โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขั้วโลกใต้เดือด! แอนตาร์กติการ้อนทะลุ 15°C หิมะละลายกลางฤดูหนาว

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ท่ามกลางฤดูหนาวที่ควรปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็ง “ทวีปแอนตาร์กติกา” กลับเผชิญอากาศอบอุ่นผิดปกติ จนอุณหภูมิพุ่งสูงทำลายสถิติเดิม และเกิดฝนตกบนธารน้ำแข็งในบางพื้นที่ นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่านี่ไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์สภาพอากาศสุดขั้วระยะสั้น แต่เป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่าภาวะโลกร้อน

อุณหภูมิในทวีปแอนตาร์กติกาพุ่งสูงเกิน 15 องศาเซลเซียสในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดในฤดูหนาวของภูมิภาคที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งแห่งนี้ และสร้างความกังวลให้กับนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเกี่ยวกับความรุนแรงของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

สถานีวิจัยเอสเปรันซา (Esperanza Base) ของอาร์เจนตินา บนคาบสมุทรทรินิตี บันทึกอุณหภูมิสูงสุดได้ 15.4 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมที่เคยวัดได้ในปี 2541 ถึง 2 องศาเซลเซียส และสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติของช่วงเวลานี้ราว 20 องศาเซลเซียส

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสลมอุ่นจากทางตอนเหนือที่พัดปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของคาบสมุทรแอนตาร์กติกา ส่งผลให้อุณหภูมิสูงกว่าจุดเยือกแข็งต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 3 สัปดาห์ ขณะที่สถานีตรวจอากาศในชิลีบางแห่งสามารถวัดอุณหภูมิได้ใกล้ 13 องศาเซลเซียส

บนเกาะคิงจอร์จ ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีเอสเปรันซาประมาณ 160 กิโลเมตร นักวิจัยรายงานว่าสภาพภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด จากพื้นที่สีขาวที่ปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็ง กลายเป็นสีน้ำตาล สีเทา และสีเขียว หลังอุณหภูมิพุ่งขึ้นแตะ 4.6 องศาเซลเซียส

“หลุยส์ มูนญอซ” นักธารน้ำแข็งวิทยาชาวชิลี เปิดเผยว่า ปกติช่วงเวลานี้ของปีควรมีหิมะหนาประมาณ 20 เซนติเมตรปกคลุมพื้นดิน แต่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หิมะและน้ำแข็งจำนวนมากกลับละลายจากอากาศที่อุ่นผิดปกติ โดยระหว่างการสำรวจธารน้ำแข็งคอลลินส์ นักวิจัยยังพบฝนตกลงบนผิวธารน้ำแข็ง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า แม้คลื่นความร้อนเพียงครั้งเดียวอาจยังไม่ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำทะเลโลกอย่างมีนัยสำคัญ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มระยะยาวที่น่ากังวล เนื่องจากคลื่นความร้อนลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์

ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์จับตาธารน้ำแข็งขนาดใหญ่หลายแห่งในแอนตาร์กติกา เช่น ธารน้ำแข็งธเวตส์ (Thwaites Glacier) และไพน์ไอแลนด์ (Pine Island Glacier) ซึ่งอาจกำลังเข้าใกล้หรือผ่านจุดวิกฤตทางระบบนิเวศแล้ว หากธารน้ำแข็งเหล่านี้ละลายอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นได้ถึง 4 เมตรในอนาคต

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า เหตุการณ์อุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนว่า พื้นที่ขั้วโลกซึ่งเคยเป็นดินแดนแห่งความหนาวเย็นกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภายใต้ผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์ทั่วโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...