โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

BofA เตือน “ตลาดหุ้นโลก” เสี่ยงแรงขายทำกำไรต้น มิ.ย. หลังเงินเฟ้อสหรัฐกลับมาร้อนแรง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 พ.ค. เวลา 14.27 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. เวลา 07.27 น.

BofA เตือน "ตลาดหุ้นโลก" เสี่ยงแรงขายทำกำไรต้น มิ.ย. โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ท่ามกลางตลาดที่ทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง หลังเงินเฟ้อสหรัฐกลับมาร้อนแรง

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Bank of America (BofA) ออกมาเตือนว่า ตลาดหุ้นโลกอาจเข้าสู่ช่วงขายทำกำไรในช่วงต้นเดือนมิถุนายน หลังนักลงทุนแห่เข้าซื้อหุ้นอย่างหนัก ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อเริ่มกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง

ทีมกลยุทธ์ของธนาคาร นำโดยMichael Hartnett ระบุว่า แรงกดดันด้านราคากำลังกระจายตัวไปทั่วเศรษฐกิจสหรัฐ ตั้งแต่ต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง ไปจนถึงค่าเช่า ท่ามกลางตลาดหุ้นสหรัฐที่ยังเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง

Hartnett มองว่านักลงทุนกำลังเทหมดหน้าตักเข้าสู่ตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีและ AI และกระแสดังกล่าวอาจใกล้ถึงจุดสูงสุดในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า “ช่วงต้นเดือนมิถุนายนอาจเป็นจังหวะเหมาะสำหรับการทยอยลดพอร์ตและทำกำไรบางส่วน”

BofA ยังมองว่า เดือนหน้าจะมีหลายปัจจัยที่อาจเพิ่มความผันผวนให้ตลาด ไม่ว่าจะเป็นการประชุม OPEC การเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก การประชุม G7 รวมถึงการประชุม FOMC ครั้งแรกภายใต้การนำของเควิน วอร์ช

ความกังวลเงินเฟ้อได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม หลังดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐเดือนเมษายนพุ่งขึ้น 6% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 จากผลกระทบของสงครามที่ดันราคาพลังงานและค่าขนส่งสูงขึ้น ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้น 3.8% สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้

ทีมวิเคราะห์ของ BofA คาดว่า หากอัตราเงินเฟ้อรายเดือนยังเพิ่มขึ้นในระดับใกล้เคียงช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา CPI ของสหรัฐอาจทะลุ 5% ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอาจกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อตลาดหุ้น

Hartnett ระบุว่า ในอดีตเมื่อเงินเฟ้อสหรัฐสูงเกิน 4% ตลาดมักเริ่มกระวนกระวาย โดยข้อมูลย้อนหลัง 100 ปีชี้ว่า ดัชนี S&P 500 มักปรับตัวลงเฉลี่ย 4% ภายใน 3 เดือนหลังเงินเฟ้อทะลุระดับดังกล่าว และลดลงราว 7% ภายใน 6 เดือน

ขณะเดียวกันความกังวลเงินเฟ้อยังผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีทะลุ 4.5% ส่วนพันธบัตรอายุ 30 ปีพุ่งสูงกว่า 5% ซึ่ง Hartnett เคยเรียกระดับนี้ว่าเป็นเส้นป้องกันสำคัญของตลาดการเงิน

แม้มีแรงกดดันเพิ่มขึ้น นักลงทุนยังคงเดินหน้าเข้าซื้อหุ้นสหรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและ AI หลังตลาดฟื้นตัวแรงจากจุดต่ำสุดช่วงสงครามอิหร่าน นับตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 ฟื้นตัวขึ้นแล้ว 18% ขณะที่ Nasdaq-100 พุ่งขึ้นถึง 29%

นอกจากนี้ ลูกค้ากลุ่ม Private Banking ของ BofA ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกว่า 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ ยังมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 65.7% ขณะที่สัดส่วนเงินสดลดลงเหลือเพียง 9.8% ต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...