“สหรัฐ-อิหร่าน” จ่อบรรลุดีลเปิดฮอร์มุซ แต่ยังติดประเด็นนิวเคลียร์-มาตรการคว่ำบาตร
"สหรัฐ-อิหร่าน" จ่อบรรลุดีลเปิดฮอร์มุซ แต่ยังติดประเด็นนิวเคลียร์-มาตรการคว่ำบาตร ด้านทรัมป์ย้ำไม่เร่งรีบทำดีล ราคาน้ำมันดิ่งกว่า 5% หลังตลาดคาดสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย
วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.10 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหรัฐและอิหร่านกำลังเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงที่อาจนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐในวันอาทิตย์ (24 พ.ค.) แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยืนยันว่าเขาจะไม่เร่งรีบในการทำข้อตกลงก็ตาม
เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีเอกสารใดพร้อมสำหรับการลงนาม เนื่องจากผู้เจรจาทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างหารือรายละเอียดเชิงเทคนิคและถ้อยคำในประเด็นสำคัญต่าง ๆ โดยกระบวนการอนุมัติขั้นสุดท้ายอาจใช้เวลาอีกหลายวัน
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวกึ่งทางการ Tasnim ของอิหร่านรายงานว่า ร่างข้อตกลงดังกล่าวยังมีโอกาสล่มได้ เนื่องจากสหรัฐยังคงคัดค้านข้อเรียกร้องบางประการของอิหร่าน โดยเฉพาะประเด็นการปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกสหรัฐระงับไว้
ตลอดช่วงที่ผ่านมา สหรัฐและอิหร่านได้หารือเกี่ยวกับการขยายเวลาหยุดยิงชั่วคราวที่เปราะบางอยู่แล้ว ภายใต้แรงผลักดันจากผู้นำชาติอาหรับหลายประเทศ อย่างไรก็ตามทั้งสองฝ่ายยังมีมุมมองแตกต่างกันเกี่ยวกับรายละเอียดของข้อตกลงชั่วคราว และแม้จะมีข้อเสนอหลายฉบับในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้
ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ว่า “ความสัมพันธ์ของเรากับอิหร่านกำลังกลายเป็นความสัมพันธ์ที่มีความเป็นมืออาชีพและสร้างสรรค์มากขึ้น” แต่ย้ำว่า อิหร่านจะต้องไม่พัฒนาหรือครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมระบุว่า การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐจะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงอย่างสมบูรณ์ และทั้งสองฝ่ายควรใช้เวลาเพื่อทำให้ถูกต้อง
ความหวังต่อข้อตกลงดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ในการซื้อขายช่วงต้นสัปดาห์ที่ตลาดเอเชีย โดยน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงมากถึง 5.4% แตะระดับ 97.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเช่นกัน หลังนักลงทุนคาดการณ์ว่าการเจรจาอาจใกล้ได้ข้อสรุป
ก่อนหน้านี้ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า อาจมีข่าวดีเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ขณะที่การเจรจาสันติภาพระหว่างวอชิงตันและเตหะรานยังเดินหน้าต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามข้อตกลงในภาพรวมที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวถึง ยังไม่ได้ครอบคลุมถึงประเด็นคลังขีปนาวุธของอิหร่าน และไม่มีข้อห้ามชัดเจนเกี่ยวกับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของทรัมป์ โดยประเด็นดังกล่าวอาจสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มสายเหยี่ยวด้านความมั่นคงของพรรครีพับลิกัน ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การเจรจาครั้งนี้อย่างหนัก
ฝั่งอิหร่านเองก็ยังแสดงท่าทีระมัดระวัง โดยสื่อทางการบางแห่งระบุว่า วอชิงตันและเตหะรานยังมีข้อขัดแย้งใน“1-2 ประเด็นสำคัญ” ขณะที่สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ปฏิเสธคำกล่าวของทรัมป์ที่ว่า ข้อตกลง “ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว” พร้อมระบุว่า“ห่างไกลจากความเป็นจริง”
โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหว โดยเฉพาะการที่เตหะรานยืนยันว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสันติ และไม่ได้มุ่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านพร้อมยืนยันต่อประชาคมโลกว่าไม่ได้ต้องการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และไม่ได้ต้องการสร้างความไม่สงบในภูมิภาค
เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์เปิดเผยว่า ภายใต้ข้อเสนอปัจจุบัน สหรัฐมีแผนยุติการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านได้เห็นชอบในหลักการที่จะกำจัดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูง อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังไม่มีแผนปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่านในระยะนี้ และการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรจะขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามเงื่อนไขของอิหร่านในอนาคต
รายงานของ Axios ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวอาจรวมถึงการขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน พร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาใช้งาน และอนุญาตให้อิหร่านส่งออกน้ำมันได้อีกครั้ง นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขให้ยุติสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งอิสราเอลอาจไม่เห็นด้วย
ด้านเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เปิดเผยว่า เขาได้หารือกับทรัมป์เกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน พร้อมย้ำว่า ภัยคุกคามจากอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านจะต้องถูกขจัดออกไปอย่างสิ้นเชิงภายใต้ข้อตกลงสุดท้าย
ในสหรัฐ สมาชิกพรรครีพับลิกันหลายคนเปรียบเทียบข้อตกลงครั้งนี้กับข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านปี 2558 ของอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา และมองว่าเป็นการยอมอ่อนข้อให้อิหร่าน ขณะที่โรเจอร์ วิคเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการกองทัพของวุฒิสภาสหรัฐ ระบุว่า การขยายเวลาหยุดยิงครั้งใหม่จะเป็นหายนะ และทำให้ปฏิบัติการทางทหารก่อนหน้านี้สูญเปล่า
อ้างอิง : bloomberg.com