โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมพัฒนาธุรกิจ พร้อมตรวจสอบข้อกล่าวหา ย้ำไม่ปกป้องคนผิด ใช้ไอทีปราบโกง

เดลินิวส์

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 16 พ.ค. เวลา 07.22 น. • เดลินิวส์
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมตรวจสอบข้อกล่าวอ้างเรียกรับผลประโยชน์ ‘ผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก’ ย้ำจุดยืน!! ใช้ดิจิทัลทุกงานบริการ..ลดการติดต่อระหว่างเจ้าหน้าที่กับภาคธุรกิจ/ประชาชน

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมเดินหน้าตรวจสอบข้อกล่าวอ้างเรียกรับผลประโยชน์ ‘ผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก’ ไม่เข้าข้างใคร หากพบผิดพร้อมลงโทษขั้นสูงสุด ย้ำจุดยืน!! กรมฯ ปลูกฝังเจ้าหน้าที่ทุกระดับให้ทำงานบนความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เพียงองค์กรที่จะได้รับความศรัทธาและความน่าเชื่อถือจากผู้ใช้บริการเท่านั้น ตัวเจ้าหน้าที่เองก็จะมีความภาคภูมิใจที่รับราชการด้วยความโปร่งใส..ไม่ถูกภาคธุรกิจและประชาชนสาปแช่งเพราะเรียกรับผลประโยชน์ให้เดือดร้อน ปัจจุบัน กรมฯ นำระบบดิจิทัลมาให้บริการภาคธุรกิจและประชาชนครบ 100% ทุกงานบริการแล้ว ลดการติดต่อเเบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้มาใช้บริการ ซึ่งอาจเป็นสารตั้งต้นในการเรียกรับผลประโยชน์และการทุจริตคอร์รัปชัน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตระหนักถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเป็นดัชนีชี้วัดความสามารถของประเทศหลากหลายด้าน โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นประกอบการตัดสินใจลงทุนของนักธุรกิจชาวต่างชาติ รวมถึง การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดยกรมฯ ยึดหลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติราชการทุกระดับ และพร้อมให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบการปฏิบัติราชการทุกขั้นตอน เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในทุกกระบวนการทำงาน ตลอดเวลาที่ผ่านมา กรมฯ มีความเข้มงวดต่อการกำกับดูแลการปฏิบัติราชการและการให้บริการของเจ้าหน้าที่ทุกคน และมีการกำหนดบทลงโทษอย่างชัดเจน โดยเฉพาะหากมีข้อร้องเรียนจากภาคธุรกิจหรือภาคประชาชน กรมฯ จะรีบดำเนินการตรวจสอบโดยทันที เนื่องจากมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือต่อการให้บริการของกรมฯ รวมทั้ง นำระบบดิจิทัลมาให้บริการในทุกกระบวนงาน ซึ่งช่วยลดการติดต่อแบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับภาคธุรกิจและประชาชนที่มาขอรับบริการ ที่อาจเป็นสาเหตุหลักนำมาซึ่งการเรียกรับผลประโยชน์หรือการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐ

จากผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ ภายใต้โครงการ ‘คนไทยไม่ทนคอร์รัปชัน’ ซึ่งมีการระบุชื่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ (สินบน) แม้จะอยู่ลำดับที่ 21 จาก 26 หน่วยงาน ของผลการสำรวจเรื่องจำนวนเงินต่อครั้งที่ธุรกิจจ่ายให้หน่วยงานที่ติดต่อ รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมา ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถใช้บริการกรมฯ ผ่านระบบดิจิทัลได้ครบ 100% แล้ว เช่น

การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท ผ่านระบบ DBD Biz Regist

การจดทะเบียนบริษัทมหาชน ผ่านระบบ DBD e-PCL

การนำส่งงบการเงิน ผ่านระบบ DBD e-Filing

การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ ผ่านระบบ e-Foreign Business

การจดทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจ ผ่านระบบ e-Secured และการให้บริการข้อมูลนิติบุคคล ผ่านระบบ DBD DataWarehouse+ เป็นต้น

ทุกระบบที่กล่าวมามีผู้เข้าใช้บริการเกือบครบ 100% แล้ว โดยกรมฯ ได้มีการทบทวนและปรับปรุงระบบดิจิทัลให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีโดยตลอด เพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนการให้บริการ มีการจัดทำคู่มือการปฏิบัติราชการ/การให้บริการที่มีรูปแบบเดียวกัน เพื่อสร้างมาตรฐานการตรวจสอบเอกสารที่เป็นเอกภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม และลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ รวมทั้ง สร้างระบบติดตามสถานะทุกขั้นตอนของการให้บริการ เพื่อสื่อสารให้ภาคธุรกิจและประชาชนได้ทราบระยะเวลาการให้บริการที่ชัดเจน ช่วยลดความคลางแคลงใจในการให้บริการของกรมฯ ซึ่งช่วยขจัดปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์อันเป็นต้นตอของการทุจริตคอร์รัปชัน อีกทั้ง ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และต้องไม่เรียกรับผลประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ รวมถึงได้กำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ตลอดจนมีระบบตรวจสอบภายในที่เข้มงวด แต่เมื่อผลสำรวจฯ ออกมาเช่นนี้ กรมฯ ก็พร้อมเดินหน้าตรวจสอบถึงข้อกล่าวอ้างฯ ดังกล่าว โดยจะปฏิบัติบนหลักสัจธรรมและความถูกต้องที่ว่า ‘ผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก’ โดยไม่เข้าข้างผู้ใดทั้งสิ้น หากพบการกระทำความผิด ก็พร้อมดำเนินการลงโทษทั้งทางวินัยและทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด และจะมีการเรียกประชุมพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศในวันอังคารหน้าให้รับทราบนโยบายและข้อสั่งการในเรื่องดังกล่าว เพื่อปฏิบัติงานให้เกิดความโปร่งใสไปในทิศทางเดียวกัน

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเห็นด้วยและขอชื่นชมกับการที่ภาคเอกชนกล้าแสดงออกและเข้ามาร่วมตรวจสอบการปฏิบัติราชการและการให้บริการของภาครัฐในทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และสร้างความชอบธรรมในการประกอบธุรกิจ/การใช้บริการของภาครัฐ รวมทั้ง การต่อต้านและไม่ทนต่อการทุจริตคอร์รัปชันของภาครัฐ ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่มากของประเทศและเป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน โดยเชื่อว่าเสียงสะท้อนของภาคธุรกิจและประชาชนจะช่วยผลักดันให้เกิดการปฏิรูปภาครัฐให้มีความโปร่งใส พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) และเดินหน้าสู่ภาครัฐโปร่งใสตามความคาดหวังของภาคธุรกิจและประชาชน แต่มีข้อสังเกตถึงสาเหตุที่มีข้อถกเถียงของเกือบทุกหน่วยงานที่ถูกกล่าวหาและไม่ยอมรับผลสำรวจ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับรูปแบบของการทำสำรวจ เช่น การเลือกหน่วยงานภาครัฐแบบเฉพาะเจาะจงเพียง 5 กลุ่ม การตอบแบบสอบถามของกลุ่มตัวอย่างเพียง 401 ราย และข้อคำถามที่อาจมีความไม่ชัดเจน ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจที่อาจคลาดเคลื่อนของผู้ตอบแบบสอบถาม

ทั้งนี้ ภาคธุรกิจและประชาชนหากพบเห็นเจ้าหน้าที่กรมฯ เรียกรับผลประโยชน์ หรือทุจริตคอร์รัปชัน สามารถร้องเรียนผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th และ Call Center 1570 กรมฯ ขอขอบคุณทุกข้อร้องเรียนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบราชการไทยให้มีความโปร่งใส และยกระดับภาครัฐให้เป็นที่พึ่งแก่ภาคธุรกิจและประชาชนอย่างแท้จริง” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...