เหยื่อสาวเวียดนามผวาหนัก! ถูกชายเร่ร่อนใช้คัตเตอร์กรีดแขนเย็บ 14 เข็ม วอนรัฐเร่งแก้ปัญหาคนไร้บ้าน หวั่นเกิดเหตุซ้ำกระทบท่องเที่ยวไทย
จากกรณีเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ จับกุม นายเอษณะ หรือ ฟิล์ม อายุ 30 ปี ชายเร่ร่อน ชาว จ.ลพบุรี หลังก่อเหตุใช้มีดคัตเตอร์กรีดแขนหญิงสาวชาวเวียดนามได้รับบาดเจ็บ ต้องเย็บแผลถึง 14 เข็ม โดยผู้ต้องหาให้การอ้างว่าไม่ชอบผู้หญิงอ้วน
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับผู้เสียหายและเพื่อน ซึ่งเปิดใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยอมรับว่าจนถึงขณะนี้ยังอยู่ในอาการหวาดผวา ไม่กล้าเดินออกไปตามท้องถนนเพียงลำพัง และยังไม่สามารถกลับไปทำงานได้
ผู้เสียหาย เล่าว่า ขณะเกิดเหตุกำลังเดินอยู่ตามปกติ จู่ ๆ คนร้ายก็เดินเข้ามาใช้อาวุธมีดคัตเตอร์ฟันเข้าที่แขนอย่างไม่ทันตั้งตัว ตอนแรกไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกฟัน เพราะเห็นเพียงคนร้ายวิ่งหลบหนีข้ามถนนไป กระทั่งเอามือจับที่แขนจึงรู้ว่ามีบาดแผล ทำให้ตกใจอย่างมาก ตัวสั่น รีบวิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือจากพนักงานร้านสะดวกซื้อ ตอนนั้นตกใจมาก ตัวสั่นไปหมด ไม่รู้เลยว่าโดนมีดฟัน พอจับแขนถึงรู้ว่าเป็นแผล ก็รีบวิ่งเข้าเซเว่นเพื่อขอความช่วยเหลือ
ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า แม้ร่างกายจะปลอดภัยแล้ว แต่สภาพจิตใจยังไม่ดีขึ้น ยังคงหวาดกลัว เครียด และไม่กล้าเดินริมถนน แพทย์สั่งให้หยุดงาน 10 วัน โดยขณะนี้หยุดงานมาแล้ว 2 วัน ต้องไปทำแผลทุกวัน และแพทย์อาจส่งพบจิตแพทย์เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ ทั้งนี้ ผลการตรวจเลือดออกมาเป็นที่น่าโล่งใจ เนื่องจากคัตเตอร์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นใบมีดใหม่ เพิ่งซื้อมา ทำให้ไม่พบการติดเชื้อหรือโรคติดต่อในกระแสเลือด
ด้านเพื่อนผู้เสียหาย กล่าวว่า ทุกวันนี้ยังต้องทำงานย่านสีลม ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย แต่ยังพบคนไร้บ้านและคนเร่ร่อนอยู่ตามท้องถนนเป็นจำนวนมาก ทำให้รู้สึกหวาดระแวงทุกครั้งที่ต้องเดินผ่าน เพราะไม่สามารถรู้ได้ว่าบุคคลเหล่านั้นมีสภาพจิตใจปกติหรือไม่ และจะก่อเหตุเมื่อใด จึงอยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งหามาตรการดูแลและช่วยเหลือคนไร้บ้านอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น พร้อมมองว่า ประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเป็นจำนวนมาก จึงไม่ควรปล่อยให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีก
ขณะที่เพื่อนผู้เสียหาย ซึ่งเป็นคนไทย ยังฝากถึงหน่วยงานภาครัฐว่า ที่ผ่านมาหากประชาชนแจ้งเรื่องบุคคลเร่ร่อนที่มีพฤติกรรมน่ากังวล มักได้รับคำตอบว่า ยังไม่เกิดเหตุ จึงดำเนินการไม่ได้ จึงอยากตั้งคำถามว่า จำเป็นต้องรอให้เกิดเหตุร้ายเสียก่อนหรือจึงจะสามารถเข้าไปจัดการได้ ถ้าวันนี้ไม่ใช่กรีดแขน แต่เป็นปาดคอ จะทำอย่างไร เราอยากให้หน่วยงานรัฐมีมาตรการป้องกันมากกว่ารอให้เกิดเหตุ เพราะหากผู้ก่อเหตุมีอาการป่วยทางจิตแล้วกลับออกมาก่อเหตุอีก ประชาชนก็ต้องอยู่กับความหวาดระแวงตลอดเวลา
นอกจากนี้ ยังยอมรับว่าในช่วงแรกมีความกังวลอย่างมาก เพราะไม่ทราบว่าคัตเตอร์ที่ใช้ก่อเหตุเป็นใบมีดเก่าหรือใหม่ และเกรงว่าจะเสี่ยงติดเชื้อหรือโรคติดต่อจากเลือดของผู้ก่อเหตุ แต่หลังผลตรวจออกมาพบว่าปลอดภัยจึงรู้สึกโล่งใจ อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายยังคงอยู่ในภาวะหวาดกลัวและต้องใช้เวลาในการเยียวยาสภาพจิตใจ
ส่วนผู้ก่อเหตุ ทางด้าน พ.ต.อ.พนม เชื้อทอง ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ ได้ควบคุมตัวพามาขอโทษผู้เสียหาย แต่เนื่องจากผู้เสียหายยังอยู่ในอาการตกใจและหวาดกลัวอย่างมาก จึงยังไม่มีการพูดคุยหรือเผชิญหน้ากับผู้ก่อเหตุแต่อย่างใด ก่อนที่พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ส่งฝากขังต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ หลังแจ้งข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปก่อเหตุซ้ำ และเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
อ่านข่าวเพิ่มเติม