โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เท้ง’ ช่วย ‘ดร.โจ-ผู้สมัคร ส.ก.หาเสียง อยากได้คนทำงานเหมือน ‘ไอซ์-โรม’ เลือกส้มยกแผง

เดลินิวส์

อัพเดต 22 มิถุนายน 2569 เวลา 5.11 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘เท้ง’ ขึ้นเวทีปราศรัยช่วย ‘ดร.โจ-ผู้สมัคร ส.ก.หาเสียง บอกหากอยากได้คนทำงานเหมือน ‘ไอซ์-โรม’ เลือกส้มยกแผง ด้าน ‘วิโรจน์’ ร่วมปลุกใจ สกัดโจรใส่สูท เข้าไปหาหินกับงบฯ พัฒนาเมือง ชูเมกะโปรเจ็ค แก้ระบบบริหารจัดการน้ำ-ขยะ –ระบบสุขภาพ ยอมรับใช้เงินมหาศาล แต่มีช่องทางหาเงินได้มา ลั่นต้องคิดใหญ่กว่าผู้ว่าฯ คนเดิม

เมื่อเวลา 20.05 น. วันที่ 21 มิ.ย. ที่สนามกีฬาหมู่บ้านเคหะรานี 4 เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ขึ้นปราศรัยช่วยนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน พร้อมด้วยผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ฝั่งกรุงเทพตะวันออก พรรคประชาชน ตอนหนึ่งว่า กรุงเทพฯ มีศักยภาพ มีรายได้มากกว่ารายจ่าย มีเงินสะสม แต่อย่าลืมว่าท้องถิ่นไม่สามารถทำงบประมาณขาดดุลได้ วันนี้ต่อให้มีงบฯ ปีละแสนล้านบาท แต่อำนาจจำกัดจำเขี่ยอยู่ หากเทียบกับหัวเมืองที่พัฒนาแล้วในประเทศที่เจริญแล้ว
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น สส.พรรคประชาชน จึงพยายามผลักดัน พ.ร.บ.กทม.เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อทำให้ท้องถิ่นสามารถฝันใหญ่ได้ ทั้งนี้ งบฯ ปีละแสนล้านบาท หากผู้ว่าฯ ฝันใหญ่อยากทำระบบระบายน้ำ งบประมาณเป็นพันหรือหมื่นล้านบาท เพื่อทำอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่หรือทำโปรเจกต์อะไรก็ว่าไป แต่สุดท้ายจะโครงการต้องไปเข้าข้อบัญญัติงบประมาณประจำปีของ กทม. คนอนุมัติคือสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ซึ่งบรรดา ส.ก.ที่บอกว่าเป็น ส.ก.อิสระ คือส.ก.ทีมผู้ว่าฯ ชัชชาติหรือไม่ ที่เราอยากเปลี่ยนวัฒนธรรมการเลือกตั้งท้องถิ่นให้ดีขึ้น ดังนั้นหากอยากเห็นการพิจารณางบโปร่งใสถูกใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพ 28 มิ.ย.นี้เลือกนายชัยวัฒน์ และส.ก.พรรคประชาชน ทั้ง 50 คน 50 เขต หากอยากได้ ส.ก.ในสภา กทม.ที่ทำงานเหมือนน.ส.รักชนก ศรีนอก นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เหมือนกับเพื่อน สส.อีกหลายคน ตนเชื่อว่าเพื่อน ส.ก. มีเจตจำนงเดียวกัน พิจารณางบประมาณกทม.แบบโปร่งใสตรงไปตรงมาแน่นอน
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ทีมบริหารของนายชัยวัฒน์ที่พร้อมทำงาน แต่สิ่งที่นายชัยวัฒน์จะทำได้ไกลกว่านั้นคือการเป็นพ่อเมืองและผู้นำเมืองเพื่อการเปลี่ยนแปลง ที่ตนกล้าการันตีเช่นนี้ เพราะนายชัยวัฒน์ไม่ใช่แค่อัจฉริยะ จบด๊อกเตอร์แล้วไปทำงานที่ญี่ปุ่น แล้วกลับมาทำงานที่แบงค์ชาติ คนอะไรอยู่ดีๆ จะเลือกทิ้งอนาคตตัวเองที่สดใส เงินเดือนสูงๆ มาทำงานการเมือง ไม่เพียงเท่านั้นแต่ครั้งนี้มีตำแหน่งเป็น สส.บัญชีรายชื่ออยู่แล้ว คนอะไรตัดสินใจลาออกมาลงผู้ว่าฯ
ด้าน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ทีมบริหารกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน กล่าวตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมากรุงเทพฯ มีการพัฒนาไปเรื่อยๆ ตามครรลองที่ควรจะเป็น แต่ตนอยากเห็นกรุงเทพฯ ที่ท้าทายกว่านี้ ไปไกลกว่านี้ จึงต้องมีการปฏิรูปครั้งใหญ่มากๆ โดยขับเคลื่อนเมะกะโปรเจคแก้ปัญหาน้ำท่วมทั้งการสร้างอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ โดยเฉพาะกรุงเทพฝั่งตะวันออก ดังนั้นจึงอยากเห็นผู้ว่าฯ ที่กล้าใช้งบฯ ในการจัดทำอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำส่วนต่อขยายบึงหนองบอน มาที่คลองประเวศบุรีรมย์ ส่วนฝั่งตะวันตกคือ คืออุโมงค์ยักษ์พระยาราชมนตรี รวมถึงโครงการระบบปิดล้อม หรือเขื่อนกั้นน้ำ รอบริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำเขื่อนรอบกรุงเทพ การลอกคลองมากกว่าเดิม การทำเคลื่อนที่คลองสำคัญ เปลี่ยนท่อระบายน้ำขนาดเล็กให้เป็นขนาดใหญ่ ตลอดจนติดตั้งเซนเซอร์ติดตามระดับน้ำและสั่งการอย่างแม่นยำ เป็นต้น
“ผู้ว่าฯ คนเก่า วางแผนแบบรูทีนมีตารางชัดเจนมีงบประมาณใช้ แต่ยังไม่พอ ต้องคิดใหญ่กว่านี้ คิดไปไกลกว่าผู้ว่าคนก่อนไม่อย่างนั้นประเทศจะไม่พัฒนาเมืองหลวงก็ไม่ไปข้างหน้า เราต้องการผู้ว่าคนใหม่ ที่กล้าท้าทายกว่า ผู้ว่าคนเก่าสานต่องานของผู้ว่าคนเก่าอย่างเต็มที่ ซึ่งระบบระบายน้ำเป็นเรื่องสำคัญมาก” นายวิโรจน์ กล่าว
นายวิโรจน์ กล่าวว่า ทั้งหมดเรื่องระบบระบายน้ำต้องใช้งบฯ มหาศาล อาจะถึงระดับแสนล้านบาท แต่จำเป็นต้องทำ และต้องทำพร้อมๆ กันทั้งหมดไม่ใช่ทยอยทำ โดยงบฯ ที่จะนำมาใช้นั้นตนมองว่า กรุงเทพฯ สามารถหาเงินได้จาก เริ่มจากผู้ว่าฯ กทม.ต้องกล้าคุยกับผู้ว่าการกระทรวงการคลังเพื่อออกพันธบัตร 20,000 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี ดอกเบี้ย 2-2.5% ไม่เกินนี้ งวดแรกอาจจะเป็น 400 ล้านหรือไปถึงพันล้านเศษๆ ซึ่งตนมองว่าการเสียยดอกอัตรานี้ก็พอๆ กับการชะลอโครงการออกไป แล้วมาทำทีหลัง ซึ่งค่าของ ค่าแรง ต่างๆก็ปรับราคาขึ้นแล้ว ยังไม่นับรวมกับค่าเสียโอกาสทางเศรษฐกิจจากปัญหาน้ำท่วมอีก นอกจากนี้ยังมีรายได้จากภาษีป้าย ซึ่งผู้ว่าฯ เดิมเก็บได้ 1.3 พันล้านบาท เราปฏิเสธเงินใต้โต๊ะ ที่มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลลักลอบจ่ายให้กับข้าราชการบังคมเพื่อจะตีตั๋วเด็กจ่ายภาษีได้ถูก หรือหลบเลี่ยงการจ่ายภาษี ผมเชื่อว่าภาษีป้ายเราน่าจะจัดเก็บได้มากกว่านี้อีก 300 ล้านจาก 1,300 ล้านอาจจะขยับเป็น 1,600 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย และแก้ไขพ.ร.บ.บริหารราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้สามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียบการเข้าพักโรงแรมจากนักท่องเที่ยว 1% เหมือนที่เชียงใหม่สารถทำได้ ซึ่งจะช่วยทำให้มีรายได้จากส่วนดังกล่าวได้ ประมาณ 1,200 ล้านบาทต่อ ถ้ากวาดล้างส่วยใบอนุญาตขึ้นทะเบียน ดึงโรงแรมเล็กเข้ามาก็อาจจะเก็บได้มากถึง 2 พันล้านบาท และอย่าลืมว่าหากเศรษฐกิจกรุงเทพฯ ดีก็จะมีรายได้เพิ่มจากภาษีมูลค่าเพิ่มอีกซึ่งได้อยู่ 10%
นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการจัดการขยะ ซึ่งมี 9,000 ตันต่อวัน แต่ใช้วิธีการฝังกลบประมาณ 60-70% และมีปัญหาหารขัดแยกขยะอาหารขยะเปียก ในส่วนนี้เห็นว่า ควรมีการข้อกำหนดให้ผู้ประกอบการอาหาร โรงแรม ต่างๆ ที่สร้างขยะเปียก ต้องแยกขยะ เพื่อจะได้จ่ายค่าจัดการขยะถูกลง หากไม่แยกขยะก็ต้องจ่ายมากขึ้น ส่วนระดับครัวเรือน ทางกรุงเทพฯ ต้องจัดหาถีงขยะสำหรับคัดแยกขยะ บ้านไหนคัดแยก ก็จ่ายค่าขยะถูกลง ไม่คัดแยกก็จ่ายแพงขึ้น หากทำได้จะแก้ปัญหาขยะลดการฝังกลบได้ ส่วนโรงขยะอ่อนนุชที่ส่งกลิ่นเหม็น แต่จะหมดสัญญาประมาณปี 70 มองว่า ควรขออนุมัติจากสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เพื่อยกเลิกสัญญากับผู้ประกอบการ พร้อมจ่ายชดเชยให้ ดีกว่าให้ประชาชนทนกลิ่นเหม็นไปจนถึงหมดสัญญา จากนั้นก็พัฒนาโรงไฟฟ้าที่แลงขยะเป็นพลังงานเชื้อเพลง โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ ไร้กลิ่น รวมถึงส่งเสริมให้มันศูนย์รีไซเคิลเปลี่ยนขยะให้เป็นเชื้อเพลิง
ส่วนระบบสาธารณสุข ซึ่งทีมบริหารกทม.จะแก้ปัญหาใบส่งตัวให้คนกรุงเทพฯอาจจะขี้โม้เกินไป แต่ทางแก้เบื้องต้นคือเปิดโควต้า ให้ศูนย์บริการสาธารณสุขกทมรับผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในฐานะสถานพยาบาลปฐมภูมิ อาจเริ่มจากผู้สูงอายุก่อน และผู้ว่าฯ ควรหารือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเกี่ยวกับ การใช้งบประมาณของกรุงเทพฯ อย่างรอบคอบ เพื่ออุดหนุนหรืออุดรอยรั่วการบริหารของสปสช.ได้อย่างไร
นายวิโรจน์ กล่าวด้วยว่า ท้ายที่สุดสำหรับ ส.ก. ซึ่งมีความสำคัญ เพราะผู้ว่าฯ มีหน้าที่คิดนโยบาย แต่ส.ก.คือคนพิจารณาให้งบฯ หากใครก็ตามเป็นผู้ว่าฯ แล้วถูกรายล้อมด้วยส.ก.ที่หากินตบทรัพย์ไปวันๆ คิดแต่จะผ่านงานให้กับผู้รับเหมาพ่อค้าในเครือข่ายของตัวเอง แล้วหวังให้คนเหล่านั้นแบ่งเงินเปอร์เซ็นต์มาให้กับส.ก. และข้าราชการในเครือข่าย ผู้ว่าฯ จะปวดหัวและทำงานไม่ได้ ถ้าทำไม่ไดผู้ว่าฯ ก็จะถูกประชาชนต่อว่า ดังนั้นถ้าได้ส.ก.เฮงซวยเข้าไป โครงการดีๆ ของผู้ว่าฯ จะทำไม่ได้ เพราะจะถูกตัดลดงบฯ คนเสียโอกาสคือประชาชน ดังนั้นเราต้องแก้ปัญหาทุจริตงบฯ แปรญัตติแบบนี้ ป้องกันไม่ให้โจรสวมสูทเข้าไปเป็นส.ก.ให้ได้ ทางเดียวคือเลือกส.ก. จากพรรคประชาชน ทุกคนทั้ง 50 เขต
“ เพื่อให้เงินทุกบาททุกสตางค์เอามาทำโครงการที่เป็นประโยชน์กับคนกทม. โครงการต่างๆ ที่ชงให้กับผู้ว่าฯ ต้องมาจากการสำรวจพูดคุยกับประชาชน เป็นโครงการที่ประชาชนอยากเห็นอยากมี ไม่ใช่โครงการที่คิดโดยพ่อค้าเขียน TOR โดยผู้รับเหมาแล้วล็อคสเปคซื้อของซื้ออุปกรณ์ที่ไร้คุณภาพ ราคาแพงมาตบหน้าคนกทม. นี่คือเหตุผลสำคัญของความแตกต่างระหว่างส.ก.กลุ่มอื่นและส.ก.บางคนที่เป็นอยู่กับส.ก.ของพรรคประชาชน อยากให้สภา โปร่งใสเป็น คอยพิจารณาจ่ายเงินให้ผู้ว่าในโครงการที่ดีอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่ต้องหักสักบาท แต่ตรงไหนที่แพงเกินจริงก็ปรับลดแบบสมเหตุสมผล ก็ไม่มีทางเลือกอื่น วันที่ 28 มิ.ย.เลือกนายชัยวัฒน์ เป็นผู้ว่าและสก จากพรรคประชาชน” นายวิโรจน์ กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...