โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

JPMorgan ฟันธง หุ้นตลาดเกิดใหม่ จ่อพุ่งแรงครึ่งปีหลัง อานิสงส์ AI หนุน-ดอลลาร์จ่อกลับทิศ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 พ.ค. เวลา 15.59 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. เวลา 08.59 น.

คาดนโยบายการเงินโลกเริ่มคลายตัว หลังมาตรการเข้มงวดช่วงสงครามอิหร่านส่อแววกลับทิศช่วงครึ่งปีหลัง เผยช่องว่างราคา หุ้นตลาดเกิดใหม่ ดิ่งต่ำสุดประวัติศาสตร์ สวนทางตลาดพัฒนาแล้ว ชี้ราคาไม่แพง-เป็นโอกาสเก็บของถูก จับตาอุตสาหกรรมชิปความจำโตเด่นไร้อุปทานใหม่ล่วงหน้า 1 ปี พร้อมรับแรงหนุนเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวจากศึกเจรจา ‘สี-ทรัมป์’

16 พฤษภาคม 2569 - ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคและการเคลื่อนไหวของกระแสเงินทุนทั่วโลก กำลังส่งสัญญาณเปลี่ยนทิศทางครั้งสำคัญในช่วงที่เหลือของปีนี้ ล่าสุดเจพีมอร์แกน (JPMorgan) สถาบันการเงินระดับโลก ได้ออกมารายงานประเมินทิศทางการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยระบุว่าหุ้นในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) มีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี

มุมมองเชิงบวกดังกล่าวส่งผลให้เจพีมอร์แกนยังคงเลือกคงน้ำหนักการลงทุนในหุ้นตลาดเกิดใหม่มากกว่าหุ้นในกลุ่มตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Markets) ซึ่งถือเป็นจุดยืนทางกลยุทธ์ที่สถาบันการเงินแห่งนี้เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อสะท้อนภาพการฟื้นตัวหลังจากที่ตลาดเกิดใหม่ต้องเผชิญกับภาวะซบเซาและซึมตัวอย่างต่อเนื่องมานับตั้งแต่ปี 2551

ถอดรหัสปัจจัยหนุนระดับโลก นโยบายการเงินคลายตัว-ดอลลาร์ส่งสัญญาณกลับทิศ

ในเชิงเศรษฐกิจมหภาค ตลาดการเงินเริ่มคาดการณ์ล่วงหน้าถึงแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของธนาคารกลางประเทศต่างๆ โดยก่อนหน้านี้หลายประเทศจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดและปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยขึ้นอย่างรวดเร็วภายหลังสถานการณ์ความตึงเครียดจากสงครามอิหร่านปะทุขึ้น อย่างไรก็ดี มาตรการที่ตึงตัวดังกล่าวคาดว่าจะเริ่มกลับทิศทางในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยบวกโดยตรงที่เข้ามาช่วยหนุนเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

นอกจากนี้ ทิศทางของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐซึ่งทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและแข็งค่าขึ้นตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เริ่มถูกประเมินว่าอยู่ในระดับที่สูงเกินไป โดยปัจจุบันดอลลาร์มีการซื้อขายที่สูงกว่ามูลค่าระยะยาวในอดีตอยู่ราว 10-15% ซึ่งสถิติทางการเงินระบุชัดเจนว่า หากดอลลาร์เริ่มปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อใด มักจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยหนุนให้มูลค่าสินทรัพย์และกระแสเงินทุนไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ทันที

กระแส AI ดันกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์โตต่อ ชี้ช่องว่างราคาถูกที่สุดเป็นประวัติการณ์

อีกหนึ่งปัจจัยขับเคลื่อนในระดับอุตสาหกรรม คือ กระแสความต้องการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขยายตัวไปทั่วโลก แม้ว่าในปัจจุบันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในตลาดพัฒนาแล้วจะปรับตัวขึ้นไปค่อนข้างแรงจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง แต่ในทางกลับกัน หุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบ AI ในฝั่งตลาดเกิดใหม่ยังมีมูลค่าที่ถูกกว่ามากและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนต่างได้อีกหลายเท่าตัว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (ชิปหน่วยความจำ) ที่ได้รับประโยชน์จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เนื่องจากในฝั่งอุปทานหรือกำลังการผลิตใหม่ๆ คาดว่าจะยังไม่มีเข้ามาเติมในตลาดอย่างมีนัยสำคัญจนกว่าจะถึงช่วงครึ่งหลังของปีหน้า ส่งผลให้อัตรากำไรและความต้องการสินค้ายังอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งเจพีมอร์แกนระบุว่าธรรมดาของตลาดหุ้นมักจะสะท้อนภาพอุปสงค์และอุปทานล่วงหน้าประมาณ 6-9 เดือน ดังนั้นจึงยังเร็วเกินไปที่จะมีมุมมองเชิงลบต่อหุ้นชิปในเวลานี้

เมื่อพิจารณาในแง่ของระดับราคา (Valuation) ปัจจุบันส่วนต่างระหว่างหุ้นตลาดเกิดใหม่กับหุ้นตลาดพัฒนาแล้วถ่างกว้างจนทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ โดยอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ของหุ้นตลาดเกิดใหม่อยู่ในระดับที่ต่ำที่สุด

"ที่ระดับ P/E ล่วงหน้า 12 เท่า เจพีมอร์แกนมองว่า หุ้นตลาดเกิดใหม่ยังไม่ได้มีมูลค่าแพงเกินไป โดยเฉพาะในช่วงที่นักลงทุนสถาบันยังถือครองสินทรัพย์กลุ่มนี้ในระดับต่ำ ขณะที่กระแสเงินทุนเริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยหนุนการปรับตัวของตลาดต่อไป"

ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย จีนส่งสัญญาณฟื้นรับดีลผู้นำ

สำหรับปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และสภาพเศรษฐกิจเฉพาะภูมิภาค เจพีมอร์แกนวิเคราะห์ว่าเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศจีนอย่างค่อยเป็นค่อยไป และมีโอกาสที่จะได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มเติมในเชิงบวกจากการประชุมร่วมกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำของจีน

ในท้ายที่สุด สถาบันการเงินรายนี้แนะนำให้นักลงทุนปรับมุมมองต่อความผันผวนทางเมืองระหว่างประเทศ โดยมองว่าการอ่อนตัวลงของตลาดหุ้นจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ในระยะสั้น ควรถูกใช้เป็นโอกาสหลักในการเข้าซื้อสะสมหุ้นพื้นฐานดีราคาถูกเพื่อรับรอบการฟื้นตัวใหญ่ในช่วงครึ่งปีหลัง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...