กล่วงหน้า ว่า ได้มีการตกลงมา 3 รัฐบาลแล้ว ชุดนี้เป็นชุดที่ 4 แต่ไม่คืบหน้า ซึ่งนโยบายนี้ใช้งบประมาณ 5,500 ล้านบาท ถือเป็นจำนวนเงินที่ไม่มาก แต่ทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กกว่า 3 ล้านคนในช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี หากได้รับเงินอุดหนุนถ้วนหน้า

ขณะเดียวกันยังได้ติดตามจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เรื่องเบี้ยความพิการ ซึ่งก่อนหน้านี้บอกว่าจะมีการปรับเงินจาก 800 บาทเป็น 1,000 บาท แต่เมื่อไปเช็คกระบวนการงบประมาณว่าจะได้รับเมื่อไหร่ปรากฏว่ายังไม่ได้ตั้งงบเรื่องเงินผู้พิการถ้วนหน้า จึงอยากฝากนายณัฐพงษ์ไปถามนายยศนันท์ วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะรองนายกที่กำกับดูแลกระทรวง พม. ว่า เงินคนพิการที่คณะกรรมการคนพิการได้ปรับขึ้นแล้ว จะได้เมื่อไหร่จะได้ในปีงบประมาณนี้หรือไม่อย่างไร

นอกจากนี้จะเห็นว่าอัตราการเกิดน้อยลงมาก จึงมีข้อเสนอเกี่ยวกับสตรีมีครรภ์ซึ่งมีการพิจารณาผ่านมา 3 รัฐมนตรีแล้ว และเห็นชอบเรื่องให้เงินสตรีที่ตั้งครรภ์ตั้งแต่ 5 - 9 เดือน เดือนละ 3,000 บาท รวมถึงเบี้ยผู้สูงอายุ ร่วมกับทางที่มีมติร่วมกับทางรัฐบาลที่ผ่านมา จาก 600-1,000 บาท เป็นอัตราเดียวกันคือ 1,000 บาททั้งหมด แต่ตอนนี้ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ จึงอยากฝากทางผู้นำฝ่ายค้าน ใช้กระบวนการนิติบัญญัติเร่งรัดหรือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาพูดคุยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ซึ่งใน 4 กลุ่มเป้าหมายที่ได้กล่าวไปข้างต้น จะทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของประชาชนมากกว่า 19 ล้านคนทันที ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตพลังงาน

ด้าน นางสุนี ไชยรส คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กศูนย์ถ้วนหน้า กล่าวเสริมว่า ภาคประชาชนเนื่องจากมีบทเรียนมาแล้วในเรื่องเงินอุดหนุนเด็ก ที่รัฐมนตรีหลายรัฐบาลออกมาพูดกันหลายคนแต่กลับไม่มีมติของคณะรัฐมนตรีที่จะรับรองว่าจะได้เงิน มีแต่บอกว่าให้รอ ซึ่งวันนี้ในส่วนของเงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้าครบรอบ 10 ปีแล้ว แต่ไม่ได้ถ้วนหน้าสักทีเพราะให้รอก่อน วันนี้แม้แต่งบประมาณรายจ่ายปี 70 ก็ดูเหมือนจะไม่ทันแล้วเพราะรัฐบาลไม่ได้บรรจุเข้าไป จึงเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีมีมติและจัดการ ให้เรื่องนี้เข้าไปอยู่ในร่างพ.ร.บ.งบปี 70 แต่หากพูดให้รอแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ทุกเครือข่ายที่มีเด็กเป็นแกนกลางก็จะรู้สึกว่ารัฐบาลหลอกเราหรือไม่ เพราะไม่ดำเนินการสักที เช่นเดียวกับเงินคนพิการที่แถลงนโยบายดีมาก แต่ตราบใดที่ไม่มีมติของคณะรัฐมนตรี อย่างชัดเจนว่าจะบรรจุในงบประมาณปี 70 ก็อาจจะไม่ทันอีก

ทั้งนี้ นางสุนี ยังกล่าวถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ตราบใดที่มีการคัดกรองความจนก็จะเจอบรรยากาศแบบนี้ ที่คนควรจะได้ไม่ได้เงินสักที แล้วอะไรคือเงื่อนไขกฎเกณฑ์ที่จะพิสูจน์ระบบฐานข้อมูลของประเทศไทย ที่มันไม่ดี และไม่ชัดเพราะฉะนั้นก็จะมีผู้ตกหล่น เหมือนเด็ก 3 ล้านคนที่ตกหล่นถึง 34% ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นคนจน

ด้าน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนได้มีส่วนในการประชุมพร้อมกับทุกคน ซึ่งประเด็นที่สำคัญในตอนนี้ที่ได้มีการตั้งข้อสังเกตคือประชาชนกังวลว่าภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดนี้ อาจจะอยู่ในยุคที่มีความถดถอยทางด้านสวัสดิการของประชาชน ซึ่งสิ่งที่เรามองเห็นได้ชัดที่สุด นอกจากเรื่องของคำมั่นสัญญาหลายๆอย่างที่ประชาชนได้เข้าไปประชุมหารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ประชุมแล้วประชุมอีกผลลัพธ์ก็ไม่เกิดขึ้น เช่น กรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เราเห็นว่า วิธีในการบริหารจัดการของรัฐบาล เวลาจะให้สวัสดิการอะไรสักอย่างต้องมีการจำกัดและสิทธิประโยชน์และคัดกรองหลายรอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ประชาชนต้องการ

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า พรรคประชาชนเราพยายามผลักดันที่จะให้สวัสดิการเป็นเกาะคุ้มกัน ไว้รองรับคนที่ล้มและให้กับสังคม ซึ่งพวกเราพร้อมที่จะใช้กลไกต่อจากนี้ในการผลักดันอย่างเต็มที่ที่สุด อย่างกรณีของงบปี 70 ยังไม่อยากให้ประชาชนทิ้งความหวัง ถ้ารัฐบาลมีการตั้งคำของบประมาณมาแล้วแต่ว่าอาจจะบรรจุอยู่ในร่าง พ.ร.บ. ที่ไม่เพียงพอ เราก็จะทำงานในกรรมมาธิการวิสามัญงบประมาณอย่างเต็มที่ในการรีดไขมันที่ไม่จำเป็นออก และพอที่จะตั้งงบบางส่วนเข้าไปเสริมสวัสดิการให้มั่นคงมากยิ่งขึ้นและเราก็พร้อมที่จะผลักดันต่อ พร้อมยืนยันว่าจะใช้กลไกทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการเสนอกฎหมายหรือช่องทางการพิจารณางบประมาณรวมถึงกลไกในชั้นกรรมาธิการที่จะผลักดันทุกอย่าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...