โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“สหรัฐ” เปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหม่ ตอบโต้เหตุอาปาเช่ถูกยิงตก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

"สหรัฐ" เปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหม่ ตอบโต้เหตุอาปาเช่ถูกยิงตก ส่งผลให้อิหร่านเปิดฉากตอบโต้ฐานทัพและกองเรือสหรัฐฯ ในภูมิภาค

วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 08.53 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐเปิดฉากโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านเมื่อวันอังคาร (10 มิ.ย.) ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากที่ทรัมป์กล่าวหาอิหราณว่าอยู่เบื้องหลังเหตุเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของกองทัพสหรัฐถูกยิงตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เหตุการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อความพยายามผลักดันข้อตกลงสันติภาพ และสร้างแรงกดดันต่อข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางระหว่างทั้งสองประเทศ

กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เปิดเผยว่าปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศ สถานีควบคุมภาคพื้นดิน และระบบเรดาร์เฝ้าระวังของอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่าเป็นการตอบโต้ที่ได้สัดส่วนต่อการโจมตีกำลังพลสหรัฐ และเรือพาณิชย์ในช่วงที่ผ่านมา

ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวกับ ABC News ว่า การตอบโต้ครั้งนี้เป็นปฏิบัติการที่รุนแรงและทรงพลังมาก ขณะที่CENTCOM ระบุว่า การโจมตีเริ่มขึ้นเวลา 17.00 น. ตามเวลาสหรัฐ และสิ้นสุดลงก่อนเวลา 21.00 น. ของวันเดียวกัน

สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า พื้นที่บนเกาะเกชม์และเมืองท่าซีริก ซึ่งตั้งอยู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ถูกโจมตี ขณะที่มีรายงานเสียงระเบิดในเมืองบันดาร์ อับบาส และพื้นที่ใกล้เขตจาสก์บริเวณปากทางเข้าช่องแคบ โดยอ้างข้อมูลจากประชาชนและแหล่งข่าวท้องถิ่น

ด้านอิหร่านตอบโต้ทันที โดยสื่อของรัฐอ้างคำกล่าวของกองบัญชาการร่วมคาทัม อัล-อันบิยา ว่า ฐานทัพสหรัฐบางแห่งในภูมิภาคตกเป็นเป้าหมายการโจมตีตอบโต้ ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่าได้ใช้โดรนโจมตีกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ ในบาห์เรน และเตือนว่าจะมีการตอบโต้ที่รุนแรงยิ่งขึ้น หากการสู้รบยังดำเนินต่อไป

กระทรวงมหาดไทยบาห์เรน เปิดเผยว่าได้เปิดสัญญาณเตือนภัยและขอให้ประชาชนเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัย ขณะที่ที่ปรึกษาด้านสื่อของกษัตริย์บาห์เรนระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดกั้นการโจมตีจากอิหร่านได้สำเร็จ

สถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดเอเชียปรับตัวขึ้นราว 1% ในช่วงเช้าวันพุธ ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งอาจกระทบต่อการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์พยายามลดความรุนแรงของเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตก โดยให้สัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal ว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ พร้อมยืนยันว่านักบินทั้งสองคนปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยว่า เฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ถูกโจมตีโดยโดรนโจมตีแบบใช้ครั้งเดียวของอิหร่าน

กองทัพสหรัฐ ระบุว่าโดรนผิวน้ำของกองทัพเรือสามารถช่วยเหลือลูกเรือทั้งสองคนได้ภายในสองชั่วโมง หลังเฮลิคอปเตอร์ตกในน่านน้ำใกล้ชายฝั่งโอมานระหว่างภารกิจลาดตระเวน แม้จะไม่ได้ระบุสาเหตุของการตกอย่างเป็นทางการ แต่ยืนยันว่าทหารทั้งสองอยู่ในอาการปลอดภัย

ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งในภูมิภาคยังขยายวงกว้าง เมื่ออิสราเอลโจมตีเมืองท่าไทร์ทางตอนใต้ของเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย นับเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในพื้นที่ดังกล่าวนับตั้งแต่การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ปะทุขึ้นอีกครั้งในเดือนมีนาคม

นักวิเคราะห์ มองว่า การเผชิญหน้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐและอิหร่านอาจยิ่งทำให้ความพยายามผลักดันข้อตกลงสันติภาพในตะวันออกกลางซับซ้อนมากขึ้น โดยอิหร่านยืนยันมาโดยตลอดว่าการยุติการสู้รบในเลบานอนเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐ

แม้ทรัมป์จะยืนยันหลายครั้งว่าทั้งสองฝ่ายใกล้บรรลุข้อตกลงกันแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณความคืบหน้าที่ชัดเจน นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

สำหรับเงื่อนไขหลักของสหรัฐ คือ การรับประกันว่าอิหร่านจะไม่สามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ ขณะที่อิหร่านเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ ปลดล็อกทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่ถูกอายัด และยอมรับอำนาจควบคุมของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...